Ribbon

ส่องนโยบายผู้บริโภค ด้านอาหารฯ ประจำเดือน ต.ค. 67

Getting your Trinity Audio player ready...

ในการประชุมคณะอนุกรรมการด้านอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ สภาผู้บริโภค ครั้งที่ 8/2567 ซึ่งมี ภก.ภาณุโชติ ทองยัง กรรมการนโยบาย เป็นประธานที่ประชุม ได้มีการพิจารณาและให้ความเห็นชอบต่อแผนปฏิบัติการของอนุกรรมการฯ ปีงบประมาณ 2568 โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ทุกคนบนผืนแผ่นดินไทยเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ปลอดภัย เพียงพอ และเป็นธรรม ด้วยกลไกที่สำคัญ คือ การมีระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยทางด้านอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Rapid Alert System) ซึ่งเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) จะเป็นผู้จัดทำร่างโมเดลระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยนี้ มุ่งเน้นให้ประชาชนมีช่องทางการเข้าถึงระบบแจ้งเตือนความปลอดภัย โดยมีข้อมูลการเฝ้าระวังผ่านระบบนี้ และผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัยจะต้องถูกจัดการออกไปจากท้องตลาดโดยอาศัยการทำงานเฝ้าระวังร่วมกันขององค์กรสมาชิก หน่วยงานประจำจังหวัดของสภาผู้บริโภค ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) อย่างน้อย 7 พื้นที่ พร้อมกับการจัดทำรายงานการกระทำหรือละเลยการกระทำอันมีผลกระทบต่อผู้บริโภคในการปล่อยให้มีผลิตภัณฑ์สุขภาพวางจำหน่ายอยู่ในท้องตลาด ซึ่งเป็นการใช้อำนาจของสภาผู้บริโภคตาม พ.ร.บ.การจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ. 2562 ซึ่งหน่วยงานที่ได้รับแจ้งรายงานจะต้องแจ้งผลการดำเนินงานกลับมายังสภาผู้บริโภคภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งรายงาน

ในการประชุมครั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ ยังได้พิจารณาการทำหนังสือให้ความเห็นในการดำเนินการของประเทศไทยต่อ WIPO treaty on intellectual property, genetic resources and associated traditional knowledge. สนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยทรัพยากรพันธุกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวกับทรัพยากรพันธุกรรม ที่จะเสนอต่ออธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยคณะอนุกรรมการมีความเห็นว่า เนื้อหาในสนธิสัญญาดังกล่าวมีความสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการแย่งชิงพันธุกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นไปเป็นสมบัติส่วนบุคคลซึ่งไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวอ้าง คือ แม้จะมีบทบัญญัติเฉพาะสำหรับการมีส่วนร่วมของชนพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น เช่น ข้อกำหนดให้ผู้ยื่นจดสิทธิบัตรต้องเปิดเผยแหล่งที่มาของทรัพยากรพันธุกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรพันธุกรรม บทลงโทษหากไม่เปิดเผยแหล่งที่มา แต่กลับห้ามไม่ให้ประเทศภาคีเพิกถอนสิทธิบัตรหรือทำให้สิทธิบัตรเป็นโมฆะ เพียงเพราะไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในการเปิดเผยแหล่งที่มา ซึ่งจะมีผลกรระทบต่อการบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์อย่างไม่เป็นธรรมจากพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ประจำถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การจัดทำฐานข้อมูลเพื่อใช้เป็นแหล่งอ้างอิงที่มาของทรัพยากรพันธุกรรม ถูกกำหนดให้เป็นเพียงความสมัครใจของประเทศภาคีและยิ่งไปกว่านั้น ยังมีความสุ่มเสี่ยงเปิดช่องให้มีการจดสิทธิบัตรพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ได้

คณะอนุกรรมการฯ จึงเห็นชอบให้สภาผู้บริโภคมีหนังสือถึงอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อขอให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาทบทวนการจะเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาดังกล่าว และจัดให้มีการงานศึกษาวิจัยที่เป็นอิสระเปรียบเทียบผลกระทบด้านบวกและด้านลบจากการเข้าร่วมสนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยทรัพยากรพันธุกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวกับทรัพยากรพันธุกรรมพร้อมทั้งนำเสนอผลการศึกษาวิจัยเปรียบเทียบฯ ต่อสาธารณะทันทีเมื่อแล้วเสร็จ