มีหลายประเด็นสำหรับสถานการณ์ปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับปัญหาด้านอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นอาหารไม่ปลอดภัย อาหารปนเปื้อน มาตรฐานความปลอดภัยของตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ การยกเลิก แบนสารเคมี หรืออาหารดัดแปลงพันธุกรรม GMOs ที่มีการถกเถียงกันอย่างแพร่หลายในเรื่องของความปลอดภัยและผลกระทบในระยะยาว สภาผู้บริโภค จึงพยายามผลักดันให้มีการติดฉลากสำหรับอาหารที่ผลิตด้วยการดัดแปลงพันธุกรรม รวมถึงการเฝ้าระวังการจำหน่ายอาหารที่ผลิตด้วยวิธีดังกล่าว นอกจากนั้น ยังมีประเด็นเรื่องของโครงการวิจัยวัคซีนในเด็ก ในส่วนของรายละเอียดการได้รับอนุมัติให้วิจัยในมนุษย์ยังคงเป็นที่สงสัยว่าสามารถตรวจสอบได้หรือไม่ และการคุ้มครองสิทธิของเด็กที่ได้รับวัคซีนว่ามีค่าตอบแทนหรือรับผิดชอบในกรณีที่เกิดอาการไม่พึงประสงค์อย่างไร ทั้งยังมีประเด็น CPTPP ว่าด้วยผลประโยชน์สำหรับการเข้าร่วมของประเทศไทย จากประเด็นสำคัญข้างต้น สภาผู้บริโภคยื่นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการจัดเวทีเสวนาเพื่อนำเสนอข้อมูลแก่ผู้บริโภค
ข้อเสนอนโยบาย และมาตรการที่เกี่ยวข้อง
ขอให้ชะลอการมีส่วนร่วมจ่ายประกันภัย (Copayment) ของบริษัทประกันภัย
สถานการณ์ สำนักคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 14/2564 เรื่อง หลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบแบบและข้อความสัญญาเพิ่มเติม การประกันภัยสุขภาพ ประเภทสามัญ แบบมาตรฐาน สำหรับบริษัทประกันชีวิต และคำสั่งนายทะเบียนที่ 15/2568 เรื่อง หลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบแบบและข้อความกรมธรรม์ประกันภัยสุขภาพแบบมาตรฐาน สำหรับบริษัทประกันวินาศภัย เพื่อกำหนดมาตรฐานแบบและข้อความสัญญาประกันภัยสุขภาพของบริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัย โดยมีการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมจ่าย (Copayment) เพื่อเป็นมาตรการบริหารความเสี่ยงของระบบประกันภัยสุขภาพ ทั้งนี้ ภาคธุรกิจประกันชีวิต ได้กำหนดเงื่อนไขการร่วมจ่าย (Copayment) ในการต่ออายุกรมธรรม์ (Renewal) ตามระดับการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน โดยแบ่งเป็น 3 กรณี ได้แก่ กรณที่หนึ่ง เจ็บป่วยเล็กน้อยหรือโรคที่ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล หากมีการเรียกร้องค่าสินไหมเกิน 3 ครั้งต่อปีกรมธรรม์ และมีอัตราการเรียกร้องเกินร้อยละ 200 ของเบี้ยประกัน จะต้องร่วมจ่ายร้อยละ 30 ทุกค่ารักษาในปีถัดไป กรณีที่สอง โรคทั่วไป (ไม่รวมการผ่าตัดใหญ่และโรคร้ายแรง) หากมีการเรียกร้องค่าสินไหมเกิน 3 ครั้งต่อปีกรมธรรม์ และมีอัตราการเรียกร้องเกินร้อยละ 400 ของเบี้ยประกัน จะต้องร่วมจ่ายร้อยละ 30 ทุกค่ารักษาในปีถัดไป และกรณีที่สาม หากเข้าข่ายทั้งสองกรณีข้างต้น จะต้องร่วมจ่ายร้อยละ 50 ทุกค่ารักษาในปีถัดไป นั้น สภาผู้บริโภคพิจารณาแล้วเห็นว่า เงื่อนไขข้างต้นอาจเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค เนื่องจากผู้บริโภคไม่สามารถวินิจฉัยอาการป่วยของตนเองได้ เป็นดุลยพินิจของแพทย์ในการวินิจฉัยและตัดสินใจรักษา ดังนั้นการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเกินความจำเป็นจึงไม่ได้เกิดจากผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งอาจทำให้เงื่อนไขดังกล่าวไม่สามารถแก้ไขปัญหาการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเกินความจำเป็นได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังขาดการประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคเข้าใจเกี่ยวกับการร่วมจ่าย (Copayment) รวมถึงไม่มีการรับฟังจากผลสำรวจทั้งหมด 314 เสียง พบว่า ไม่เห็นด้วยร้อยละ 61 ยังไม่แน่ใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมร้อยละ 33 และเห็นด้วยเพียงร้อยละ 6 เท่านั้น สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของผู้บริโภคต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น…
ขอให้เพิกถอนประกาศกระทรวง เรื่อง “การขอรับรองสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาจากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนมเพื่อใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร พ.ศ. 2567”
สถานการณ์ สภาองค์ผู้บริโภคไม่เห็นด้วยและข้อให้มีการทบทวน โดยมีความเห็นต่อประกาศกระทรวงเกษตร เรื่อง “การขอรับรองสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาจากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนมเพื่อใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร พ.ศ. 2567” ดังนี้ 1) นิยามในประกาศขัดแย้งกับพิธีสารคาร์ตาเฮน่าและไม่เป็นกลางทางวิชาการ การที่ประกาศกระทรวงเกษตรฯให้นิยาม “สิ่งมีชีวิตที่พัฒนาจากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม” ว่าหมายถึง สิ่งมีชีวิตที่มีการปรับปรุงพันธุ์เช่นเดียวกับการกลายพันธุ์หรือการเกิดลูกผสมนั้น เป็นนิยามที่ไม่เป็นสากล มีเจตนาเบี่ยงเบนเพื่อไม่ให้เข้าเกณฑ์ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ได้รับการดัดแปลงพันธุกรรม (LMO) และมีเจตนาให้เข้าใจว่าสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาจากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนมเหมือนกับสิ่งมีชีวิตที่มีการปรับปรุงพันธุ์โดยทั่วไป ทั้ง ๆ ที่ในทางวิชาการยังมีความไม่ชัดเจนและตั้งข้อสงสัยต่อเกณฑ์ความเทียบเท่ากันของสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาจากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนมกับสิ่งมีชีวิตที่ปรับปรุงพันธุ์โดยวิธีการดั้งเดิม 2) กล่าวอ้างถึงความปลอดภัยในการปลดปล่อยสู่สิ่งแวดล้อมโดยไม่มีการประเมินความเสี่ยง 3) ขาดความพร้อมในการตรวจสอบและระบุสิ่งมีชีวิตและผลิตภัณฑ์ของสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาจากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม 4) ระบบเกษตรอินทรีย์ไม่ยอมรับสิ่งมีชีวิตและผลิตภัณฑ์ของสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาจากเทคโนโลยีการปรับแต่งพันธุกรรม 5) ข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม การดำเนินงาน ข้อเสนอของสภาองค์กรของผู้บริโภค ขอให้เพิกถอนประกาศกระทรวง เรื่อง “การขอรับรองสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาจากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนมเพื่อใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร พ.ศ. 2567” เสนอต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ความคืบหน้า มีการจัดทำรายงานการกระทำหรือละเลยการกระทำอันมีผลกระทบต่อสิทธิของผู้บริโภคของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กรณีประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสหกรณ์ เรื่อง การรับรองสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาจากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนมเพื่อใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร พ.ศ. 2567
ขอให้ทบทวนก่อนนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญา เสนอต่อ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา
สถานการณ์ ตามที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะมีข้อเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบในการที่ประเทศไทยจะลงนามเพื่อแสดงเจตจำนงในการเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยทรัพยากรพันธุกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวกับทรัพยากรพันธุกรรม (WIPO Treaty on Intellectual Property, Genetic Resources and Associated Traditional Knowledge) โดยให้เหตุผลว่าจะสามารถผลักดันการสร้างนวัตกรรม และเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจได้นั้น ขอเรียนว่า ยังมีความสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการแย่งชิงพันธุกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นไปเป็นสมบัติส่วนบุคคล หลักการในการคุ้มครองสิทธิภูมิปัญญาชนพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น ยังไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวอ้าง ตัวอย่างความสุ่มเสี่ยงดังกล่าว เช่น 1) แม้จะมีบทบัญญัติเฉพาะสำหรับการมีส่วนร่วมของชนพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น เช่น ข้อกำหนดให้ผู้ยื่นจดสิทธิบัตรต้องเปิดเผยแหล่งที่มาของทรัพยากรพันธุกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรพันธุกรรม แม้จะมีบทลงโทษหากไม่เปิดเผยแหล่งที่มา แต่กลับห้ามไม่ให้ประเทศภาคีเพิกถอนสิทธิบัตรหรือทำให้สิทธิบัตรเป็นโมฆะ หากเพียงเพราะไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในการเปิดเผยแหล่งที่มา ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์อย่างไม่เป็นธรรมจากพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ประจำถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ 2) การจัดทำฐานข้อมูลเพื่อใช้เป็นแหล่งอ้างอิงที่มาของทรัพยากรพันธุกรรม ถูกกำหนดให้เป็นเพียงแค่ความสมัครใจของประเทศภาคีเท่านั้น 3) นอกจากมีความสุ่มเสี่ยง ตาม 1) และ 2) แล้วยังจะมีความสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นการเปิดช่องให้มีการแก้ไข พระราชบัญญัติสิทธิบัตร เพื่อคุ้มครองพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ใหม่ การดำเนินงาน ข้อเสนอของสภาองค์กรของผู้บริโภค ขอให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาทบทวนก่อนนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาดังกล่าว และสมควรที่จะให้มีการงานศึกษาวิจัยที่เป็นอิสระเปรียบเทียบผลกระทบด้านบวกและด้านลบจากการเข้าร่วมสนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยทรัพยากรพันธุกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวกับทรัพยากรพันธุกรรมพร้อมทั้งนำเสนอผลการศึกษาวิจัยเปรียบเทียบฯ ต่อสาธารณะทันทีเมื่อแล้วเสร็จ ความคืบหน้า ประชุมหารือเกี่ยวกับสนธิสัญญาขององค์กรทรัพย์สินทางปัญญาโลก ว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา ทรัพยากรพันธุกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรพันธุกรรม วันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2567 ณ ห้องประชุม ๑ ชั้น ๑๔ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ มีรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และอนุกรรมการด้านอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยสภาองค์กรของผู้บริโภค มีข้อคิดเห็นเสนอแนะต่อสนธิสัญญาฯ 3 ประเด็น ได้แก่ กรมทรัพย์สินทางปัญญา รับทราบถึงข้อคิดเห็น/ข้อกังวล ที่สภาองค์กรของผู้บริโภคได้แจ้งมา ทั้ง 3 ประเด็น และจะนำข้อคิดเห็น/ข้อกังวลดังกล่าว กลับไปพิจารณาของบประมาณในการทำวิจัย/การศึกษา เพื่อให้การเข้าเป็นภาคีของสนธิสัญญาดังกล่าว…
ข้อห่วงใยจากการประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565
สถานการณ์ ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 จะมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป มีผลทำให้พืชกัญชาหรือกัญชงขายได้อย่างเสรี ยกเว้นเฉพาะสารสกัดจากพืชกัญชา กัญชงที่มีสาร THC เกิน 0.2% เท่านั้นที่ยังเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ส่วนอื่นของกัญชาไม่ว่าจะเป็นช่อดอก ใบ เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่งก้าน และราก เป็นสิ่งถูกกฎหมาย นั้น สอบ. พิจารณาแล้วเห็นว่าส่วนของพืชกัญชาหรือกัญชงดังกล่าวในทางปฏิบัติน่าจะยังมีอันตรายโดยเฉพาะช่อดอกหากมีการนำไปใช้ในการบริโภคหรืออุปโภคโดยไม่มีมาตรการรองรับอาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตได้ การดำเนินงาน สภาผู้บริโภค ส่งหนังสือ ที่ สอบ.นย.316/2565 ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2565 ต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ข้อเสนอของสภาองค์กรของผู้บริโภค ข้อห่วงใยต่อการมีผลใช้บังคับใช้ของประกาศดังกล่าว ดังนี้ ความคืบหน้า หนังสือตอบกลับจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ที่ สธ 0945.03/5652
ข้อเสนอนโยบายการควบคุมกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ฟ้าทะลายโจร
สถานการณ์ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด19 และมีการใช้ผลิตภัณฑ์ฟ้าทะลายโจรอย่างมาก สภาองค์กรของผู้บริโภคจึงร่วมกับเครือข่ายนักวิชาการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค และศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) ดำเนินโครงการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ฟ้าทะลายโจร จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการทดสอบสินค้าฟ้าทะลายโจรที่กระทบต่อสิทธิของผู้บริโภค และโครงการสำรวจและวิเคราะห์ฉลากยาฟ้าทะลายโจรในท้องตลาด โดยได้มีการเก็บตัวอย่างเพื่อดำเนินการวิเคราะห์คุณภาพ และเก็บข้อมูลการแสดงฉลากของผลิตภัณฑ์ฯ ดังกล่าว จากผลการวิเคราะห์พบว่าตัวอย่างส่วนมากไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานในหัวข้อความแตกต่างจากน้ำหนักเฉลี่ย ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากระบวนการผลิตยังมีความบกพร่อง ขาดความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์ ขาดการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้มีปริมาณandrographolide ตามที่ระบุไว้บนฉลาก และยังพบว่าแม้ผลิตภัณฑ์จะมีเลขทะเบียนตำรับยาหรือเลขสารบบอาหารแล้ว ก็ยังไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานถึง ร้อยละ 29 นอกจากนี้ยังพบว่า ตัวอย่างไม่ผ่านมาตรฐานในด้านอื่นๆอีก ได้แก่ การแตกกระจายตัว ในด้านการตรวจสอบความถูกต้องของฉลากผลิตภัณฑ์ พบว่า มีฉลากแสดงเลขทะเบียนผลิตภัณฑ์ถูกต้อง ร้อยละ 84.3 ไม่ระบุเลขทะเบียนตำรับยา ร้อยละ 9.8 นอกจากนี้ในรายละเอียดอื่นๆ ยังพบสิ่งที่ไม่ถูกต้องอีกมากมาย อาทิเช่น การระบุประเภท ข้อบ่งใช้ วิธีรับประทานมีความหลากหลาย ไม่แสดงวิธีการเก็บรักษา และยังพบว่ามีผลิตภัณฑ์ที่แม้จะระบุเลขทะเบียนถูกต้อง แต่สงสัยว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ปลอม 2 รายการ (ร้อยละ 3.92) การดำเนินงาน ข้อเสนอของสภาองค์กรของผู้บริโภค ข้อเสนอการควบคุมผลิตภัณฑ์ฟ้าทะลายโจรที่สรุปร่วมกัน ดังนี้ 1. ขอให้บังคับใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 เนื่องจากการโฆษณาผลิตภัณฑ์บนแพลตฟอร์มหรือตลาดออนไลน์ที่เกินจริงหลอกลวงถือเป็นการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ 2. ประสานความร่วมมือในการสนับสนุนในการเฝ้าระวังร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อให้มีฐานข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และจัดการนำข้อมูลอันเป็นเท็จออกจากระบบคอมพิวเตอร์มีข้อเสนอนโยบายเพื่อส่งเสริมและปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ฟ้าทะลายโจรในท้องตลาดที่สรุปร่วมกัน ดังนี้ มาตรฐานวัตถุดิบก่อนการแปรรูป1) ขอให้มีการให้ความรู้ แก่เกษตรกรในการเพาะปลูกฟ้าทะลายโจร สายพันธุ์ฟ้าทะลายโจร การเก็บเกี่ยวฟ้าทะลายโจร เนื่องจากมีผลต่อปริมาณแอนโดรกราโฟไลด์ในฟ้าทะลายโจร2) ขอให้สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มผลผลิตของฟ้าทะลายโจรอย่างต่อเนื่อง ให้มีจำนวนวัตถุดิบที่เพียงพอต่อการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อป้องกันมิให้เกษตรกรเร่งการเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนระยะเวลาเก็บเกี่ยว3) ขอให้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สนับสนุน ส่งเสริม เกษตรกรรายย่อย ผู้ประกอบการรายย่อย ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ….
ขอให้ความเห็นและข้อเรียกร้องในการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัยทางด้านยา
สถานการณ์ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวกรณีร้านขายยาขนาดเล็กร้องเรียนขอความเป็นธรรมยกเลิกการผ่อนผันตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ที่กำหนดให้ร้านขายยาจะต้องมีเภสัชกรอยู่ประจำร้าน และเริ่มบังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 โดยอ้างว่าปัญหาคือจำนวนเภสัชกรไม่เพียงพอ ทำให้ผู้ประกอบการร้านขายยาไม่สามารถดำเนินการตามระเบียบดังกล่าวได้นั้น จากข้อมูลของสภาเภสัชกรรม ปัจจุบันมีเภสัชกรมากกว่า 45,000 คนกระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยในแต่ละปีจะมีเภสัชกรที่จบการศึกษาจาก 19 สถาบันถึงปีละ 1,700 – 1,800 คน จึงเป็นข้อยืนยันว่ามีเภสัชกรเพียงพอ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยในการใช้ยาของผู้บริโภค การดำเนินงาน ข้อเสนอของสภาองค์กรของผู้บริโภค มีความเห็นและข้อเรียกร้อง รมต. ดังนี้ มีความเห็นและข้อเรียกร้อง นายกสภาเภสัช ดังนี้ ความคืบหน้า ยังไม่มีการตอบกลับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ข้อเสนอเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค กรณีบริษัท Frito-Lay ญี่ปุ่น เรียกคืนขนมมันฝรั่งทอดกรอบ
สถานการณ์ จากข่าวที่ปรากฏผ่านทาง Social Media กรณีเฟซบุ๊ก “ครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น” โพสต์แจ้งข่าวว่าบริษัท Frito-Lay ญี่ปุ่น เรียกคืนขนมมันฝรั่งทอดกรอบแบบแผ่น ยี่ห้อ เลย์ ออริจินัล ที่นำเข้าจากไทย หลังตรวจพบสารไกลโคแอลคาลอย์ ในปริมาณสูง และให้ผู้บริโภคสามารถส่งสินค้ากลับเพื่อขอเงินคืนได้นั้น เนื่องจากสินค้าดังกล่าวผลิตและส่งออกจากประเทศไทย ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับควบคุมดูแลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) การดำเนินงาน ข้อเสนอของสภาองค์กรของผู้บริโภค ข้อเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแล รวมถึงการเผยแพร่ข้อมูลเพื่อเฝ้าระวังและเตือนภัยแก่ผู้บริโภคด้วย รวม 3 ข้อดังนี้ ความคืบหน้า ไม่ได้รับการตอบกลับจากอย. เป็นหนังสือ แต่ตอบผ่านสื่อ เมื่อวันที่ 28 ม.ค.2565) นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ผู้ผลิตแจ้งว่าผลิตภัณฑ์มันฝรั่งทอดดังกล่าว ผลิตเพื่อส่งออกเท่านั้น ไม่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย แต่อย.สุ่มตัวอย่างผลิตภัณฑ์มันฝรั่งทอดกรอบที่จำหน่ายในประเทศส่งตรวจวิเคราะห์ พร้อมทั้งประสาน สสจ.พระนครศรีอยุธยา ตรวจสอบสถานที่ผลิต
มาตรการคุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวกับมาตรฐานสารพิษตกค้างในน้ำส้มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
สถานการณ์ ข้อมูลการติดตามเฝ้าระวังของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และแคมเปญรณรงค์ผู้บริโภคที่รัก พบข้อมูลเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าส้มเป็นผลไม้ที่พบว่ามีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างมากเป็นอันดับต้นๆ ดังนั้น สอบ. ร่วมกับ มูลนิธิชีววิถี จึงดำเนินการสำรวจสารพิษตกค้างในส้ม และน้ำส้มที่จำหน่ายในประเทศไทย เพื่อให้เห็นสภาพปัญหาในปัจจุบัน โดยได้จัดเก็บตัวอย่างส้มจำนวน 60 ตัวอย่าง และน้ำส้มบรรจุปิดสนิทจำนวน 10 ตัวอย่าง ดำเนินการทดสอบหาสารพิษตกค้าง ในช่วงวันที่ 3 – 10 มกราคม พ.ศ. 2565 วิเคราะห์ผลโดยอ้างอิงค่าปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุด (Maximum Residue Limit; MRL) ดังนี้ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 387 พ.ศ. 2560 เรื่อง อาหารที่มีสารพิษตกค้าง, ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 419) พ.ศ. 2563 ออกตามความในพระราชบัญญัติ อาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง อาหารที่มีสารพิษตกค้าง (ฉบับที่ 3), Codex Alimentarius international food standards, การจัดกลุ่มพืชตามมาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. 9045-2559 การจัดกลุ่มสินค้าเกษตร: พืช และประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 356 พ.ศ. 2556 เรื่อง เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท การดำเนินงาน ข้อเสนอของสภาองค์กรของผู้บริโภค ขอเสนอมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค เกี่ยวกับมาตรฐานสารพิษตกค้างในน้ำส้มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ดังนี้ ความคืบหน้า
ข้อเสนอต่อการนำสินค้าเข้าจากต่างประเทศ ไม่แสดงฉลากภาษาไทย
สถานการณ์ เนื่องจากสถานการณ์โควิด 19 ทำให้ผู้ประกอบการมีการรีวิวสินค้าอาหารต่างประเทศ และการรีวิวจากเพจรีวิวดังในโซเชียลเพื่อนำเสนอสินค้าที่ทำให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายโดยไม่ต้องเดินทางไปถึงต่างประเทศในการซื้อสินค้า ในกรณีนี้มีผู้บริโภคได้ร้องเรียนมายัง สอบ. เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารต่างประเทศที่ไม่มีฉลากภาษาไทย การดำเนินงาน ข้อเสนอของสภาองค์กรของผู้บริโภค ข้อเสนอคือขอให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกร้านค้าในไทยที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารที่นำเข้าจากต่างประเทศ และโปรดดำเนินการเพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคหากพบว่ามีผลิตภัณฑ์อาหารที่ผิดกฎหมาย ความคืบหน้า มีหนังสือตอบกลับจากอย. ว่าได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมายต่อร้านดังกล่าว
ข้อเสนอต่อการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในเด็ก ตามโครงการ “VACC 2 School” ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
สถานการณ์ โครงการ “VACC 2 School” เป็นโครงการที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ประกาศนำร่องฉีดวัคซีนบริจาค “ซิโนฟาร์ม” ให้กับอาสาสมัครเด็กและเยาวชน อายุระหว่าง 10 – 18 ปี เพื่อศึกษาความปลอดภัยภายหลังการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม BBIBP-CorV (Sinopharm) ขณะที่ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ออกคำแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เฉพาะที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และให้ฉีดในเด็กและวัยรุ่นตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไป ซึ่งวันที่ 22 กันยายน 2564 มีวัคซีนเพียงชนิดเดียวที่มีในประเทศไทย คือ ชนิด mRNA ของ Pfizer=BioNTech สำหรับวัคซีนชนิดเชื้อตายของซิโนฟาร์ม และซิโนแวค อยู่ในระหว่างการพิจารณาข้อมูลเรื่อการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยในเด็ก และขณะนี้ยังไม่ได้รับการรับรองให้ใช้ในเด็กและวัยรุ่น การดำเนินงาน 1. ทำหนังสือถึง ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อสอบถามการคุ้มครองผู้บริโภคจากการเข้าร่วมโครงการวิจัยวัคซีน 2. ทำหนังสือถึงเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อสอบถามเรื่องสิทธิในการรักษาและการช่วยเหลือเบื้องต้น กรณีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 ให้กับกลุ่มบุคคลอายุ 10 – ต่ำกว่า 18 ปี ตามโครงการ VACC 2 School ข้อเสนอของสภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ที่กำลังดำเนินโครงการวิจัยดังกล่าว ให้มีการพัฒนาการเข้าถึงข้อมูลงานวิจัยและให้ความสำคัญกับความคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ซึ่งเป็นเด็กและเยาวชน ที่มาเข้าร่วมโครงการวิจัยนี้ เพื่อให้โครงการวิจัยเป็นประโยชน์และเคารพสิทธิผู้เข้าร่วมวิจัยได้อย่างแท้จริง โดยมีข้อเสนอ ดังนี้ 1. ขอให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์แจ้งรายละเอียดโครงการและรายละเอียดการได้รับอนุมัติให้วิจัยในมนุษย์ 2. ผู้แสดงความประสงค์เข้าร่วมงานวิจัยทั้งผู้ปกครอง เยาวชนที่อายุมากกว่า 12 ปี และต่ำกว่า 12 ปี จะต้องได้รับคำอธิบายว่า มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขการเข้าร่วมและไม่มีข้อห้ามในการเข้าร่วมโครงการ ในภาษาที่เหมาะกับความเข้าใจของกลุ่มอายุ และเข้าใจถึงสิทธิที่จะขอออกจากโครงการวิจัยได้ตลอดเวลา 3. นักวิจัยและสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ จะต้องเคารพความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล …
ข้อเสนอต่อการนำเข้าสับปะรดสีชมพู สับปะรด GMOs ต้องห้าม
สถานการณ์ ผู้บริโภคแจ้งเบาะแสมายัง สอบ.ว่าพบการเผยแพร่โฆษณาจำหน่ายสับปะรดที่มีเนื้อสีชมพู โดยมีชื่อการค้า คือ Pinkglow เป็นผลไม้ที่นำเข้าจากประเทศคอสตาริกา ในเครือข่ายสังคมออนไลน์ การดำเนินงาน ข้อเสนอของสภาองค์กรของผู้บริโภค เพื่อให้กำกับดูแลและควบคุม ความคืบหน้า อย. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข 2 ฉบับ ได้แก่ (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2565 เรื่อง การแสดงฉลากอาหารที่ได้จากสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม และ(ฉบับที่ 431) พ.ศ. 2565 เรื่อง อาหารที่ได้จากสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 7 มิถุนายน 2565
ข้อเสนอต่อการทำความตกลงเข้าร่วม CPTPP ของรัฐบาล
สถานการณ์ จากการที่รัฐบาลไทย มีนโยบายจะที่เข้าร่วม CPTPP นั้น สภาองค์กรของผู้บริโภค เห็นว่า จากผลการศึกษาตามแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จัดจ้าง สรุปได้ว่า การเข้าร่วม CPTPP จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยขยายตัว โดย GDP จะขยายตัว 0.12% คิดเป็นมูลค่า 13,320 ล้านบาท การลงทุนขยายตัว 5.14% คิดเป็นมูลค่า 148,240 ล้านบาทนั้น ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ศึกษา CPTPP สภาผู้แทนราษฎร ตั้งข้อสังเกตว่า ผลการศึกษาดังกล่าว ยังมิได้คำนึงถึงบริบททางสังคมและบทบาทของผู้ที่เกี่ยวข้องที่มิใช่รัฐ (Non-state actor) นอกจากนี้ เป็นการศึกษาเชิงมหภาคซึ่งไม่สามารถนำมาวิเคราะห์ผลกระทบต่อประเด็นรายละเอียดเชิงลึกได้ การตั้งสมมุติฐานการเปิดเสรีการค้าทันที 100% ของผลการศึกษา ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง การวิเคราะห์ผลกระทบต่อการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยแบบจำลอง ไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ อาทิ ศักยภาพการบังคับใช้กฎหมาย กฎระเบียบในประเทศที่สนับสนุนให้เกิดการลงทุน เป็นต้น ดังนั้น การเข้าร่วม CPTPP อาจไม่ใช่ปัจจัยหลักที่จะช่วยให้ไทยได้รับเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากรายงานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯศึกษา CPTPP หน้า 77-78 (https://www.parliament.go.th/ewtcommittee/ewt/25motion_cptpp/more_news.php?cid=141&filename=129) การดำเนินงาน นำเรื่องเข้าประชุมอนุกรรมการ พิจารณาจัดทำข้อเสนอ และติดตามเรื่อง มีกิจกรรมรณรงค์ ดังนี้ เดือนมิถุนายน 2564 1)ส่งความเห็นของสภาองค์กรฯ ค้านเข้า CPTPP ไปที่ นายกฯ พร้อมแถลงข่าว 2)ร่วมเป็นเข้าภาพจัดเวทีเสวนาออนไลน์กับ FTA Watch และเครือข่ายต่างๆ 3)จัดเสวนาออนไลน์ เลขจดแจ้งบนฉลากเครื่องสำอางสำคัญอย่างไร ทำไม CPTPP…
ขอสนับสนุนตัวอย่างข้าวจากทุกโรงสี ทุกโกดังเพื่อตรวจสอบคุณภาพข้าวสาร
สถานการณ์ ติดตามสถานการณ์ข่าวข้าวสาร 10 ปี ว่ามีความปลอดภัยต่อการบริโภคหรือไม่ อย่างไร พร้อมได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคเพื่อขอให้เป็นตัวแทนประชาชน ในการดำเนินการเพื่อคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภคตามกฎหมาย การดำเนินงาน สภาผู้บริโภค ออกแถลงการณ์ ข้อเสนอของสภาองค์กรของผู้บริโภค สภาองค์กรของผู้บริโภค ทำหนังสือถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 1. ขอเก็บตัวอย่างข้าวสารจากทุกโรงสี ทุกโกดังที่เก็บข้าวเพื่อตรวจสอบคุณภาพข้าวสารตามมาตรฐานการสุ่มตัวอย่างที่น่าเชื่อถือเพื่อส่งตรวจสอบคุณภาพความปลอดภัยจากห้องปฏิบัติการทดสอบที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO17025 2. ขอเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หรือผู้แทนร่วมแถลงข่าวหากผลทดสอบแล้วเสร็จ 3. สภาผู้บริโภคสนับสนุนให้กระทรวงพาณิชย์ ยุติการจำหน่ายข้าวเพื่อการบริโภคหรืออาหารสัตว์ หากผลการตรวจยืนยันจากห้องทดลอง พบว่า มีสารเคมีตกค้างที่เป็นอันตราย หรือมีสารก่อมะเร็ง ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคภายในประเทศหรือต่างประเทศ 4. ขอให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการเปิดประมูลเพื่อการใช้ประโยชน์ในด้านอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบริโภคหรือห่วงโซ่อาหารซึ่งสามารถทำได้ทันที ความคืบหน้า 7 พฤษภาคม 2567 – สภาผู้บริโภค ออกข่าวประชาสัมพันธ์ ข้าว 10 ปีกินได้จริงหรือ? พาณิชย์ – เกษตร ต้องตรวจ ทุกกระสอบก่อนจำหน่าย 14 พฤษภาคม 2567 – สภาผู้บริโภค แถลงข่าว พร้อมเป็นตัวแทนตรวจสอบคุณภาพ “ข้าว 10 ปี” พร้อมเสนอรัฐชะลอการประมูลข้าวสาร ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคุณภาพข้าวสาร 10 ปี และให้สภาผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการวางแผน – ตรวจสอบการประมูล
ข้อเสนอต่อการพัฒนาระบบ Post-Market : กรณีความไม่ปลอดภัยของไส้กรอกผสมสารกันเสีย
สถานการณ์ สืบเนื่องจากกรณีที่เป็นข่าวในช่วงต้นปี 2564 เฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘Ramathibodi Poison Center’ ได้ออกมาให้ข้อมูลเตือนภัยผู้บริโภค โดยระบุว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีเด็กป่วยด้วยภาวะเมทฮีโมโกลบิน (Methemoglobin) จำนวน 6 ราย ใน 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เพชรบุรี สระบุรี ตรัง และกาญจนบุรี ซึ่งเด็กทั้งหมดมีประวัติกินไส้กรอกไม่มียี่ห้อและไม่มีเอกสารกำกับ ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ได้ถูกเผยแพร่ต่อในช่องทางสื่อต่างๆมากมาย ทำให้ผู้บริโภคเกิดความไม่มั่นใจในความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ไส้กรอก ตลอดจนระบบการตรวจสอบเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพหลังออกสู่ท้องตลาด (Post-Maketing) การดำเนินงาน ข้อเสนอของสภาองค์กรของผู้บริโภค ข้อเสนอการพัฒนาระบบการตรวจสอบเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพหลังออกสู่ท้องตลาด (Post-Maketing) : บทเรียนกรณีปัญหาไส้กรอกอันตราย ความคืบหน้า ข้อเสนอของเสนอถูกนำเสนอในรายงาน ของผู้ตรวจการแผ่นดิน เรื่อง การคุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวกับอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ การพัฒนาระบบการตีวจสอบ เฝ้าระวัง ผลิตภัณฑ์สุขภาพหลังออกสู่ท้องตลาด Post-Maketing เสนอต่อคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 230 (3) เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565

















