Ribbon

ดัน ‘สมุทรสงคราม’ สู่ต้นแบบโมเดลขนส่งสาธารณะ จังหวัดขนาดเล็ก

ดัน ‘สมุทรสงคราม’ สู่ต้นแบบโมเดลขนส่งสาธารณะ จังหวัดขนาดเล็ก

วันที่ 4 มีนาคม 2569 ที่ ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม บุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาผู้บริโภค เข้าหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัด สมุทรสงคราม เพื่อกำหนดแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่ และสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการวางแผนพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัดสมุทรสงคราม ให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานของประชาชนและสอดรับกับการเติบโตของเมืองในอนาคต โดยมีผู้แทนจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม เทศบาลเมืองสมุทรสงคราม สำนักงานขนส่งจังหวัดสมุทรสงคราม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รวมถึงเครือข่ายภาคประชาชน

การประชุมสภาผู้บริโภคได้นำเสนอโมเดลการจัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนระบบขนส่งสาธารณะระดับจังหวัดโดยเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และให้สำนักงานขนส่งจังหวัดสมุทรสงคราม หน่วยงานประจำจังหวัด และสภาผู้บริโภค ร่วมทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ เพื่อผลักดันการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหลายมิติ ทั้งด้านการเดินทางของประชาชน การสนับสนุนการท่องเที่ยว การพัฒนาสถานีขนส่ง และการสื่อสารประชาสัมพันธ์

ชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ระบุว่า ปัญหาสำคัญของจังหวัดสมุทรสงครามในขณะนี้ คือไม่มีระบบขนส่งสาธารณะ เนื่องจากรถโดยสารในหลายเส้นทางหยุดให้บริการ ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนและการท่องเที่ยว จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาระบบขนส่งให้มีประสิทธิภาพ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน ทั้งการเพิ่มเส้นทางรถโดยสาร จัดทำจุดจอดและสถานีขนส่ง รวมถึงยกระดับคุณภาพรถและการบริการ พร้อมศึกษาต้นแบบจากจังหวัดที่ประสบความสำเร็จเพื่อนำมาปรับใช้ในพื้นที่

ทั้งนี้ เห็นด้วยกับข้อเสนอจากสภาผู้บริโภค ที่ให้จัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนระบบขนส่งสาธารณะระดับจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และให้ขนส่งจังหวัดสมุทรสงคราม หน่วยงานประจำจังหวัดสมุทรสงคราม สภาผู้บริโภค ร่วมเป็นฝ่ายเลขานุการด้วย โดยเชื่อว่าจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยจะเร่งดำเนินการจัดตั้งคณะทำงานโดยเร็ว

บุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า แนวทางที่จะทำให้จังหวัดขนาดเล็กอย่างสมุทรสงครามสามารถพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะได้สำเร็จ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้นำท้องถิ่นที่ล้วนเป็นคนแม่กลองและเข้าใจปัญหาของพื้นที่เป็นอย่างดี ซึ่งจากประสบการณ์ในฐานะคนพื้นที่ พบว่าการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะในอดีตมีข้อจำกัดอย่างมาก หลายพื้นที่ไม่มีรถโดยสารให้บริการ ต้องเดินทางต่อหลายช่วงกว่าจะถึงจุดหมาย สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการเข้าถึงระบบขนส่งของประชาชนในจังหวัด

บุญยืน กล่าวอีกว่า การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะจำเป็นต้องสร้างเครือข่ายการเดินทางที่เชื่อมต่อกัน โดยเฉพาะเส้นทางระยะสั้น ที่ปัจจุบันเอกชนไม่สามารถดำเนินการได้อย่างคุ้มทุน หากปล่อยให้ภาคเอกชนดำเนินการเพียงลำพัง อาจทำให้บริการหายไปในอนาคต ดังนั้นท้องถิ่นต้องเข้ามามีบทบาทสนับสนุนการจัดบริการขนส่งสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างเป็นธรรม

“จังหวัดสมุทรสงครามอาจไม่ได้ต้องการระบบขนส่งขนาดใหญ่เหมือนเมืองใหญ่ แต่ต้องการระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวก เข้าถึงง่าย และตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนในพื้นที่ โดยการพัฒนาจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานด้านขนส่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถพัฒนาจังหวัดเล็กให้เป็นต้นแบบด้านขนส่งสาธารณะได้ในอนาคต” บุญยืนกล่าว

สุภาพร ถิ่นวัฒนากูล รองเลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า การหารือในวันนี้มีทิศทางที่ดี และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการรวบรวมข้อมูลต้นทุนและความต้องการของพื้นที่ เพื่อนำไปวิเคราะห์และออกแบบการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของสมุทรสงคราม โดยปัจจุบันกฎหมายเปิดทางให้ท้องถิ่น สามารถจัดบริการขนส่งสาธารณะได้ อีกทั้งยังมีงานวิจัยเกี่ยวกับระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัดเป็นข้อมูลสนับสนุน จึงเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้เป็นวาระจังหวัดและขับเคลื่อนให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

สุภาพร ระบุว่า หลายจังหวัดเริ่มพัฒนาขนส่งสาธารณะจากแนวคิดว่าการเดินทางคือสิทธิพื้นฐานของประชาชน โดยท้องถิ่น เช่น อบจ. หรือ เทศบาล ให้การสนับสนุนงบประมาณเพื่อให้บริการเกิดขึ้นจริง ตัวอย่างเช่น อบจ.กาญจนบุรี ที่สนับสนุนงบประมาณปีละราว 12 ล้านบาท สำหรับรถบัสไฟฟ้า (EV Bus) แม้ถูกมองว่าเป็นการขาดทุน แต่แท้จริงเป็นการลงทุนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้พัฒนาระบบรถรับส่งนักเรียนปลอดภัยควบคู่กับระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัด โดยสามารถนำต้นแบบจากหลายพื้นที่มาปรับใช้ เพื่อสร้างระบบการเดินทางที่ปลอดภัยและเข้าถึงได้ในระยะยาว

คงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ สภาผู้บริโภค กล่าวว่า สภาผู้บริโภคได้ผลักดันการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะใน 12 จังหวัดนำร่อง และ 10 จังหวัดขยาย ผ่านโครงการสานพลังความร่วมมือท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาขนส่งสาธารณะไร้รอยต่อที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยแต่ละจังหวัดมีรูปแบบการดำเนินงานแตกต่างกันตามบริบทของพื้นที่ ตัวอย่างเช่น ภูเก็ต และ เชียงใหม่ ใช้แนวทางให้ อบจ. จัดซื้อรถโดยสารและบริหารจัดการเอง ขณะที่กาญจนบุรี และน่าน ใช้วิธีเช่ารถและจ้างเอกชนเดินรถ ซึ่งแต่ละรูปแบบมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกัน

คงศักดิ์ ระบุว่า ปัจจุบันไม่มีข้อถกเถียงแล้วว่าท้องถิ่นสามารถจัดบริการขนส่งสาธารณะได้หรือไม่ เนื่องจากกฎหมายได้กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นดำเนินการเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน โดยขณะนี้สภาองค์กรของผู้บริโภคอยู่ระหว่างการรวบรวมบทเรียนจากพื้นที่ต่าง ๆ จัดทำเป็นคู่มือการจัดบริการขนส่งสาธารณะสำหรับท้องถิ่น เพื่อใช้เป็นองค์ความรู้และแนวทางให้แก่จังหวัดหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต้องการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่ของตนต่อไป


คิกออฟ “สานพลังท้องถิ่น” ดัน ขนส่งสาธารณะ ภาคใต้ให้เป็นจริง