Ribbon

รู้จัก พ.ร.ก. ป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมัน ช่วยแก้ปัญหาน้ำมันแพง อย่างไร

Getting your Trinity Audio player ready...
รู้จัก พ.ร.ก. ป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมัน ช่วยแก้ปัญหาน้ำมันแพงอย่างไร

การประกาศแนวทางแก้ไขวิกฤต น้ำมันแพง และการยืนยันความตั้งใจในการแก้ปัญหาของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ มาตรการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง 

โดยมีการปรับลดงบประมาณภาครัฐ แก้ปัญหา – บรรเทาความเดือดร้อนประชาชนช่วงวิกฤตพลังงาน พร้อมปรับโครงสร้างพลังงาน – ค่าไฟฟ้า แต่ยังไม่มีมติปรับลดค่าการกลั่น – ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เนื่องจากรอแถลงนโยบาย

นายกฯ อนุทิน ยืนยันว่า ทุกอย่างจะเป็นรูปธรรม ได้รับการแก้ไขและปฏิบัติโดยเร็ว เมื่อรัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา 

ประเด็นหนึ่งที่สื่อมวลชนหยิบขึ้นมาถาม ก็คือ ใช้อำนาจตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 หรือ พ.ร.ก. 2516 ซึ่งนายกฯ อนุทินตอบว่า ในส่วนที่ต้องใช้ อาจจะมีการใช้บางส่วน

พระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 คืออะไร ที่ผ่านมาเคยมีการประกาศใช้มาแล้วกี่ครั้ง 

พ.ร.ก. ฉบับดังกล่าว ตราขึ้นมาเพื่อใช้แก้ไขสถานการณ์ที่จะทำให้เกิดภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นในประเทศ โดยให้อำนาจนายกรัฐมนตรีมีอำนาจในการกำหนดมาตรการต่าง ๆ ได้โดยฉับพลัน ไม่จำเป็นต้องให้กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ แยกปฏิบัติการตามกฎหมายที่มีอยู่

มีสาระสำคัญของกฎหมายโดยสรุปได้ดังนี้

การมอบอำนาจเด็ดขาดให้นายกฯ แก้ปัญหาน้ำมันแพง

กฎหมายนี้ให้อำนาจ “นายกรัฐมนตรี” สั่งการและกำหนดมาตรการต่างๆ ได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนปกติทางกฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาให้ทันท่วงที ครอบคลุม 4 ด้านหลัก คือ

การควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงแบบเบ็ดเสร็จ มีอำนาจสั่งการตั้งแต่การผลิต จำหน่าย ขนส่ง ครอบครอง กำหนดปริมาณสำรอง ไปจนถึงการห้ามนำเข้าหรือระงับการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิด

การควบคุมไฟฟ้าและพลังงานอื่น สามารถแทรกแซงและกำหนดมาตรการเกี่ยวกับการผลิตและการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าหรือพลังงานทางเลือกอื่นๆ ได้

การจำกัดและควบคุมการใช้พลังงาน สามารถออกคำสั่งเพื่อลดการใช้พลังงานในประเทศ เช่น

  • กำหนดวันเวลาเปิด – ปิด และเงื่อนไขการทำงานของโรงงานอุตสาหกรรม
  • กำหนดเวลาเปิด – ปิด ของโรงมหรสพ สถานบันเทิง ภัตตาคาร หรือห้างสรรพสินค้า
  • ควบคุมการใช้ยานพาหนะ ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคลและรถสาธารณะ (เช่น การจำกัดเวลาวิ่ง หรือห้ามวิ่งบางประเภท)
  • ควบคุมการใช้ไฟฟ้าในอาคารและป้ายโฆษณาต่างๆ

การปันส่วนน้ำมัน (Rationing) หากวิกฤตถึงขั้นวิกฤตสุดขีด นายกฯ มีอำนาจสั่ง “ปันส่วนน้ำมัน” หรือจำกัดโควตาการเติมน้ำมันของประชาชนได้

เนื่องจากเป็นกฎหมายฉุกเฉินด้านความมั่นคง บทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่งของนายกรัฐมนตรี หรือฝ่าฝืนมาตรการที่รัฐกำหนดตาม พ.ร.ก. ฉบับนี้ จึงมีอัตราโทษที่ค่อนข้างรุนแรง คือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

การประกาศใช้ พ.ร.ก. แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ในอดีตที่ผ่านมา 

นอกเหนือจากปี พ.ศ. 2516 ที่ออก พ.ร.ก.ออกมาให้อำนาจนายกฯ ในการสั่งการเพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงให้ทันต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา มีการบังคับใช้อำนาจอย่างเข้มข้นผ่านเหตุการณ์ทางพลังงานที่ส่งผลกระทบกับประเทศ คือ 

เหตุการณ์สงครามอิรัก พ.ศ. 2547

ในช่วงปี 2546 – 2547 เกิดสงครามในอิรัก ราคาน้ำมันโลกผันผวนหนัก รัฐบาลในขณะนั้นได้ออก คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 4/2547 อาศัย อำนาจ พ.ร.ก. 2516 เพื่อ “ตรึงราคาน้ำมัน” อย่างเต็มรูปแบบ คำสั่งนี้เปรียบเสมือนธรรมนูญของกองทุนน้ำมันในยุคนั้น โดยให้อำนาจคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) กำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนและเงินชดเชยได้อย่างเบ็ดเสร็จ เพื่อรักษาระดับราคาขายปลีกไม่ให้ขยับขึ้น

ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พ.ศ. 2551

ในปีนี้เป็นปีที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งทะยานขึ้นไปแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (ราว 147 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล) ก่อนจะร่วงลงมาอย่างรุนแรงในช่วงปลายปีจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ (Subprime Crisis) 

ความผันผวนอย่างรุนแรงนี้ ทำให้โครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศปั่นป่วน รัฐบาลต้องใช้มาตรการทางภาษีควบคู่ไปกับกองทุนน้ำมันฯ เพื่อพยุงราคา แต่ปัญหาที่ตามมาคือ เมื่อมีการประกาศปรับลดหรือเพิ่มภาษี/กองทุนกะทันหัน อาจเกิดช่องโหว่ให้ผู้ค้ากักตุนน้ำมันเพื่อเก็งกำไร หรือผู้ค้าอาจหยุดชะงักการขายเพราะกลัวขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันเดิม ซึ่งจะนำไปสู่ “ภาวะน้ำมันขาดแคลน” หน้าปั๊มได้

รัฐบาลจึงออก คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 2/2551 ใช้ อำนาจ พ.ร.ก. 2516 ออกมาตรการเพื่อบริหารจัดการส่วนต่างของภาษีและกองทุนน้ำมันฯ ในช่วงที่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างราคา บังคับให้ผู้ค้าน้ำมันต้องส่งเงินส่วนเกินที่เกิดจากมูลค่าสต๊อกน้ำมัน เข้ากองทุนน้ำมันฯ หรือในทางกลับกัน กองทุนฯ ก็จะเข้าไปชดเชยให้หากขาดทุน เพื่อป้องกันไม่ให้กลไกตลาดหยุดชะงักและป้องกันการกักตุนสินค้า

ข้อเสนอให้ใช้ พ.ร.ก. เพื่อควบคุม “ค่าการกลั่น” พ.ศ. 2565 

ช่วงวิกฤตพลังงานจากสงครามรัสเซีย – ยูเครน มีข้อเสนอจาก สภางผู้บริโภค ที่เสนอให้รัฐบาลนำ พ.ร.ก. 2516 หรือ พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการฯ มาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อเข้าควบคุมค่าการกลั่นน้ำมันและลดภาระประชาชน แต่ในท้ายที่สุด รัฐบาลในขณะนั้นไม่ได้มีการใช้ พ.ร.ก. ฉบับนี้มาออกคำสั่งใหม่

อย่างไรก็ตาม คงต้องติดตามดูกันต่อไปว่า สถานการณ์วิกฤตราคาน้ำมันหลังจากนี้ นายกฯ อนุทินจะหยิบ พ.ร.ก.2516 ขึ้นมาใช้หรือไม่ และหากประกาศใช้รูปแบบการใช้จะเป็นอย่างไร เพื่อเป็นประโยชน์กับประชาชนที่สุด 


พระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516