| Getting your Trinity Audio player ready... |

อนุกรรมการด้านอสังหาริมทรัพย์ฯ เห็นชอบเดินหน้าจัดเวทีสาธารณะ 10 ปี The Aetas กับการปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด สะท้อนความล้มเหลวของการบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคาร และเดินหน้าสำรวจปัญหาการเก็บค่าน้ำค่าไฟของอพาร์ทเมนท์ ห้องพักเกินอัตราของการไฟฟ้าและการประปา
ในการประชุมคณะอนุกรรมการด้านอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัย สภาผู้บริโภค ครั้งที่ 10/2567 ซึ่งมี ผศ.ดร.จุมพล ชื่นจิตต์ศิริ กรรมการนโยบายสภาผู้บริโภค เป็นประธานในที่ประชุม ได้รับทราบการจัดส่งรายงานการกระทำหรือละเลยการกระทำอันมีผลกระทบต่อสิทธิของผู้บริโภค กรณีการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของผู้อำนวยการเขตปทุมวัน และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในการปฏิบัติให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครองล่าช้ากรณีคดีรื้อถอนอาคารสูง (โรงแรมดิเอทัส) ในซอยร่วมฤดีถึง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน และเลขาธิการสำนักงานศาลปกครองเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 แล้ว
และที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบการจัดเวทีถอดบทเรียน “10 ปี The Aetas กับการปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด” โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญของการจัดเวทีคือ เพื่อสร้างการรับรู้สาธารณะต่อปัญหาการวางและจัดทำผังเมือง และการบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคารที่มีผลกระทบต่อสิทธิของประชาชนและสิทธิของผู้บริโภค และให้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมให้ครบถ้วนทั้งกรุงเทพมหานคร ศาลปกครอง ภาคการเมือง นักกฎหมาย รวมถึงกลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
นอกจากนี้ที่ประชุมอนุกรรมการฯ ยังได้พิจารณาถึงปัญหาและแนวทางการคุ้มครองผู้เช่าห้องพักเพื่ออยู่อาศัย ด้วยมีข้อร้องเรียนเรื่องการเก็บค่าสาธารณูปโภคของห้องพัก อพาร์ทเมนท์ มีการเก็บค่าบริการสาธารณูปโภคทั้งค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประกา เกินกว่าที่การไฟฟ้า และการประปาเรียกเก็บ หรือบางรายมีการเก็บในอัตราค่าบริการปกติ แต่ไปเรียกเก็บผู้เช่าในค่าใช้จ่ายส่วนอื่นแทน อาทิ ค่าบริการจดมิเตอร์ไฟฟ้า ค่าส่วนกลาง บางรายไม่มีหลักฐานแสดงรายละเอียดของการเรียกเก็บ แต่เมื่อได้มีการเจรจากับผู้บริโภค พบว่าผู้บริโภคบางรายไม่กล้าร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากไม่ต้องการมีปัญหากับผู้ประกอบธุรกิจ เพราะยังต้องเช่าห้องเพื่ออยู่อาศัยต่อทำให้การขอดูหลักฐานต่าง ๆ ทำได้ยาก
ทรงศิริ จุมพล อนุกรรมการด้านอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัยสภาผู้บริโภค และรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่าแม้จะมีประกาศของคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาเรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2562 ซึ่งตามประกาศดังกล่าวผู้ประกอบธุรกิจจะต้องมีการแจกแจงรายละเอียดการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้มีความชัดเจน และการคิดคำนวณค่ากระแสไฟฟ้า และค่าน้ำประปา ต้องไม่เก็บเกินกว่าที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บ ด้วยประกาศกำหนดว่าจะไม่สามารถใช้ข้อสัญญาที่ให้ผู้ประกอบธุรกิจกำหนดอัตราค่าบริการกระแสไฟฟ้าและน้ำประปา เกินกว่าอัตราที่ผู้ให้บริการกระแสไฟฟ้าและน้ำประปาเรียกเก็บจากผู้ประกอบธุรกิจไม่ได้ แต่ในปัจจุบันยังพบข้อร้องเรียนในเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
โดยผู้ประกอบธุรกิจบางรายมีการคิดค่ากระแสไฟฟ้า และค่าน้ำประปาตามที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บ แต่ไปเรียกเก็บผู้เช่าเป็นค่าบริการอื่น ๆ แทน เช่น ค่าเช่าที่สูงขึ้น ค่าไฟส่วนกลาง ค่าเสื่อมของเฟอร์นิเจอร์ หรือในรายละเอียดอื่น ๆ แทน ซึ่งตามกฎหมายหากผู้ประกอบธุรกิจชี้แจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายโดยละเอียดก็สามารถทำได้ ซึ่ง สคบ. กำลังพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหานี้อยู่
จากปัญหาดังกล่าว ที่ประชุมอนุกรรมการฯ จึงเห็นชอบให้สำนักงานสภาผู้บริโภคดำเนินการสำรวจปัญหาการเก็บค่าสาธารณูปโภคของห้องพัก อพาร์ทเม้นท์เพิ่มเติม เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคที่มีประสิทธิภาพต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป



