| Getting your Trinity Audio player ready... |

เปิดตัว “สภาสิทธิการเดินทางเชียงใหม่” สานพลังทุกภาคส่วนดันแผนแม่บทขนส่งสาธารณะ แก้จราจร-ฝุ่น PM2.5 อบจ.เชียงใหม่ เตรียมเดินรถ EV Bus 2 เส้นทาง ยกระดับการเดินทางเมืองเชียงใหม่
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ สภาผู้บริโภค และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวที “เปิดตัวสภาสิทธิการเดินทางเชียงใหม่ : ขนส่งสาธารณะเชียงใหม่ที่ปลอดภัย เป็นธรรมมีมาตรฐาน” เพื่อสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ และเครือข่ายผู้บริโภค ในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่เท่าเทียมและยั่งยืนสำหรับเมืองเชียงใหม่ ช่วยยกระดับคุณภาพการเดินทางของประชาชน และมุ่งสู่การพัฒนาเมืองเชียงใหม่สู่ “เมืองเป็นธรรม (Just City)” ในอนาคต
สำหรับข้อเสนอในเวทีครั้งนี้ คือ การจัดทำแผนแม่บทขนส่งสาธารณะจังหวัดแบบบูรณาการทุกภาคส่วน เพิ่มมาตรการความปลอดภัยโดยลดความเร็วในเขตเมืองและคูเมืองไม่เกิน 30 กม./ชม. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้เอื้อต่อการเดิน จักรยาน และผู้พิการ พร้อมใช้ข้อมูลด้านความปลอดภัยและมลพิษมาวางแผนระบบขนส่ง รวมทั้งเสนอให้พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะทั้งด้านค่าโดยสาร การประชาสัมพันธ์ และจุดจอดให้เข้าถึงง่าย
อนันต์ แสงบุญ ประธานสภาองค์กรผู้บริโภค จังหวัดเชียงใหม่` กล่าวว่า การเปิด สภาสิทธิการเดินทาง เชียงใหม่ครั้งนี้มีเป้าหมายระดมความคิดเห็นต่อสถานการณ์ขนส่งสาธารณะ และหาแนวทางพัฒนาระบบการเดินทางให้เข้าถึงได้สำหรับทุกกลุ่ม รวมถึงลดปัญหามลพิษ PM2.5 โดยมีคณะทำงานและเครือข่ายภาคประชาชนเข้าร่วมอย่างหลากหลาย ทั้งเครือข่ายผู้พิการ ผู้สูงอายุ ชุมชนเมือง เยาวชน นักเรียน นักศึกษา เครือข่ายจักรยาน นักวิชาการ และเครือข่ายผู้บริโภคในจังหวัด
นอกจากนี้ ยังมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วม ได้แก่ เทศบาลเมืองสุเทพ เทศบาลตำบลช้างเผือก เทศบาลเมืองแม่เหียะ และเทศบาลเมืองดอนแก้ว รวมถึง องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานภาครัฐด้านความปลอดภัยทางถนนและระบบขนส่ง เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเชียงใหม่ให้ปลอดภัย เข้าถึงได้ และเป็นธรรมสำหรับประชาชนทุกกลุ่ม
ลักขณา ศรีหงส์ ผู้แทนสภาลมหายใจเชียงใหม่ กล่าวว่า สภาสิทธิการเดินทางเชียงใหม่ต้องการผลักดันให้เมืองเชียงใหม่มีระบบขนส่งสาธารณะที่เป็นธรรม ครอบคลุม และเข้าถึงได้สำหรับทุกคน โดยเสนอให้จัดทำแผนแม่บทขนส่งสาธารณะระดับจังหวัดที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม พร้อมยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน เช่น กำหนดความเร็วในเขตเมืองไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเดินและการใช้จักรยาน ปรับปรุงถนน ป้ายสัญญาณ และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ รวมถึงใช้ข้อมูลด้านความปลอดภัยและมลพิษมาพัฒนาระบบการเดินทาง และส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น
อัญชลี สุใจคำ ศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า สภาสิทธิการเดินทางเชียงใหม่เป็นกลไกการทำงานของภาคประชาสังคม ที่ต่อยอดจากเครือข่ายภายใต้สภาลมหายใจและเครือข่ายผู้บริโภค โดยมีเป้าหมายผลักดันความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัดเชียงใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยในระยะต่อไปเตรียมจัดตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างสภาสิทธิการเดินทาง กับ อบจ.เชียงใหม่ เพื่อเป็นกลไกการทำงานร่วมกันระหว่างภาคประชาชนกับท้องถิ่น พร้อมขับเคลื่อนแผนรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้ขนส่งสาธารณะ
โดยเฉพาะโครงการเดินรถโดยสารไฟฟ้า (EV Bus) ที่ อบจ.เชียงใหม่ กำลังเตรียมเปิดให้บริการ ทั้งนี้ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดเชียงใหม่จะร่วมเป็นทีมบริหาร พร้อมมีคณะทำงานจากหลายภาคส่วน เพื่อผลักดันแผนแม่บทของสภาสิทธิการเดินทางให้เป็นแนวทางของการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัดเชียงใหม่
สมชาติ วัฒนากล้า รองนายก อบจ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า อบจ.เชียงใหม่ เตรียมเปิดเดินรถโดยสาร EV Bus ใน 2 เส้นทางหลัก ได้แก่ สาย 18 และสาย 20 หลังได้รับสัมปทานจากกรมการขนส่งทางบกแล้ว โดยปัจจุบันเชียงใหม่มีเส้นทางขนส่งสาธารณะเพียง 22 เส้นทาง และในเขตเมืองมีบริการหลักเพียง 1 เส้นทาง ทำให้ต้องเร่งพัฒนาระบบขนส่งรองรับทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งได้ร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศึกษาเพิ่มอีก 3 เส้นทาง และเตรียมขออนุญาตเส้นทางใหม่เพิ่มเติม
สำหรับรถที่ใช้เป็นรถบัสไฟฟ้าแบบชานต่ำขนาดประมาณ 20 ที่นั่ง ควบคู่กับการพัฒนาจุดจอดและสถานีชาร์จ รวมถึงแผนจัดจุด Park & Ride รอบเมือง เช่น ศูนย์ราชการ สถานีรถไฟ และศูนย์ประชุมนานาชาติ รวมถึงพื้นที่สำคัญอย่างพืชสวนโลกและเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เพื่อให้ประชาชนจอดรถและต่อขนส่งสาธารณะเข้าเมืองได้สะดวก
รองนายก อบจ.เชียงใหม่ ระบุว่า ขณะนี้โครงการกำลังเข้าสู่การพิจารณางบประมาณของสภา อบจ.เชียงใหม่ ในวันที่ 27 ก.พ.นี้ หากได้รับอนุมัติจะเดินหน้าการจัดหารถและเร่งให้เปิดบริการโดยเร็วที่สุด
โดยตั้งค่าโดยสารไม่เกิน 20 บาทตลอดสาย พร้อมสิทธิสำหรับผู้พิการ ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง ใช้ระบบติดตามรถแบบเรียลไทม์และชำระเงินผ่าน QR Code หรือ Smart Card ภายใต้แนวคิด Smart Mobility เพื่อยกระดับระบบขนส่งสาธารณะเชียงใหม่ในอนาคต
อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้องได้ที่



