Ribbon

ส่องนโยบายผู้บริโภค ด้านการขนส่งฯ ประจำเดือน พ.ย. 67

Getting your Trinity Audio player ready...

ที่ประชุมคณะอนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ สภาผู้บริโภค ครั้งที่ 9/2567 ซึ่งมีนายแพทย์อนุชา เศรษฐเสถียร กรรมการนโยบาย และประธานอนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ สภาผู้บริโภค เป็นประธานที่ประชุม ได้พิจารณาเรื่องสำคัญสองเรื่อง

เรื่องแรก คือการจัดทำข้อเสนอนโยบายแนวทางการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค กรณีอุบัติเหตุรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถทัศนศึกษาไฟไหม้) ซึ่งเกิดเหตุเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 จนมีครูและนักเรียนเสียชีวิตมากถึง 23 ราย ซึ่งจากเวทีประชุม “ครบรอบ 1 เดือนรถบัสทัศนศึกษาไฟไหม้ มาตรฐานความปลอดภัยรถโดยสารอยู่ที่ไหน” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม มีข้อค้นพบในปัญหามาตรฐานยานพาหนะที่ไม่ปลอดภัยหลายประการ

เช่น การไม่มีข้อกำหนดอายุการใช้งานโครงคัสซีรถกลุ่มรถโดยสารไม่ประจำทาง รวมถึงการกำหนดมาตรฐานการติดตั้งเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ในการขนส่งที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิงที่พบว่าประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการติดตั้ง และการออกหนังสือรับรองการติดตั้งเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ในการขนส่งที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2565 เปิดช่องให้มีการใช้มาตรฐาน มอก.2333 ซึ่งเป็นมาตรฐานทั่วไปไม่ใช่มาตรฐานบังคับและยังเป็นมาตรฐานที่ต่ำกว่ามาตรฐานสากลได้

ที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ รับทราบว่า วันที่ 13 พฤศจิกายน 2567 สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้ยกเลิกและปรับปรุงมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.2333 เพื่อให้กรมการขนส่งทางบกนำไปอ้างอิงบังคับใช้ตามกฎหมาย โดยอ้างอิง ISO15501 ฉบับล่าสุด ซึ่งกำหนดให้รถติดตั้งระบบ CNG ต้องมีวาล์วเปิด-ปิดอัตโนมัติที่หัวถังทุกถังเท่านั้น โดยเตรียมนำเสนอคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) หรือบอร์ด สมอ. เพื่อพิจารณาในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 เมื่อมีมติเห็นชอบคาดว่าจะสามารถประกาศใช้มาตรฐานดังกล่าวได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2568

ทั้งนี้ที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ เห็นควรให้จัดทำข้อเสนอถึงคณะรัฐมนตรีโดยให้เพิ่มเพิ่มเรื่องการทบทวนมาตรฐานรถโดยสารสาธารณะทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นทางในขั้นตอนการออกใบอนุญาตจะต้องเข้มงวดเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยเป็นลำดับแรก ควบคู่ไปกับการกำหนดการตรวจสภาพรถที่ต้องได้มาตรฐานไม่ว่าจะเป็นการตรวจของสำนักงานขนส่งจังหวัดหรือสถานตรวจสภาพรถเอกชน และเห็นว่าการยกระดับคุณภาพมาตรฐานรถโดยสารสาธารณะจำเป็นต้องใช้งบประมาณลงทุน รัฐบาลควรมีมาตรการสนับสนุนหรือกลไกทางภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งเพื่อให้สามารถเปลี่ยนผ่านมาตรฐานรถของตัวเองได้

เรื่องที่สอง คือเรื่องแนวทางคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค กรณีปัญหาการผิดสัญญาการดำเนินงานของ บริษัท ทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้เชิญนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมประชุมและนำเสนอข้อมูลต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ ซึ่งนายชาญชัยเห็นว่า ปัญหาการดำเนินงานของบริษัท ทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ จำกัด (มหาชน) ไม่ปฎิบัติตามบันทึกข้อตกลงแก้ไขสัญญาเปลี่ยนแปลงสัญญาสัมปทานทางหลวงฉบับที่ 3/2550 ลงวันที่ 12 กันยายน 2550 ข้อ 6 ว่าด้วยการถอนฟ้องหรือถอนข้อพิพาทที่เสนอศาลหรืออนุญาโตตุลาการก่อนการทำบันทึกข้อตกลงแก้ไขสัญญาฯ

การที่บริษัทฯ ไม่ได้ดำเนินการตามข้อตกลงดังกล่าว จึงอาจเข้าข่ายเป็นการดำเนินการที่ผิดสัญญาต่อรัฐ กระทบต่อสิทธิประชาชน ส่งผลให้เกิดความเสียต่อประเทศชาติและประชาชนโดยรวม ดังนั้นการขึ้นราคาค่าทางด่วนของบริษัท ทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ ในวันที่ 22 ธันวาคม 2567 ที่อ้างว่าเป็นการดำเนินการตามเงื่อนไขสัญญาสัมปทานนั้นจึงไม่สามารถทำได้

เมื่อได้รับฟังข้อมูลที่เกี่ยวข้องแล้ว คณะอนุกรรมการฯ มอบหมายให้สำนักงานสภาผู้บริโภค ติดตามข้อมูลการขึ้นค่าผ่านทางทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์อย่างใกล้ชิด และหากมีประเด็นที่ต้องขอข้อคิดเห็นหรือมติคณะอนุกรรมการฯ ให้ฝ่ายเลขานุการฯ จัดทำข้อมูลเวียนแจ้งเสนอต่อคณะอนุกรรมการฯ เพื่อพิจารณาและให้ข้อคิดเห็นในกรณีนี้ต่อไป