| Getting your Trinity Audio player ready... |

เวทีดีเบตนโยบายคุ้มครองผู้บริโภคปัตตานี ชูนโยบาย “เมืองที่เป็นธรรม” ลดค่าครองชีพ – เพิ่มคุณภาพชีวิตประชาชน เสนอคุมเพดานค่าโดยสาร หนุน กองทุนขนส่งจังหวัด กระจายอำนาจท้องถิ่น
วันที่ 25 มกราคม 2569 หน่วยงานประจำจังหวัดปัตตานี สภาผู้บริโภค จัดเวที “สภาผู้บริโภคพบพรรคการเมือง ผู้บริโภคขยับนโยบาย พรรคการเมืองขยับต่อ” ภายใต้แนวคิด “นโยบายจะปัง ต้องฟังเสียงผู้บริโภค” ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมเสียงผู้บริโภคกับภาคการเมือง เพื่อผลักดันนโยบายคุ้มครองผู้บริโภคและคุณภาพชีวิตประชาชนในจังหวัดปัตตานีสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยตัวแทนผู้บริโภคได้ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่มาร่วมแสดงวิสัยทัศน์ใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ เมืองที่เป็นธรรม (Just City) การคุ้มครองผู้บริโภคจากภัยมิจฉาชีพออนไลน์ และคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม
‘กล้าธรรม’ หนุนค่าโดยสารไม่เกิน 10% ของรายได้ขั้นต่ำ
พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา พรรคกล้าธรรม กล่าวว่า ปัตตานีมีปัญหาขาดแคลนขนส่งสาธารณะอย่างชัดเจน ทั้งการเดินทางภายในพื้นที่และการเชื่อมต่อจากกรุงเทพฯ ส่งผลต่อโอกาสและคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงเสนอแนวคิดเมืองที่เป็นธรรม ต้องมีระบบขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยและเข้าถึงได้ โดยสนับสนุนการกำหนดเพดานค่าโดยสารไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ขั้นต่ำ หากค่าแรงขั้นต่ำ 350 บาท ค่าเดินทางต่อวันไม่ควรเกิน 35 บาท เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
ทั้งนี้ แนวคิดดังกล่าวต้องดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน รับฟังทั้งประชาชนและผู้ประกอบการ รวมถึงพิจารณากรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังเห็นด้วยกับการจัดตั้ง กองทุนขนส่งจังหวัด และการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น เช่น อบจ. เทศบาล และ อบต. เป็นผู้ตัดสินใจจัดระบบเดินรถเอง โดยเฉพาะบริการรับส่งนักเรียนและการเดินทางไปโรงพยาบาล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นธรรมด้านการเดินทาง
‘ประชาธิปัตย์’ เสนอนักเรียนเดินทางฟรี กระจายอำนาจท้องถิ่นจัดขนส่ง
ชารีฟุดดีน สารีมิง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงบริบทของพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ระบบขนส่งยังไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชน เสนอให้รัฐอุดหนุนค่าเดินทางด้านการศึกษา โดยผลักดันนโยบายเดินทางฟรีสำหรับนักเรียนและนักศึกษาทุกระดับ เพื่อลดค่าใช้จ่ายแฝงด้านการศึกษา ทั้งยังเสนอให้เน้นการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมีบทบาทกำหนดและบริหารระบบขนส่งในพื้นที่ พร้อมผลักดันการจัดสรรงบประมาณให้ท้องถิ่น มองการแก้ปัญหาขนส่งเป็นกระบวนการระยะยาว ไม่ใช่เพียงโครงการระยะสั้น
ส่วนในพื้นที่เมืองหลวงและจังหวัดใหญ่ ควรกำหนดค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะในโซนเดียวกันไม่เกิน 30 บาท ครอบคลุมทั้งรถเมล์และรถไฟฟ้า เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในเขตเมือง
‘ประชาชน’ เสนอใช้ภาษีน้ำมันตั้ง กองทุนขนส่งจังหวัด ฟื้นรถโดยสารในเมือง
ไวชิต อุดมวนิช พรรคประชาชน เสนอแนวคิดจัดตั้งกองทุนขนส่งสาธารณะระดับจังหวัด โดยย้ำว่า แหล่งเงินควรมาจากโครงสร้างภาษีน้ำมันและงบโครงการพัฒนาถนน ไม่ควรผลักภาระให้ประชาชนซึ่งเสียภาษีอยู่แล้ว พร้อมเสนอให้ฟื้นบทบาทขนส่งสาธารณะในเมือง ตามแบบประเทศพัฒนาแล้ว โดยกระจายอำนาจให้องค์กรบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ยกตัวอย่างความสำเร็จของ อบจ.ลำพูน ที่การจัดบริการขนส่งสาธารณะใช้งบประมาณน้อยกว่างบสร้างถนนใหม่อย่างมาก
นอกจากนี้ พรรคประชาชนเสนอปรับระบบรับส่งผู้ป่วยเป็นรถฉุกเฉินและจำเป็น พร้อมแนวทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น จัดพื้นที่จอดรถโรงพยาบาลใหม่ และใช้รถโดยสาร EV Bus เชื่อมการเดินทาง ชี้เป็นมาตรการที่ใช้งบไม่สูงแต่เพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงบริการสาธารณสุขอย่างเป็นรูปธรรม
‘ภูมิใจไทย’ ชูนโยบายขนส่งที่เข้าถึง 4 กลุ่มเป้าหมาย
ไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ พรรคภูมิใจไทย เสนอนโยบายการเข้าถึงบริการสาธารณะ ครอบคลุม 4 กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ นักเรียน กลุ่มเปราะบาง ผู้ประกอบการ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(SME) เพื่อลดต้นทุนการขนส่ง และประชาชนที่ต้องเดินทางระหว่างหมู่บ้าน ส่วนด้านการดูแลผู้เจ็บป่วยและกลุ่มเปราะบาง สามารถขับเคลื่อนผ่าน พ.ร.บ.สงเคราะห์ประชาชน พ.ศ.2560 ซึ่งกำหนดให้ท้องถิ่นตั้งงบดูแลการเดินทางไป-กลับสถานพยาบาล ส่วนงบประมาณในการจัดตั้งกองทุนขนส่งสาธารณะ เสนอให้ใช้รายได้จากภาษีล้อเลื่อนนำมาสนับสนุนบริการสาธารณะโดยไม่เพิ่มภาระประชาชน
นอกจากนี้ เสนอให้ใช้คนละครึ่ง พลัส เชื่อมกับผู้ให้บริการขนส่งในท้องถิ่น และต่อยอดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ครอบคลุมค่าเดินทาง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการสาธารณะอย่างทั่วถึง
‘ประชาชาติ’ หนุนกระจายอำนาจ – งบถึงท้องถิ่นดูแลผู้ป่วย
ผศ.ดร.พาตีเมาะ นิมะ พรรคประชาชาติ ระบุว่า การกำหนดนโยบายด้านบริการสาธารณะ ต้องเริ่มจากการรับฟังเสียงของกลุ่มเปราะบาง โดยชี้ว่า หากนโยบายสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เปราะบางได้ ประชาชนทั่วไปย่อมได้รับประโยชน์ตามไปด้วย พร้อมเสนอแนวคิดเมืองที่เป็นธรรม เน้นความเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
นอกจากนี้ พรรคประชาชาติ ย้ำว่า ต้องกระจายอำนาจและงบประมาณสู่ท้องถิ่น โดยเฉพาะการดูแลการเดินทางของผู้ป่วย และผู้สูงอายุ เสนอให้กระจายงบไปยัง รพ.สต. พร้อมผลักดันให้มีการออกกฎหมายลูก เพื่อให้การดำเนินนโยบายเกิดขึ้นจริง พร้อมทั้งเสนอให้สนับสนุนงบประมาณแก่ภาคเอกชนและมูลนิธิ ที่มีบทบาทช่วยรับส่งผู้ป่วยและบริการสาธารณะในพื้นที่ เพื่อลดภาระการพึ่งพาเงินบริจาค และทำให้การช่วยเหลือประชาชนระดับรากหญ้าเกิดประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน
เห็นพ้องลดค่าครองชีพ – แก้ภัยมิจฉาชีพ – กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น
สำหรับประเด็นการคุ้มครองผู้บริโภคและการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ทุกพรรคการเมืองมีความเห็นในทิศทางเดียวกัน โดยประเด็นค่าครองชีพ ผู้แทนพรรคการเมืองต่างสะท้อนตรงกันว่า ปัญหารายจ่ายสูงเป็นภาระสำคัญของผู้บริโภค โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน การศึกษา สุขภาพ และบริการจำเป็น จึงเสนอให้รัฐเข้ามามีบทบาทในการลดภาระค่าใช้จ่ายบริการที่จำเป็น พร้อมขยายสวัสดิการที่เข้าถึงได้จริงและครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม
ส่วนเรื่องภัยมิจฉาชีพออนไลน์ มีข้อเสนอให้ยกระดับการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ผ่านการบังคับใช้กฎหมาย บูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานรัฐ การเพิ่มความรับผิดชอบของธนาคารและแพลตฟอร์มดิจิทัล รวมถึงการสร้างความรู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยีให้ประชาชน
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้กระจายอำนาจและงบประมาณสู่ท้องถิ่น เพื่อให้การคุ้มครองผู้บริโภคและการจัดบริการสาธารณะสอดคล้องกับบริบทพื้นที่ และตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง
ทุกพรรคสะท้อนตรงกันว่า นโยบายคุ้มครองผู้บริโภคไม่ได้เป็นเพียงประเด็นเฉพาะด้าน แต่เป็นหัวใจของการพัฒนาเมืองและคุณภาพชีวิตประชาชน ซึ่งทุกพรรคการเมืองสามารถขับเคลื่อนร่วมกันได้ไม่ว่าพรรคใดจะเป็นรัฐบาล หากยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางของการกำหนดนโยบาย
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
7 พรรคเห็นพ้อง พัฒนา ขนส่งสาธารณะ “น่าน” มุ่งสู่เมืองท่องเที่ยว – น่าอยู่



