เร่ง พ.ร.บ.ตั๋วร่วม ฟังความเห็นประชาชน ร่วมกำหนดนโยบาย

Getting your Trinity Audio player ready...
เร่ง พ.ร.บ.ตั๋วร่วม ฟังความเห็นประชาชน ร่วมกำหนดนโยบาย

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 สภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมฯ หรือ พ.ร.บ.ตั๋วร่วม และร่างพระราชบัญญัติรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ.2543 ในวาระที่ 2-3 นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายให้เกิดขึ้นจริง สภาผู้บริโภคย้ำต้องรับฟังความเห็นประชาชนร่วมกำหนดราคา สร้างความพึงพอใจสูงสุด

เร่ง พ.ร.บ.ตั๋วร่วม ฟังความเห็นประชาชน ร่วมกำหนดนโยบาย

คงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ สภาผู้บริโภค แสดงความเห็นว่า การมีกฎหมายตั๋วร่วมคือ ก้าวใหญ่ของการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคด้านการเดินทาง เพราะช่วยลดความยุ่งยากในการใช้บริการรถไฟฟ้า รถเมล์ เรือ และระบบขนส่งสาธารณะต่าง ๆ พร้อมทั้งสอดรับกับนโยบาย รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้โดยสารได้จริง

สำหรับสาระสำคัญของ พ.ร.บ. ตั๋วร่วม คือ การวางกรอบการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม เพื่อให้ประชาชนใช้บัตรใบเดียวเดินทางขนส่งสาธารณะทุกรูปแบบได้สะดวกขึ้น โดยกฎหมายจะกำหนดมาตรฐานเทคโนโลยีตั๋วร่วม กำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม ตั้งกองทุนส่งเสริมตั๋วร่วม และกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องได้รับใบอนุญาตเพื่อเข้าร่วมระบบ เพื่อลดค่าใช้จ่ายประชาชน สนับสนุนการใช้ขนส่งสาธารณะ และลดก๊าซเรือนกระจก 

ที่สำคัญ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ยังได้กำหนดให้มี คณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม ซึ่งมี ประธานสภาผู้บริโภค ร่วมเป็นหนึ่งในกรรมการโดยตำแหน่ง ถือเป็นครั้งแรกที่เสียงของผู้บริโภคจะได้มีส่วนร่วมอย่างเป็นทางการในการกำหนดทิศทางและกำกับดูแลระบบตั๋วร่วมตั้งแต่ระดับนโยบาย

นอกจากนี้ พ.ร.บ.ตั๋วร่วมยังครอบคลุมการเดินทางทางถนน ทางราง และทางน้ำในฐานะขนส่งสาธารณะทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด และยังมีกองทุนสนับสนุนตั๋วร่วมเพื่อช่วยเหลือทั้งผู้โดยสารและผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะให้เข้าถึงระบบบริการตั๋วร่วมอีกด้วย

“การมีผู้แทนจากสภาผู้บริโภคในคณะกรรมการนโยบายตั๋วร่วม ถือเป็นหลักประกันสำคัญว่า ประชาชนจะไม่ถูกมองข้าม และจะมีเสียงสะท้อนจากผู้ใช้บริการจริงเข้าไปอยู่ในโต๊ะตัดสินใจ” คงศักดิ์กล่าวย้ำ

อย่างไรก็ตาม หัวใจของระบบนี้ยังขึ้นอยู่กับการออกกฎหมายลูกที่รัดกุม และการเจรจาปรับสัญญาสัมปทานกับเอกชนที่ต้องทำอย่างโปร่งใส เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าโดยสารที่ไม่เป็นธรรม

ผู้ช่วยเลขาคณะอนุกรรมการฯ ยังเสนอให้รัฐบาลเร่งเปิดพื้นที่ รับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำนโยบาย และวางระบบติดตามประเมินผล เช่น ความพึงพอใจของผู้โดยสาร ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเที่ยว และจำนวนผู้ใช้บริการจริง

“พ.ร.บ.ตั๋วร่วมผ่านวาระ 3 เป็นเรื่องที่น่ายินดีแต่ไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด สิ่งสำคัญคือการทำให้ระบบนี้เกิดขึ้นจริง โปร่งใส และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภค และการมีสภาผู้บริโภคในคณะกรรมการ จะเป็นกลไกที่ช่วยค้ำประกันว่าเสียงประชาชนจะถูกได้ยิน” คงศักดิ์กล่าวทิ้งท้าย


สภาฯ เห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.ตั๋วร่วมฯ และ ร่าง พ.ร.บ.รฟม. ผ่านวาระ 3 ฉลุย