| Getting your Trinity Audio player ready... |

คณะอนุกรรมการด้านอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ สภาผู้บริโภค เล็งยื่นหนังสือเสนอ รมว.เกษตรและสหกรณ์เพิกถอนประกาศรับรองเทคโนโลยีจีโนม ชี้อาจเกิดผลกระทบระยะยาวต่อเกษตรกร ระบบนิเวศ และอาจนำไปสู่การผูกขาดจากการจดสิทธิบัตร ผู้บริโภคอาจเสี่ยงกินอาหารที่ไม่ปลอดภัย หรือได้รับสารอาหารที่มีสิ่งปนเปื้อนที่อาจเป็นอันตราย
ในการประชุมคณะอนุกรรมการด้านอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ สภาผู้บริโภค ครั้งที่ 9/2567 ซึ่งมี ภก.ภาณุโชติ ทองยัง กรรมการนโยบาย เป็นประธานที่ประชุม ได้มีการพิจารณาถึงเรื่องที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ลงนามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่อง “การขอรับรองสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาจากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม เพื่อใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร พ.ศ. 2567” ซึ่งรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ชี้แจงว่าประกาศดังกล่าวจะเป็นการเดินหน้าสำหรับเทคนิคการปรับปรุงพันธุ์ใหม่ (New Breeding Techniques) ที่มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม (Genome Editing, GEd) ที่มีศักยภาพสำหรับการปรับปรุงพันธุ์สิ่งมีชีวิตเพื่อใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร สามารถปลดปล่อยสู่สิ่งแวดล้อมได้อย่างปลอดภัยและจำหน่ายเชิงพาณิชย์อย่างเหมาะสม เพื่อรองรับการพัฒนาพันธุ์พืช สัตว์ประมง จากเทคโนโลยีปรับแต่งจีโนม ประกาศฉบับนี้จะใช้บังคับเมื่อกำหนดสามสิบวัน นับตั้งแต่วันถัดจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปนั้น ขณะนี้ได้มีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์แล้ว
คณะอนุกรรมการฯ มีข้อกังวลต่อประกาศดังกล่าวและเห็นควรให้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อขอให้เพิกถอนประกาศฉบับนี้ ด้วยเหตุผลสำคัญ ได้แก่
1. นิยามสิ่งมีชีวิตที่ได้รับการดัดแปลงทางพันธุกรรม ในประกาศขัดแย้งกับพิธีสารคาร์ตาเฮน่าและไม่เป็นกลางทางวิชาการ ไม่เป็นสากลและอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด อีกทั้งยังขาดการพิจารณาความเสี่ยงของการดัดแปลงพันธุกรรมอย่างรอบด้าน
2. ประกาศฉบับนี้เปิดทางให้ใช้สิ่งมีชีวิตที่ปรับแต่งจีโนมในภาคเกษตรไทย โดยไม่มีมาตรการรองรับที่รัดกุม และอนุญาตให้ขยายพันธุ์หรือปล่อยสู่สิ่งแวดล้อมโดยไม่ได้ประเมินความเสี่ยงก่อน ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ และเศรษฐกิจที่ไม่อาจย้อนกลับได้
3. อาจเกิดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนมได้ เช่น กรณีการพลาดเป้าไปตัดจีโนมตำแหน่งที่ไม่ต้องการจนก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้ แม้อาจไม่แสดงลักษณะกลายพันธุ์ออกมาทันที แต่อาจไปปรากฏในรุ่นถัด ๆ ไป หลังการปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งประเทศไทยหรือแม้กระทั่งในสหภาพยุโรป ยังพบข้อจำกัดในการพัฒนาและการรับรองวิธีการตรวจสอบเฉพาะที่เชื่อถือได้สำหรับการดัดแปลงทางพันธุกรรมประเภทต่าง ๆ ในพืชที่ได้จากการกลายพันธุ์แบบกำหนดเป้าหมายหรือการดัดแปลงยีนภายในพืช หากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่สามารถกำกับสิ่งมีชีวิตและผลิตภัณฑ์ของสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาจากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนมได้อย่างรัดกุม จะเป็นการทำลายระบบเกษตรอินทรีย์และอุตสาหกรรมต่อเนื่องของประเทศ
ในสหภาพยุโรป ซึ่งมีการผ่อนปรนการควบคุมพืชแก้ไขยีน (NGT1) แต่ยังมีเงื่อนไขสำคัญระบุไว้ เช่น การติดฉลาก, กระบวนการตรวจสอบย้อนกลับ, การห้ามใช้ในเกษตรอินทรีย์, และการห้ามจดสิทธิบัตร เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม แต่เงื่อนไขเหล่านี้กลับไม่ปรากฏในประกาศกระทรวงเกษตรฯ ของไทย ดังนั้น สภาผู้บริโภคจึงมีความจำเป็นที่จะต้องยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อขอให้มีการทบทวนและเพิกถอนประกาศดังกล่าวโดยเร็วเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค



