
หลายคนมองว่า อาหารลดราคา “ป้ายเหลือง” คือของใกล้หมดอายุที่ผู้บริโภคอาจต้องยอมรับความเสี่ยง แต่ความจริงไม่ควรเป็นเช่นนั้น ตราบใดที่สินค้ายังไม่พ้นวันหมดอายุและยังถูกวางขาย ผู้ประกอบการต้องรับรองว่าสินค้ายังปลอดภัยและพร้อมบริโภค เพราะสินค้าลดราคาไม่ใช่ข้ออ้างให้ลดมาตรฐานความปลอดภัย
เย็นวันหนึ่งหลังเลิกงาน หญิงคนหนึ่งแวะห้างสรรพสินค้าเพื่อหามื้อเย็นง่าย ๆ ระหว่างเดินผ่านโซนอาหารสด เธอสะดุดตากับ อาหารลดราคา “ป้ายเหลือง” ถ้วยซุปผักโขม ที่กำลังลดราคา จากราคาปกติ 69 บาท ลดเหลือ 41 บาท โดยฉลากระบุชัดว่าควรบริโภคให้หมดภายในวันที่ 19 ตุลาคม 2568 เธอจึงตัดสินใจซื้อกลับบ้าน
หลังจากซื้อมาเธอได้รับประทานวันนั้นเลย ตามที่ฉลากระบุไว้ ในช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. แต่กลับพบว่ารสชาติผิดปกติ มีความเปรี้ยวอย่างที่ไม่ควรจะมี ไม่นานหลังจากนั้นก็เริ่มมีอาการปวดท้องและท้องเสีย เธอจึงดื่มเกลือแร่เพื่อบรรเทาอาการ
เช้าวันถัดมา เธอพกซุปถ้วยเดิมและหลักฐานทั้งหมดกลับไปยังห้าง แจ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พนักงานสอบถามอาการและแสดงความห่วงใย พร้อมเสนอชดเชยเป็นบัตรกำนัล 2,000 บาท แต่เธอเลือกไม่รับ เพราะสิ่งที่ต้องการไม่ใช่แค่ “ค่าชดเชย” แต่ต้องการให้มีการตรวจสอบถึงมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อไม่ให้ผู้บริโภครายอื่นต้องเจอกับประสบการณ์เดียวกันอีก
เธอตัดสินใจร้องเรียนมาที่สภาผู้บริโภค จากนั้นมีการประสานงานกับห้างสรรพสินค้าและเชิญทุกฝ่ายเจรจาในกระบวนการไกล่เกลี่ย จนได้ข้อสรุปว่าเสนอเยียวยาเป็นบัตรกำนัลมูลค่า 4,000 บาท พร้อมทั้งให้สำนักงานเขตเข้าตรวจสอบมาตรฐานการผลิตและจำหน่ายอาหารของสาขาดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อดูว่าปัญหานี้เป็นเหตุเฉพาะซุปถ้วยนี้ หรือสะท้อนปัญหาการจัดการอาหารทั้งระบบ
สำนักงานเขตจึงลงพื้นที่ตรวจสอบทั้งสถานประกอบการ สุขลักษณะพื้นที่จำหน่าย รวมถึงคุณภาพอาหาร พบว่าโดยปกติแล้ว หากเป็นอาหารป้ายเหลือง พนักงานจะต้องแจ้งลูกค้าตามคำแนะนำว่าต้องเก็บในตู้เย็นไม่เกิน 5 องศา อุ่นให้ร้อนทั่วถึง และควรบริโภคภายในวันเดียวกัน หากกลิ่น สี หรือรสเปลี่ยนไปไม่ควรรับประทาน
อย่างไรก็ตาม คำแนะนำสำคัญเหล่านี้ไม่ได้อยู่บนฉลากสินค้า แต่ติดอยู่บริเวณตู้เท่านั้น สำนักงานเขตจึงมีข้อเสนอแนะให้ห้างสรรพสินค้าเพิ่มข้อความเตือนลงฉลากเพื่อความชัดเจนและปลอดภัยต่อผู้บริโภคในอนาคต
เรื่องนี้สะท้อนว่า “อาหารป้ายเหลือง” ไม่ได้หมายความว่าผู้บริโภคต้องยอมรับความเสี่ยงเพียงฝ่ายเดียว ตราบใดที่ยังไม่หมดอายุและยังถูกวางขาย ร้านค้าและผู้ประกอบการมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของอาหารที่จำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นราคาปกติหรือราคาลดพิเศษ หากวางขายอาหารต้องอยู่ในสภาพที่ทานได้ ไม่เช่นนั้น ถือว่าเป็นการจำหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์ สินค้าใกล้หมดอายุ เสื่อมสภาพก่อนวันหมดอายุ เข้าข่าย “อาหารไม่บริสุทธิ์”
ทั้งนี้ หากผู้บริโภคพบเจอเหตุการณ์คล้ายกัน อย่าเพิ่งยอมแพ้หรือคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ควรเก็บหลักฐานให้ครบ ทั้งใบเสร็จ ภาพสินค้า สินค้าตัวอย่าง และหลักฐานการสนทนากับผู้ประกอบการ และสามารถร้องเรียนมายังสภาผู้บริโภค ผ่านช่องทางออนไลน์ https://www.tcc.or.th/ หรือโทร 1502 ในวันเวลาทำการ วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 17.00 น. เพราะเสียงของผู้บริโภคแต่ละคน อาจช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำกับผู้อื่นได้อีกในอนาคต
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

