
ความจริงในรั้วโรงเรียนที่ขัดแย้งกับนโยบายขายฝัน “เรียนฟรี 15 ปี” ของรัฐบาลเมื่อผู้ปกครองถูกเรียกเก็บเงินตั้งแต่ค่าเทอมจนถึงเงินบริจาคที่ถูกบังคับจ่าย
ในขณะที่ ประเทศไทยมีกฎหมายรองรับ “เรียนฟรี 15ปี” แต่ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อย ถูกกดดันจ่ายเงินในรูปแบบต่าง ๆ ที่เป็นภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง เช่น เงินบริจาค ที่นอกจากการบริจาคแล้ว ยังมีการกำหนดขั้นต่ำ ทั้งที่ควรเป็นเรื่องของความสมัครใจ ในขณะเดียวกัน ส่วนที่ควรจะเป็นเรียนฟรีจริง ๆ อย่างค่าเทอม กับกลายเป็นเรื่องต่อรองการได้วุฒิการศึกษาของเด็ก ๆ ที่ไม่ควรเกิดขึ้นในระบบการศึกษาที่ควรเท่าเทียมสำหรับทุกคน
เมื่อ “เงินบริจาค” กลายเป็นค่าใช้จ่ายบังคับของผู้ปกครอง
“ให้บริจาคเงิน แต่มียอดขั้นต่ำ 1,000 บาทนะคะ” นี่คือเสียงสะท้อนจากหนึ่งในผู้ปกครองหลายรายในจังหวัดสุรินทร์ ที่ถูกเรียกเก็บเงินบริจาคเพื่อนำไปซื้อรถบัสของโรงเรียน
ทั้งที่ก่อนหน้านั้น ผู้ปกครองทุกคนเพิ่งจ่ายค่าบำรุงการศึกษา ไปครบถ้วนตามกำหนด แต่พอเปิดเทอม ก็ถูกขอให้บริจาคเพิ่ม โดยมียอดขั้นต่ำ 1,000 บาทประกอบด้วยเหตุผลว่า โรงเรียนต้องการรถบัสเพื่อใช้ในการเรียนการสอน
สิ่งที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งหนัก ไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ ความรู้สึกว่าไม่จ่ายไม่ได้ เพราะผู้ปกครองหลายคน ไม่กล้าปฏิเสธ เนื่องจากกังวลต่อผลกระทบที่จะเกิดกับลูกหลานที่กำลังเรียนในโรงเรียนแห่งนี้
เงินบริจาคที่ควรเป็นการให้ด้วยใจ กลับกลายเป็นเรื่องที่ทำให้ผู้ปกครองรู้สึกถูกบีบคั้น และเมื่อโรงเรียนกำหนดยอดขั้นต่ำการบริจาคก็ไม่ต่างอะไรจากการเก็บเงินภาคบังคับ
“ค่าเทอมก็จ่าย ค่าบำรุงก็จ่าย แล้วยังมีเงินบริจาคอีก 1,000 บาท สำหรับบางบ้านมันคือเงินค่าอาหารทั้งสัปดาห์” เสียงสะท้อนเหล่านี้ถูกส่งต่อถึงหน่วยงานประจำจังหวัดสุรินทร์ สภาผู้บริโภค และได้ลงพื้นที่เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์ (สพม.สุรินทร์) พร้อมหลักฐานความคิดเห็นของผู้ปกครองจำนวนมาก
ขณะที่ ผู้อำนวยการ สพม.สุรินทร์ ชี้แจงว่า โรงเรียนสามารถขอรับบริจาคได้ แต่ต้องไม่มีลักษณะบังคับ พร้อมเตรียมออกหนังสือให้โรงเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง และหากพบความไม่ชอบมาพากล อาจมีการตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยต่อไป
เด็กเรียนจบแล้ว…แต่ไม่มีวุฒิ
ในอีกมุมหนึ่งของเรื่องร้องเรียนหน่วยงานประจำจังหวัดสุรินทร์ คือชีวิตของเด็กหญิงคนหนึ่ง “น้องนุช” (นามสมมุติ) นักเรียนที่จบชั้น ม.3 แล้วตั้งใจจะไปสมัครเรียนต่อสายอาชีพ แต่ชีวิตกลับหยุดลงเพราะ “ไม่มีวุฒิการศึกษา”
น้องนุชเด็กนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แต่ไม่มีวุฒิการศึกษาเพื่อไปสมัครเรียนต่อได้ เนื่องจากติดค้างค่าเล่าเรียนมานานหลายปี รวมประมาณ 16,200 บาท เงินจำนวนนั้น สำหรับบางคน คืออาหารราคาแพงสองสามมื้อ แต่สำหรับบ้านของน้องนุช มันคือจำนวนเงินที่ไม่มีวันหาได้ทันที
ครอบครัวของเธอมีเพียงคุณแม่ ซึ่งเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว หลังจากสูญเสียคุณพ่อไป นอกจากต้องเลี้ยงดูน้องนุชแล้ว ยังต้องดูแลยายที่แก่ชรา และหลานอีกคนหนึ่ง รายได้แต่ละวันแทบจะใช้แค่ประคองให้ทั้งบ้านมีกิน
เด็กคนหนึ่งที่ควรจะได้ไปต่อในเส้นทางการศึกษา กลับต้องอยู่บ้านช่วยแม่ทำงาน เพียงเพราะ “ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมที่ค้าง”และเรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว หน่วยงานประจำจังหวัดสุรินทร์ระบุว่า พวกเขาได้รับเรื่องร้องเรียนด้านการศึกษามาตลอด ทั้งกรณีบังคับบริจาค เก็บค่าใช้จ่ายไม่เป็นธรรม หรือแม้แต่กรณีร้ายแรง เช่น ไม่ชำระค่าเทอม แล้วไม่มีวุฒิการศึกษา ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิของนักเรียนอย่างชัดเจน
หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนหน่วยงานประจำจังหวัดสุรินทร์ ได้ทำหนังสือแจ้งถึง สพม.สุรินทร์ ให้ทราบปัญหาที่เกิดขึ้น ต่อมาทางโรงเรียน ติดต่อมาว่าได้เชิญผู้ปกครองและเด็กเข้ามารับวุฒิการศึกษา
ภาระการศึกษา คือบาดแผลที่ยังไม่เคยถูกเยียวยา
เมื่อปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า หน่วยงานต้องคอยแก้ไขเป็นรายกรณี ดับไฟทีละจุด ทั้งที่ในหลักการแล้ว ประเทศไทยมี “กฎหมายเรียนฟรี” อยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริง พ่อแม่ผู้ปกครองจำนวนมากกลับยังต้องควักเงินก้อนแล้วก้อนเล่า เพื่อให้ลูกได้เรียน
หลายครอบครัวต้องคอยหมุนเงิน ขายของ หยิบยืม หรือตัดค่าใช้จ่ายจำเป็น เพียงเพื่อให้ลูกได้เข้าห้องเรียน โรงเรียนบางแห่งอาจตั้งใจดี ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวก แต่การขอให้ผู้ปกครองร่วมรับภาระ โดยไม่คำนึงถึงบริบททางเศรษฐกิจของแต่ละครอบครัว อาจกลายเป็นภาระที่เกินกว่าบางครอบครัวจะรับไหว
การศึกษาที่ควรเป็น “โอกาส” ไม่ใช่ “ภาระหนี้สิน” แต่การที่โรงเรียนยังมีค่าใช้จ่ายแฝง ค่าบำรุง ค่าบริจาคขั้นต่ำ หรือแม้แต่ยึดวุฒิการศึกษาเพราะค้างค่าเทอม สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าระบบยังมีช่องโหว่ที่ทำให้เด็กหลายคนต้องเสียโอกาส ทั้งที่พวกเขาควรจะได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียม เพราะการศึกษาไม่ควรเป็นภาระของครอบครัว แต่ควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างแท้จริง
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

