
ในการประชุมคณะอนุกรรมการด้านขนส่งและยานพาหนะ ครั้งที่ 5/2568 โดยมี นายอนุชา เศรษฐเสถียร ประธานอนุกรรมการฯ เป็นประธานในที่ประชุม โดยมีการประชุมวางแผนการดำเนินงานขับเคลื่อน ข้อเสนอ และการติดตามการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้
ประเด็นแรก แนวทางการขับเคลื่อนนโยบายรถโดยสารสองชั้น ปัญหาความปลอดภัยของรถโดยสารสองชั้นยังคงเป็นประเด็นเร่งด่วน โดยปัจจัยหลักมาจากการที่รถสองชั้นมีจุดศูนย์ถ่วงสูงกว่ามาตรฐาน ทำให้เสี่ยงต่อการเสียการทรงตัวและพลิกคว่ำได้ง่ายกว่ารถโดยสารชั้นเดียว โดยเฉพาะบนเส้นทางที่มีความลาดชัน แม้กรมการขนส่งทางบกจะหยุดการจดทะเบียนรถสองชั้นใหม่ตั้งแต่ปี 2559 แต่รถที่จดทะเบียนไปก่อนหน้านั้นจำนวน ยังคงให้บริการอยู่ จากสถิติอุบัติเหตุร้ายแรงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางบกห้ามเดินทางในเส้นทางเสี่ยง รวมถึงออกข้อกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องนำรถมาเข้ารับการตรวจสภาพระบบห้ามล้อเพิ่มเติมอย่างเข้มงวด และกำหนดให้พนักงานขับรถต้องเข้ารับการอบรมการขับรถบนเส้นทางลาดชัน พร้อมกำชับให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในทุกเส้นทาง
สภาผู้บริโภคเสนอให้รัฐกำหนดแนวทางรองรับ โดยให้ระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 2 ปี พร้อมแผนสนับสนุนทางภาษีและดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเปลี่ยนไปใช้รถโดยสารชั้นเดียวได้ นอกจากนี้ยังมีความท้าทายเนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นรายย่อย ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนและพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยโดยรวม
ประเด็นที่สอง นโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ซึ่งเป็นนโยบายหาเสียงหลักของรัฐบาล มีกำหนดเปิดให้บริการในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 โดยต้องผลักดันกฎหมายสำคัญ 3 ฉบับ พ.ร.บ.ตั๋วร่วม พ.ร.บ.ขนส่งทางราง และร่าง พ.ร.บ. รฟม. แก้ไข ซึ่งกำลังรอการพิจารณาในวาระที่ 2 และ 3 ของรัฐสภา ทั้งนี้นโยบายนี้ถูกตั้งคำถามอย่างหนักเกี่ยวกับความยั่งยืนทางการเงินและภาระงบประมาณระยะยาว เนื่องจากภาครัฐต้องอุดหนุนส่วนต่างค่าโดยสารให้กับเอกชนจำนวน ซึ่งฝ่ายคัดค้านมองว่าอาจกระทบต่อเสถียรภาพทางการคลัง และงบประมาณนี้ควรนำไปจัดสรรให้กับบริการสาธารณะอื่นที่ยั่งยืนกว่า
ที่ประชุมได้เสนอให้สภาผู้บริโภคกำหนดแนวทางขับเคลื่อนโดยเน้นการสร้างความโปร่งใสผ่านการเปิดเผย “ตัวเลขต้นทุนที่แท้จริง” และ “ประมาณการงบชดเชย” รวมถึงการเสนอทางออกด้านการอุดหนุนงบประมาณทางเลือก และการผลักดันให้เกิดการพัฒนาระบบรถเมล์หรือระบบขนส่งสาธารณะในส่วนภูมิภาคควบคู่ไปกับระบบราง เพื่อกระจายการพัฒนาและสร้างความเป็นธรรมต่อประชาชนทุกกลุ่ม



