
‘เรียนจบ แต่ไม่ได้ใบจบ’ เพราะ ไม่จ่ายค่าเทอม ขวางอนาคตเด็กไทย ล่าสุดสถานศึกษาแห่งหนึ่งออกแนวปฏิบัติใหม่ ค้างค่าเทอม ไม่สามารถระงับใบจบได้ สภาผู้บริโภคเตรียมทำข้อเสนอเชิงนโยบายหนุนสถานศึกษาทั่วประเทศใช้หลักการเดียวกัน
ปัจจุบันยังมีเด็กไทยจำนวนไม่น้อยที่ถูกกีดกันจากใบจบการศึกษา เพียงเพราะครอบครัวไม่สามารถชำระค่าเทอมได้ ทั้งที่ผู้เรียนได้ผ่านเกณฑ์การศึกษาอย่างครบถ้วนแล้ว สถานการณ์เช่นนี้ไม่เพียงกระทบสิทธิของผู้เรียน แต่ยังทำให้โอกาสในการศึกษาต่อและการทำงานต้องสะดุดลง ล่าสุดสถานศึกษาแห่งหนึ่งออกแนวปฏิบัติใหม่ “ค้างค่าเทอม ไม่สามารถเป็นเหตุในการระงับใบจบได้” สภาผู้บริโภคเตรียมผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายให้สถานศึกษาทุกแห่งใช้แนวปฏิบัติเดียวกัน เพื่อรักษาสิทธิของผู้เรียน
คณะอนุกรรมการด้านการศึกษา สภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า จากกรณีประเด็นปัญหาการ ไม่จ่ายค่าเทอม แล้วไม่ได้ใบจบการศึกษา ปัจจุบันมีตัวอย่างแนวปฏิบัติจากหน่วยงานด้านการศึกษาแห่งหนึ่ง ที่ชี้ชัดว่า “หากผู้เรียนผ่านเกณฑ์การศึกษาแล้ว สถานศึกษาควรออกเอกสารหลักฐานให้ โดยไม่ควรใช้เงื่อนไขการค้างชำระค่าเทอมมาระงับสิทธินักเรียน”
แนวคิดสำคัญของแนวปฏิบัตินี้ คือการ แยกเรื่องหนี้ ออกจากสิทธิทางการศึกษาอย่างชัดเจน แนวทางดังกล่าว สภาผู้บริโภคได้ขับเคลื่อนเชิงนโยบายมาอย่างต่อเนื่อง เพราะการค้างชำระค่าเทอม เป็นเพียงข้อพิพาททางแพ่งระหว่างผู้ปกครองกับสถานศึกษา ไม่ใช่เหตุผลในการปฏิเสธการออกใบจบการศึกษา
ไม่ออกใบจบการศึกษา เพราะ ไม่จ่ายค่าเทอม เสี่ยงละเมิดสิทธิผู้เรียน
การไม่อนุมัติให้นักเรียนจบการศึกษา หรือไม่ออกใบระเบียนแสดงผลการเรียน หรือใบจบการศึกษานั้น เพราะ ไม่จ่ายค่าเทอม ทั้งที่ผู้เรียนผ่านเกณฑ์แล้ว อาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิและมีความเสี่ยงถูกตีความว่าเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ ยิ่งไปกว่านั้น หากสถานศึกษาไม่ดำเนินการแก้ไข เช่น ไม่จัดสอนซ่อมเสริมในกรณีที่ผู้เรียนยังไม่ผ่านเกณฑ์ ก็อาจถือเป็นการละเลยหน้าที่โดยตรง
ในกรณีที่ผู้ปกครองเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ยังสามารถใช้สิทธิทางกฎหมาย ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวได้
ตามหลักการทางกฎหมายและระเบียบด้านการศึกษา ใบระเบียนแสดงผลการเรียน ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้เรียน เมื่อเรียนครบและผ่านเกณฑ์แล้ว สถานศึกษามีหน้าที่ต้องออกเอกสารให้ ที่สำคัญระเบียบด้านการวัดและประเมินผล ไม่ได้กำหนดว่าต้องชำระเงินครบ จึงจะอนุมัติจบการศึกษา ดังนั้น การนำเงื่อนไขทางการเงินมาใช้ตัดสิทธิ จึงไม่สอดคล้องกับหลักการดังกล่าว ทั้งนี้ การไม่ได้รับใบจบ ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาเชิงเอกสาร แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออนาคตของผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาต่อ การสมัครงาน หรือโอกาสในชีวิตที่อาจสะดุดลงเพียงเพราะเอกสารยังไม่ถูกออกให้
ขณะนี้ สภาผู้บริโภคอยู่ระหว่างจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ พร้อมกันนี้ขอเชิญชวนให้สถานศึกษานำแนวปฏิบัติดังกล่าวไปพิจารณาปรับใช้ โดยยึดหลักสำคัญที่สุด คือ ประโยชน์สูงสุดของผู้เรียนต้องมาก่อน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง



