ขอให้ผ้าอนามัยเป็นสิทธิประโยชน์ด้านการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคในระบบหลักประกันสุขภาพฯ

สถานการณ์
จากสถานการณ์ที่ประชาชนผู้มีประจำเดือนในประเทศไทย ไม่สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขอนามัยที่เกี่ยวเนื่องกับการมีประจำเดือน โดยเฉพาะผ้าอนามัย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จำเป็นขั้นพื้นฐานได้อย่างเหมาะสมและเพียงพอ เนื่องด้วยปัญหาความขาดแคลนทางเศรษฐกิจ อันได้แก่ กลุ่มเด็กและเยาวชน กลุ่มสตรี กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มคนพิการหรือผู้ป่วยจิตเวช กลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี หรือผู้ป่วยเรื้อรังอื่น กลุ่มผู้ใช้แรงงาน กลุ่มชุมชนแออัด กลุ่มเกษตรกร กลุ่มชนกลุ่มน้อย และกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งเป็นกลุ่มคนผู้มีรายได้น้อย ส่งผลกระทบต่อสุขภาวะทางกายด้านอนามัยเจริญพันธุ์ อันเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคติดเชื้อในช่องคลอด และสุขภาวะทางใจ ด้านการขาดโอกาสการศึกษาและการทำงาน หรือมีภาวะซึมเศร้าเนื่องจากความอับอายจากการเปรอะเปื้อนของประจำเดือนในพื้นที่สาธารณะ
แม้ประเทศไทยจะยังไม่มีงานศึกษาวิจัยถึงตัวเลขของผู้มีประจำเดือนที่ไม่สามารถเข้าถึงผ้าอนามัยอย่างชัดเจน แต่จากการประเมินพบว่า ใน 1 เดือน ผู้มีประจำเดือนต้องใช้ผ้าอนามัยจำนวน 15-35 ชิ้น คิดเป็นค่าใช้จ่าย 350-500 บาทต่อเดือน 4,800 บาทต่อปี ทั้งที่ในความเป็นจริง ประชาชนในประเทศไทยมีรายได้ขั้นต่ำเพียงวันละ 313-336 บาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ผู้มีประจำเดือนจึงมีภาระอันเป็นต้นทุนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับความเป็นเพศของตนเอง ทั้งต้นทุนทางเศรษฐกิจและสังคมที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
การดำเนินงาน
เพื่อเป็นการดำเนินมาตรการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค สภาองค์กรของผู้บริโภค (สภาผู้บริโภค) จัดทำข้อเสนอถึงนายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (หนังสือสภาองค์กรของผู้บริโภค ที่ สอบ.นย.340/2566 ลงวันที่ 14 มิ.ย. 2566)
ข้อเสนอของสภาองค์กรของผู้บริโภค
ขอให้คณะอนุกรรมการพัฒนาสิทธิประโยชน์และระบบบริการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พิจารณาให้ผ้าอนามัยเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่จำเป็นและเหมาะสมในกาบรรจุเป็นชุดสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) เพื่อให้ผู้มีประจำเดือนสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่จำเป็นและมีคุณภาพต่อการดำรงชีวิต อันเนื่องจากเหตุผลดังนี้
- ผ้าอนามัยเป็นผลิตภัณฑ์สุขอนามัยจำเป็นขั้นพื้นฐานของผู้มีประจำเดือน เพราะการมีประจำเดือนไม่ใช่เรื่องปัจเจกบุคคล หากแต่เกี่ยวข้องกับมิติทางเศรษฐกิจและสังคม 3 ประการ อันได้แก่ ภาวะอนามัยเจริญพันธุ์ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความเท่าเทียมทางเพศ ภาระค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน
- ผู้มีประจำเดือนที่ไม่สามารถเข้าถึงผ้าอนามัยได้อย่างเหมาะสมและเพียงพอ เนื่องจากความขาดแคลนทางเศรษฐกิจ ทำให้เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและการติดเชื้อในช่องคลอด ได้แก่ โรคเชื้อรา โรคช่องคลอดอักเสบจากแบคทีเรีย และภาวะพิษในกระแสเลือด ส่งผลต่อสุขภาวะทางร่างกายและจิตใจ
ความคืบหน้า
–



