| Getting your Trinity Audio player ready... |

คณะกรรมการนโยบาย สภาผู้บริโภค เห็นชอบให้มีหนังสือถึงคณะรัฐมนตรีตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการด้านบริการสุขภาพ เพื่อแก้ปัญหาการส่งต่อผู้ป่วยตามสิทธิบัตรทองในเขตกรุงเทพมหานคร
ในการประชุมคณะอนุกรรมการด้านบริการสุขภาพ ครั้งที่ 9/2567 ซึ่งมีสุรีรัตน์ ตรีมรรคา กรรมการนโยบายและประธานอนุกรรมการด้านบริการสุขภาพ สภาผู้บริโภค เป็นประธานที่ประชุม ได้ติดตามความก้าวหน้าในการผลักดันมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาการส่งต่อผู้ป่วยบัตรทองในเขตกรุงเทพมหานคร
ด้วยตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2567 หลังจากที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเงินให้หน่วยบริการสุขภาพ “คลินิกชุมชนอบอุ่น” ซึ่งเป็นคลินิกเอกชนที่ร่วมให้บริการประชาชนในระบบสิทธิบัตรทอง (สิทธิ 30 บาทรักษาทุกโรค) มีข้อร้องเรียนจากผู้ใช้บริการว่ามีผลกระทบจากปัญหาการส่งต่อผู้ป่วยที่ใช้สิทธิบัตรทอง เช่น คลินิกกำหนดเงื่อนไขในการขอใบส่งตัวมากขึ้นจนทำให้ผู้ป่วยไม่ได้รับความสะดวกในการใช้บริการ มีการจำกัดจำนวนการออกใบส่งตัวต่อวันหรือมีการออกใบส่งตัวล่าช้าจนผู้ป่วยหลายรายไม่สามารถรับการรักษาได้ทันตามเวลาที่กำหนด บางคลินิกมีการตั้งกล่องรับบริจาคเพื่อแลกกับการออกใบส่งตัว ผู้ป่วยบางรายถูกคุกคามจากคลินิก ถูกข่มขู่ ถูกฟ้องร้อง หลังจากที่มีการร้องเรียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำหรับสภาพปัญหาของฝั่งคลินิก คือ คลินิกซึ่งมีบทบาทให้บริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ โดยได้รับเงินค่าบริการจาก สปสช. เป็นรายหัว เมื่อต้องส่งต่อไปโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ในวงเงินที่ตกลงกับ สปสช. บางโรคบางอาการคลินิกต้องตามไปจ่ายให้กับโรงพยาบาลที่รับส่งต่อ ณ ปัจจุบันวงเงินต่อหัวที่ได้รับต่ำขณะที่ค่าตามจ่ายสูงกว่า ทำให้เกิดปัญหาเงินไม่เพียงพอต่อค่าบริหารจัดการของคลินิก จึงมีข้อเสนอให้ สปสช.ควรมีการจัดสรรงบแยกแต่ละส่วนให้มีความชัดเจน เช่น งบของบุคลากร งบใช้ในการส่งต่อผู้ป่วย
ขณะที่หน่วยงานที่รับผิดชอบ อย่าง สปสช. เขต กทม. ก็ยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงระบบการเบิกจ่ายเงินให้กับคลินิกทำให้ทั้งผู้ใช้บริการและคลิกนิกได้รับความเดือดร้อนและอยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหา ปรับปรุงระบบเพื่อไม่ให้ใครต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น
เมื่ออนุกรรมการฯ ได้ศึกษารวบรวมข้อมูลจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแล้วจึงได้จัดทำข้อเสนอนโยบายเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการนโยบาย สภาผู้บริโภค ในการประชุมครั้งที่ 8/2567 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2567 และคณะกรรมการนโยบายได้ให้ความเห็นชอบส่งข้อเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดำเนินการ ซึ่งสภาผู้บริโภคได้ส่งหนังสือข้อเสนอนี้ไปเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2567 เป็นที่เรียบร้อย
ข้อเสนอเร่งด่วน คือ การปรับปรุงระบบคลินิกที่เป็นสถานพยาบาลปฐมภูมิ โดยจัดให้มีกติกาในการส่งต่อผู้ป่วย และออกแบบระบบการจ่ายเงินที่เหมาะสมและเป็นธรรมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุณภาพในการให้บริการแก่ประชาชน ส่วนการดำเนินนโยบาย “30 บาทรักษาทุกที่” ควรถูกนำเสนอและสื่อสารอย่างชัดเจนต่อประชาชน โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ควรแจ้งสถานที่ที่ประชาชนสามารถรับบริการได้ เช่น ร้านขายยา คลินิกทันตกรรม คลินิกกายภาพบำบัด เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนและลดความแออัดในโรงพยาบาล
ข้อเสนอมาตรการระยะยาว คือ ให้พัฒนาและยกระดับศักยภาพการให้บริการของศูนย์บริการสาธารณสุข ให้เทียบเท่ากับโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) ควรเป็นหน่วยบริการประจำของประชาชนและสามารถรับขึ้นทะเบียนสิทธิบัตรทองได้อย่างน้อย 50,000 คน ให้มีการทำความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพมหานคร เพื่อให้โรงพยาบาลเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการรับส่งต่อผู้ป่วย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยเฉพาะทาง และให้เพิ่มช่องทางในการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วย ลดระยะเวลารอคอย และลดความแออัดในหน่วยบริการสาธารณสุข รวมถึงไม่ควรจำกัดการให้บริการเพียงแค่การรักษาฉุกเฉินวิกฤต แต่ควรขยายขอบเขตการรับส่งต่อผู้ป่วยในกรณีอื่น ๆ ด้วย



