Ribbon

ชงรัฐตรวจเข้ม สถานดูแลผู้สูงอายุ เสี่ยง ปกป้องสิทธิผู้ใช้บริการ

Getting your Trinity Audio player ready...
ชงรัฐตรวจเข้ม สถานดูแลผู้สูงอายุ เสี่ยง ปกป้องสิทธิผู้ใช้บริการ

ภาพรั้วลวดหนามและกรงเหล็กข้างเตียงในสถานดูแลผู้สูงอายุที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมถึงกรณีตรวจพบสถานประกอบการที่เปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาตในจังหวัดนนทบุรี ช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569 สะท้อนว่า การดูแลผู้สูงอายุไม่ใช่เพียงเรื่องที่พักอาศัย แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัย ศักดิ์ศรี และสิทธิของผู้รับบริการ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่พบความผิดอะไรและจะดำเนินการกับผู้ประกอบการอย่างไร แต่คือ ระบบกำกับดูแลสามารถตรวจพบความเสี่ยงและป้องกันอันตรายได้ก่อนที่จะเกิดขึ้นหรือไม่

สำหรับครอบครัวที่ฝากคนที่รักไว้กับสถานดูแล การตัดสินใจนี้หมายถึงการฝากทั้งชีวิต สุขภาพ และความปลอดภัยไว้กับผู้ให้บริการ ขณะที่ผู้บริโภคไม่อาจตรวจสอบคุณภาพการดูแลได้ตลอดเวลา ระบบอนุญาตและตรวจสอบของรัฐจึงเป็นกลไกสำคัญในการลดความเสี่ยง แต่การมีใบอนุญาตเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าการให้บริการเป็นไปตามมาตรฐาน หรือสร้างความมั่นใจได้ว่าผู้สูงอายุจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

สถานดูแลผู้สูงอายุ มีใบอนุญาต…ปลอดภัยจริงไหม?

ประเทศไทยมีกฎหมายกำกับกิจการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง ภายใต้พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยมีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เป็นหน่วยงานหลักในการอนุญาตและกำกับดูแลสถานประกอบการ รวมถึงตรวจติดตามมาตรฐานภายหลังได้รับอนุญาต

อย่างไรก็ตาม การได้รับใบอนุญาตไม่ได้หมายความว่าคุณภาพการดูแลจะเหมาะสมในทุกสถานการณ์ เพราะความปลอดภัยของผู้สูงอายุยังขึ้นอยู่กับการปฏิบัติงานจริง เช่น ความเพียงพอของบุคลากร ความเหมาะสมของบริการกับภาวะพึ่งพิงของผู้รับบริการ และการรับมือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จึงต้องพิจารณาด้วยว่าระบบกำกับดูแลสามารถตรวจพบและจัดการปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด

แก้ระบบตรวจสอบ สถานดูแลผู้สูงอายุ ให้มากกว่าการมีใบอนุญาต

แม้ สบส. จะมีหลักเกณฑ์ในการอนุญาตและตรวจติดตามสถานดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงเผยแพร่ข่าวการลงพื้นที่ตรวจสอบเป็นระยะ แต่ยังมีคำถามที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติมว่า การตรวจติดตามครอบคลุมสถานประกอบการมากน้อยเพียงใด พบข้อบกพร่องอะไรบ้าง และมีการติดตามแก้ไขจนแล้วเสร็จหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อสถานประกอบการอาจเปลี่ยนแปลงจำนวนผู้รับบริการ บุคลากร หรือรูปแบบการให้บริการหลังได้รับอนุญาตไปแล้ว

ข้อมูลผลการตรวจติดตามและการแก้ไขข้อบกพร่องจึงมีความสำคัญต่อการประเมินประสิทธิผลของระบบกำกับดูแล ไม่ใช่เพียงการรับทราบว่ามีการลงพื้นที่ตรวจสอบ แต่ต้องเห็นด้วยว่าการตรวจนั้นนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างไร

ผู้บริโภคต้องรู้มากกว่าแค่สถานะใบอนุญาต

ปัจจุบัน ประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อสถานดูแลผู้สูงอายุที่ได้รับอนุญาตผ่านระบบของ สบส. ได้ แต่ข้อมูลใบอนุญาตเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับการตัดสินใจเลือกบริการ ครอบครัวยังจำเป็นต้องรู้ว่าสถานดูแลแต่ละแห่งให้บริการครอบคลุมความต้องการของผู้สูงอายุหรือไม่ มีบุคลากรเหมาะสมกับลักษณะการดูแลเพียงใด และมีระบบรับมือเหตุฉุกเฉินอย่างไร

ในมุมการคุ้มครองผู้บริโภค จึงควรพิจารณาว่าข้อมูลที่เปิดเผยอยู่ในปัจจุบันเพียงพอต่อการตัดสินใจหรือไม่ และมีข้อมูลใดที่ควรเปิดเผยเพิ่มเติมภายใต้กรอบกฎหมาย เช่น ประเภทและขอบเขตบริการที่ได้รับอนุญาต ผลการตรวจติดตาม และสถานะการแก้ไขข้อบกพร่องที่ได้รับการตรวจสอบยืนยันแล้ว โดยต้องคำนึงถึงข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิของผู้รับบริการ และความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการด้วย

เพราะการเลือกสถานดูแลผู้สูงอายุไม่ควรเป็นภาระที่ครอบครัวต้องประเมินความปลอดภัยด้วยตัวเองทั้งหมด เมื่อผู้สูงอายุบางคนอาจไม่สามารถบอกเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองได้ และครอบครัวก็ไม่อาจเฝ้าสังเกตการดูแลได้ตลอดเวลา

ไม่จบแค่เพิกถอนใบอนุญาต แต่ต้องคุ้มครอง – เยียวยาผู้บริโภคด้วย

ในกรณีที่สถานประกอบการฝ่าฝืนกฎหมายจนต้องหยุดให้บริการหรือถูกสั่งปิด สิ่งสำคัญไม่ได้มีเพียงการดำเนินการกับผู้ประกอบการ แต่ต้องคำนึงถึงความต่อเนื่องในการดูแลผู้สูงอายุด้วย เพราะผู้รับบริการบางคนจำเป็นต้องได้รับยา ความช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน หรือการดูแลเฉพาะด้านอย่างสม่ำเสมอ การย้ายสถานที่โดยไม่มีแผนรองรับอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพและความปลอดภัยได้

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรประสานการช่วยเหลือให้เหมาะกับความจำเป็นของผู้สูงอายุแต่ละคน พร้อมให้ข้อมูลแก่ครอบครัวเกี่ยวกับทางเลือกในการดูแลและการเปลี่ยนแปลงบริการอย่างทันท่วงที ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคควรเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิเมื่อบริการไม่เป็นไปตามสัญญา รวมถึงช่องทางร้องเรียน การขอคืนเงิน และการเรียกร้องค่าเสียหายตามข้อเท็จจริงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

การจัดการปัญหาจึงไม่ควรสิ้นสุดเพียงการตรวจสอบหรือเพิกถอนใบอนุญาต แต่ต้องครอบคลุมถึงการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ การเยียวยาตามสิทธิ และการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายซ้ำ

ท้ายที่สุด การมีใบอนุญาตเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการกำกับดูแล แต่ความเชื่อมั่นของประชาชนต้องเกิดจากระบบที่ตรวจสอบได้และทำงานอย่างต่อเนื่อง เพราะสำหรับผู้สูงอายุที่ฝากชีวิตไว้กับสถานดูแล และครอบครัวที่ต้องตัดสินใจแทนคนที่รัก สิ่งที่ต้องการไม่ใช่เพียงหลักฐานว่าสถานประกอบการเคยผ่านการตรวจ แต่คือความมั่นใจว่าหากเกิดความเสี่ยง จะมีระบบที่มองเห็นปัญหาได้ทันเวลา เข้าช่วยเหลือได้จริง และทำให้ผู้รับบริการได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ตร.บุก “ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ” ถูกร้องทารุณกรรม พบห้อง-เตียงติดกรงเหล็ก

บุกตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ จ.นนทบุรี หลังเหยื่ออ้างเคยถูกล่ามโซ่-ปัสสาวะใส่ขวด