Ribbon

ค้านตัดสิทธิลูกจ้าง ในบอร์ดประกันสังคม หวั่นกระทบเงินบำนาญ

ค้านตัดสิทธิลูกจ้าง ในบอร์ดประกันสังคม หวั่นกระทบเงินบำนาญ

สำนักงาน ประกันสังคม (สปส.) กำลังเปิดทำประชาพิจารณ์เพื่อปรับปรุงร่างระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมฉบับใหม่ ซึ่งมีประเด็นที่น่าจับตาคือการเปลี่ยนเกณฑ์จากเดิมที่ ผู้ประกันตน 1 คน สามารถเลือกผู้แทนได้ 7 คน ให้เหลือเพียง 1 คนเท่านั้น

สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนให้ผู้ประกันตนเลือกผู้แทนเข้าบอร์ดได้เพียงคนเดียว เพราะมองว่าเป็นการจำกัดอำนาจและลดจำนวนตัวแทนฝั่งลูกจ้าง การมีสัดส่วนตัวแทนที่เพียงพอมีความสำคัญมากในการถ่วงดุลกับฝ่ายรัฐบาลและนายจ้าง รวมถึงการเลือกตั้งควรแข่งกันเป็นทีมเหมือนพรรคการเมือง เพื่อให้ได้ตัวแทนที่มีวิสัยทัศน์ทิศทางเดียวกันเข้าไปขับเคลื่อนงานได้อย่างมีเอกภาพ

“การเป็นกรรมการในสัดส่วนที่เพียงพอ ถึงจะแก้ไขปัญหาที่เรื้อรังของสำนักงานประกันสังคมได้” สารีระบุ

ย้อนกลับไปในอดีต ผู้ประกันตนจำนวนมากอาจไม่เคยรู้ว่าเงินสมทบถูกนำไปใช้ที่ไหน แต่ผลงานของ “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” ในบอร์ดชุดปัจจุบันได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง และปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกันตนอย่างชัดเจน เพราะเดิมทีผู้ประกันตนไม่ได้สนใจว่าเงินที่จ่ายไปแต่ละเดือนจะไปลงทุนที่ไหน ทั้งการตรวจสอบการใช้จ่ายที่ไม่สมเหตุสมผล อย่างการทำปฏิทิน การซ่อมแซมห้องอาหาร หรือแม้กระทั่งการลงทุนในระบบของ ประกันสังคม ที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์และบำนาญของผู้ประกันตน

รวมถึง ความเปลี่ยนแปลงในเรื่องการจัดการเรื่องร้องเรียน โดยเฉพาะระบบคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ที่สามารถแก้ปัญหาให้ผู้ประกันตนได้มากขึ้น ซึ่งเป็นผลงานร่วมกันของกลุ่มประกันสังคมก้าวหน้าและฝ่ายนายจ้างในบอร์ดชุดนี้

“ประกันสังคม ที่ผ่านมา เรียกว่าบริหารจัดการโดยกลุ่มสำนักงาน กลุ่มข้าราชการ ส่วนลูกจ้างมีปากมีเสียงน้อยมาก การมีบอร์ดฝ่ายผู้ประกันตน ถือเป็นครั้งแรกที่เสียงของลูกจ้างดัง และสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ เพราะอย่างน้อย ก็มี 3 ภาคี นายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล เพราะฉะนั้น เราก็อยากเห็นว่ากลไกนี้ควรจะไปข้างหน้า” สารีสะท้อน

ปัญหาการลงทุน กระทบผลประโยชน์ระยะยาว

ในมิติการลงทุนของประกันสังคม สารีกล่าวในมุมมองของผู้ประกันตนว่า เงินที่จ่ายสมทบทุกเดือนควรย้อนกลับมาเป็นสวัสดิการที่มีคุณภาพแก่ผู้ประกันตน แต่กลับถูกนำไปใช้ในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ หรือนำไปลงทุนแล้วขาดทุน ส่งผลให้ผู้ประกันตนได้รับผลตอบแทนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

นอกจากนี้ อาจส่งผลกระทบต่อเงินบำนาญในอนาคต การที่เงินลงทุนไม่ออกดอกออกผลหรือบริหารจัดการได้ไม่ดี ส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงของเงินบำนาญชราภาพ โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย ซึ่งอาจทำให้กองทุนมีปัญหาในการจ่ายบำนาญในระยะยาว

สารี เสนอว่า สำนักงานประกันสังคมควรมีความเป็นอิสระจากระบบราชการและการเมือง เพื่อให้สามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใสมากขึ้น ไม่ถูกแทรกแซงหรือกดดันทางการเมืองให้นำเงินไปลงทุนในทรัพย์สินที่ไม่มีคุณภาพ แม้แต่สวัสดิการข้าราชการยังให้บริษัทเอกชนบริหารจัดการเงิน แต่กองทุนประกันสังคมกลับยังอยู่ภายใต้ระบบราชการ จึงควรปรับไปสู่การบริหารโดยมืออาชีพ เพื่อให้เงินกองทุนออกดอกออกผลอย่างเต็มที่ มีระบบตรวจสอบการใช้เงินและการลงทุนอย่างเข้มงวด เพื่อให้กองทุนเติบโตและสร้างผลตอบแทนอย่างเต็มที่

ชู “บำนาญ” เป็นหัวใจหลักของประกันสังคม

สารี กล่าวด้วยว่า ประกันสังคมควรพิจารณาเรื่องการบริหาร สิทธิรักษาพยาบาลใหม่ เนื่องจากปัจจุบันมีระบบ “บัตรทอง” (สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) รัฐบาลควรเป็นผู้รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลเป็นหลัก ขณะที่ประกันสังคมควรหันมาสร้างความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเรื่องบำนาญชราภาพและหลักประกันความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เพื่อรองรับสังคมสูงวัยอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ผู้ประกันตนสามารถเข้าไปแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมฉบับใหม่ ผ่านระบบออนไลน์ที่ https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=NjQyMURHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ= ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม – 14 กุมภาพันธ์ 2569 ได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง