| Getting your Trinity Audio player ready... |

พระราม 2 กลายเป็นภาพสะท้อนของระบบกำกับดูแลผู้รับเหมาที่ล้มเหลว แม้ “สมุดพกผู้รับเหมา” จะถูกประกาศใช้ แต่ยังมีช่องว่างด้านความปลอดภัย ที่ไม่อาจหยุดวงจรแห่งความสูญเสียได้
อุบัติเหตุจากงานก่อสร้างโครงการใหญ่ ๆ ของรัฐบาลทั้งการสร้างรถไฟฟ้า รางรถไฟ สะพานข้ามแยก โดยเฉพาะอุบัติเหตุบนถนนพระราม 2 ยังคงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกลายเป็นภาพจำของสังคมไทยที่ผูกโยง “การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน” เข้ากับ “ความสูญเสียของประชาชน” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ภาครัฐจึงประกาศใช้ “สมุดพกผู้รับเหมา” เครื่องมือเชิงระบบหวังตัดวงจรอุบัติเหตุตั้งแต่ต้นทาง แต่ไม่ปรากฏเกณฑ์ด้านความปลอดภัย สภาผู้บริโภคชวนจับตากฎหมายยังเอื้อทุนใหญ่
สมุดพกผู้รับเหมา อาจwไม่แก้ปัญหาความปลอดภัย พระราม 2
แนวคิดเรื่อง “สมุดพกผู้รับเหมา” ถูกพูดถึงครั้งแรกตั้งแต่ 24 ธันวาคม 2566 ในสมัยที่ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีเป้าหมายให้เป็นฐานข้อมูลกลางที่บันทึกผลงานของผู้รับเหมาภาครัฐอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นความล่าช้าในการก่อสร้าง การไม่ปฏิบัติตามสัญญา ไปจนถึงประวัติอุบัติเหตุและเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน
กระทั่งเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 หลังจากผ่านมา 2 ปี ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้ที่มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ “สมุดพกผู้รับเหมา” ถูกออกแบบมาเพื่ออุดช่องโหว่ในการควบคุมคุณภาพผู้รับเหมา โดยกำหนดให้มีการทบทวนคุณสมบัติผู้รับเหมาทุก 3 ปี เปิดทางให้ปรับลดชั้นหรือเพิกถอนสิทธิในการรับงาน ในกรณีที่ผู้รับเหมามีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน พบพฤติกรรมที่เข้าข่ายทุจริต หรือเกิดความประมาทในการควบคุมงานจนมีคนเสียชีวิต นอกจากนี้ยังกำหนดระยะเวลาการแบนและเงื่อนไขการกลับเข้ามาใหม่
ทั้งนี้ การปรับลดชั้นจะส่งผลโดยตรงต่อสิทธิในการประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูง เนื่องจากผู้รับเหมาจะถูกจำกัดให้รับงานได้เฉพาะในระดับชั้นที่ตนเองถูกปรับลดลงมาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นเรื่องรายละเอียดของกฎหมาย ที่ทำให้สมุดพกผู้รับเหมา ยังไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัยได้อย่างแท้จริง
เสนอเพิ่มเกณฑ์เรื่องความปลอดภัย – ปรับเงื่อนไขการรับงาน

อดิศักดิ์ สายประเสริฐ หัวหน้าหน่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย สภาผู้บริโภค ระบุว่า จากการอ่านเนื้อหาของกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้ที่มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ ที่ออกเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 พบว่า ภาพรวมของกฎหมายยังไม่ได้กล่าวถึงเรื่องความปลอดภัยเท่าที่ควร แต่ประเด็นที่น่าสนใจของกฎกระทรวงดังกล่าว คือเรื่องการเพิ่มและลดชั้นผู้รับเหมา ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการรับงานและรายได้ของบริษัทก่อสร้าง
อย่างไรก็ตาม ในข้อ 7 ของกฎกระทรวงดังกล่าว ได้ระบุว่า การกำหนดประเภทชั้น การเลื่อนชั้น การปรับลดระดับชั้น และการกลับคืนระดับชั้นของผู้ประกอบการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการราคากลางประกาศกำหนด
ปัญหาคือ ในประกาศคณะกรรมการกลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีสิทธิ์เป็นผู้ยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐ ออกเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2565มีเกณฑ์และเงื่อนไขในการกำหนดประเภทชั้นของผู้รับเหมา ประกอบด้วยทุนจดทะเบียน ประสบการณ์การทำงาน บุคลากร เครื่องมือและอุปกรณ์การทำงาน แต่กลับไม่ได้นำเรื่องอุบัติเหตุจากการก่อสร้างในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงข้อกำหนดเรื่องความปลอดภัยมาอยู่ในเกณฑ์การพิจารณาด้วย
ดังนั้น สภาผู้บริโภคจึงมีข้อเสนอให้ อธิบดีกรมบัญชีกลางในฐานะประธานคณะกรรมการราคากลาง และหน่วยงานที่รับขึ้นทะเบียนผู้รับเหมา เร่งปรับแก้ประกาศคณะกรรมการราคากลาง ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดและปรับเลื่อนลำดับชั้นของผู้รับเหมา โดยเพิ่มหลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัยในการก่อสร้างที่ชัดเจน ทั้งเรื่องอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยรวมถึงการมีเจ้าหน้าที่ บุคลากรที่จัดการเรื่องความปลอดภัยเป็นการเฉพาะ
“หากไม่มีกฎระเบียบที่กำหนดไว้ชัดเจน ผู้รับเหมาก็อาจจะไม่อยากลงทุนมากนักในเรื่องความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานระดับสากล ดังนั้นจึงเป็นภาระหน้าที่ของอธิบดีกรมบัญชีกลางในฐานะประธานคณะกรรมการราคากลาง ที่ต้องเป็นคนผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง” อดิศักดิ์ระบุ
นอกจากเกณฑ์เรื่องลำดับชั้นผู้รับเหมาแล้ว หลักเกณฑ์และวิธีการจัดงบประมาณโครงการก่อสร้างทางก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องปรับแก้ให้เหมาะสม เพราะจากการศึกษาข้อมูลสัญญาโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐที่ผ่านมา พบว่า “ผู้รับเหมาชั้นพิเศษ” มีแนวโน้มที่จะชนะการประมูลโครงการก่อสร้างทางและสะพานจากรัฐ มากกว่าผู้รับเหมาชั้น 1 ชั้น 2 และชั้น 3 เพราะสามารถเข้าร่วมประมูลโครงการได้ในทุกระดับชั้น อีกทั้งหลักเกณฑ์และวิธีการจัดงบประมาณยังเอื้อต่อการรับงานของผู้รับเหมาชั้นพิเศษ เช่น การแบ่งสัญญาก่อสร้างของรัฐเป็นโครงการย่อย โดยงบประมาณของโครงการสูง เกินกว่าที่ผู้รับเหมาชั้นอื่น ๆ จะเข้าร่วมแข่งขันได้
จากการศึกษาข้อมูลจำนวนโครงการจัดจ้างก่อสร้าง กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทจำแนกตามชั้น ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 – 2566 พบว่า ผู้รับเหมาชั้นพิเศษได้รับโครงการก่อสร้างงานทางเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2.27 โครงการต่อปี ขณะที่ผู้รับเหมาชั้นที่ 1 2 และ 3 มีโอกาสได้รับงานเฉลี่ยที่ 0.41, 0.58 และ 0.12 งานต่อปี ตามลำดับ
นอกจากนี้ข้อมูลจากการศึกษายังพบว่า โครงการที่มีมูลค่ามากกว่า 750 ล้านบาท จะมีการแข่งขันด้านราคาที่น้อยลง และมีแนวโน้มจะเสนอราคาที่ใกล้เคียงกับราคากลาง ซึ่งไม่ได้ช่วยให้รัฐประหยัดงบประมาณมากเท่าที่ควร สภาผู้บริโภคจึงเสนอให้มีการแบ่งสัญญาโครงการก่อสร้างทางพิเศษออกเป็นโครงการย่อย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้รับเหมาชั้นอื่น ๆ เข้ามาร่วมแข่งขันได้ อาจจะเป็นประโยชน์ต่อรัฐมากกว่า
ทั้งนี้ การได้รับงานโครงการก่อสร้างทางขนาดใหญ่ 2 โครงการ ในระยะเวลา 1 ปี อาจส่งผลต่อการบริหารงานที่ไม่เสร็จตามกำหนดดังเช่นกรณีการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 และนำไปสู่คำถามว่าการได้รับโครงการก่อสร้างทางพิเศษและสะพานพิเศษในระดับที่เกินศักยภาพ ส่งผลต่อการละเลยเรื่องความปลอดภัยในการก่อสร้างหรือไม่
“เมื่อการก่อสร้างผูกอยู่กับบริษัทก่อสร้างขนาดใหญ่ ราคาที่ประมูลได้ใกล้เคียงราคากลาง แปลว่าต้องมีกำไรประมาณหนึ่งซึ่งเพียงพอที่จะให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยในการก่อสร้าง ไม่ใช่นำกำไรที่ได้มาเพื่อจ่ายให้กับค่าปรับเพราะส่งมอบงานล่าช้าและรับงานเยอะเกินตัว” อดิศักดิ์ กล่าว
นอกจากประกาศคณะกรรมการกลางแล้ว หลังจากนี้จะมีการออกกฎหมายอีก 3 ฉบับที่ออกมาเพื่อรองรับกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้ที่มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ได้แก่ ระเบียบเกี่ยวกับการควบคุมงานก่อสร้างที่มีมูลค่าเกิน 5 ล้านบาทขึ้นไป, ระเบียบที่เกี่ยวกับการกำกับดูแลโครงการก่อสร้างอาคารสูง และระเบียบเพื่อกำกับดูแลโครงการก่อสร้างที่มูลค่า 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งควรจะระบุเรื่องความปลอดภัยด้วยเช่นกัน และเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องช่วยกันจับตาต่อไป
ตราบใดที่อุบัติเหตุไม่ถูกนับเป็นต้นทุนในการรับงาน สมุดพกผู้รับเหมาก็อาจเป็นเพียงบันทึกหลังความสูญเสีย ไม่ใช่เครื่องมือป้องกันก่อนเกิดเหตุ
ที่มาข้อมูลและเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
เปิดกฎกระทรวง “สมุดพกผู้รับเหมา” ตัดสิทธิบริษัททุจริต-ประมาทมีคนตาย
‘สมุดพกผู้รับเหมา’ 1 ปีผ่านไป ติดขัดตรงไหน ทำไมการควบคุม-ลงโทษ ผู้รับเหมาถึงไม่เกิดขึ้นสักที?
ระเบียบ 3 ฉบับ ‘สมุดพกรับเหมา’ ใช้ทันต้น ก.พ.นี้ รอเข้าบอร์ดกรมบัญชีลาง-รมว.คลังเซ็น



