| Getting your Trinity Audio player ready... |

ท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลกจากสงครามในตะวันออกกลาง สภาผู้บริโภคชู “One-Stop-Shop ด้านพลังงานหมุนเวียน” เร่งรัฐปลด ล็อก โซลาร์ครัวเรือน เสริมความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาว
สงครามในตะวันออกกลางลุกลาม เกิดหตุระเบิดเรือบรรทุกน้ำมันที่แหลมฮอร์มุช ส่งแรงสะเทือนถึงราคาน้ำมันทั่วโลกทะลุ 100 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรล ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศไทยจ่อขึ้นราคายกแผง เสี่ยงวิกฤตขาดแคลนน้ำมันในอนาคต สภาผู้บริโภคเร่งรัฐบาลเดินหน้านโยบายพึ่งพาตนเอง ปลดล็อกข้อจำกัด สนับสนุนครัวเรือนติดตั้งโซลาร์ ชูแนวคิด “One-Stop-Shop ด้านพลังงานหมุนเวียน” เสริมความมั่นคงด้านพลังงาน
One-Stop-Shop กุญแจปลดล็อก ‘โซลาร์ครัวเรือน‘
“คำถามสำคัญคือรัฐบาลไทยจะรับมือกับวิกฤตพลังงานนี้อย่างไร เท่าที่เห็นยังไม่มีการพูดถึงการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในหน่วยงานราชการอย่างจริงจัง มีแต่มาตรการย่อย ๆ เช่น ให้ถอดสูท เดินขึ้นบันได แต่ยังไม่ได้แตะการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างด้านพลังงานเลย ทั้งที่สามารถทำได้ และหลายประเทศอย่างเวียดนามก็เดินหน้าไปไกลแล้ว” ผศ.ประสาท มีแต้ม อนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค กล่าวเปิดเวทีวิชาการสาธารณะหัวข้อ “ผลการศึกษาทดลองจัดตั้ง One-Stop-Shop ด้านพลังงานหมุนเวียนของประเทศไทย”

ผศ.ประสาท กล่าวว่าภาพรวมโครงสร้างพลังงานของไทยในปัจจุบันยังคงเปราะบางจากการพึ่งพาการนำเข้าอย่างมาก และพลังงานที่ไทยนำเข้ากว่า 50 – 60% ยังต้องผ่านเส้นทางขนส่งสำคัญของโลกอย่าง ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของตะวันออกกลาง สถานการณ์เช่นนี้สะท้อนว่าความมั่นคงด้านพลังงานของไทยยังมีความเสี่ยงสูง และความขัดแย้งระหว่างประเทศที่กำลังเกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อไทยรุนแรง
กลไกหนึ่งที่หลายประเทศใช้เพื่อเร่งการเข้าถึงพลังงานสะอาดของภาคประชาชน คือ “One-Stop-Shop ด้านพลังงานหมุนเวียน” โดยหัวใจของระบบนี้คือการรวมบริการทั้งหมดไว้ในที่เดียว ตั้งแต่การให้ข้อมูล การคัดเลือกผู้ติดตั้ง การจัดหาอุปกรณ์ ไปจนถึงบริการหลังการขาย เพื่อลดความยุ่งยากของขั้นตอนราชการที่ผู้บริโภคต้องติดต่อหลายหน่วยงาน
แนวคิดดังกล่าวถูกนำมาทดลองในประเทศไทย ผ่านโครงการ “ก๊วนหิวแสง (Collective Solar)” ที่สภาผู้บริโภคริเริ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจจากการทำโครงการที่พบว่า อุปสรรคสำคัญที่ทำให้หลายครัวเรือนยังลังเลคือความกังวลเรื่อง ความน่าเชื่อถือของผู้ติดตั้ง บริการหลังการขาย และข้อมูลที่กระจัดกระจาย ขณะที่ราคาค่าติดตั้งยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ แม้ในระยะยาวจะช่วยลดค่าไฟได้และให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า
โซลาร์ครัวเรือน กับข้อจำกัดเชิงระบบ
ธีระพงศ์ แสงลาภเจริญกิจ จากบริษัท อาร์อี เจเนอเรชั่น จำกัด ผู้ดำเนินโครงการ ระบุว่าแม้ประเทศไทยจะมีมาตรการสนับสนุนการใช้โซลาร์เซลล์ในหลายด้าน ทั้งโครงการโซลาร์ภาคประชาชน การยกเว้นภาษีนำเข้าอุปกรณ์ มาตรการลดหย่อนภาษี รวมถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงิน แต่ในทางปฏิบัติยังมีข้อจำกัดอยู่ไม่น้อย เช่น โควตาโครงการที่เต็มอย่างรวดเร็ว ระยะเวลาพิจารณาที่ค่อนข้างยาวนาน ตลอดจนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของครัวเรือนรายย่อยที่ยังทำได้ยาก เนื่องจากธนาคารส่วนใหญ่ยังไม่รับระบบโซลาร์เซลล์เป็นหลักประกันในการปล่อยกู้
“โดยรวมภาครัฐมีมาตรการสนับสนุนอยู่พอสมควร แต่เมื่อเข้าสู่การปฏิบัติจริง ผู้บริโภคยังต้องเผชิญอุปสรรคหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องเงินลงทุนเริ่มต้นและขั้นตอนต่าง ๆ ทำให้การติดตั้งโซลาร์เซลล์ในภาคประชาชนยังต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคเอกชนและภาคประชาสังคมเข้ามาช่วยผลักดันอยู่ไม่น้อย” ธีระพงศ์ กล่าว

ขณะที่ รสนา โตสิตระกูล ประธานคณะอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค แสดงความเห็นว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้านพลังงานแสงอาทิตย์สูง แต่ภาครัฐยังเปิดโอกาสให้ประชาชนมีบทบาทในการผลิตไฟฟ้าได้ไม่เต็มที่ โดยเฉพาะการรับซื้อไฟจากโซลาร์รูฟท็อป
หากประเทศไทยมีนโยบายหักลบกลบหน่วยไฟฟ้า (Net Metering) ที่เปิดให้ประชาชนสามารถขายไฟฟ้าคืนเข้าสู่ระบบสายส่งได้ จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้เกิดการติดตั้งมากขึ้น
“แสงแดดเป็นพลังงานที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง แต่เรากลับปล่อยโอกาสนี้ทิ้งไป หากรัฐเปิดทางให้ประชาชนผลิตและขายไฟคืนเข้าสู่ระบบได้ ก็จะช่วยลดค่าไฟ เพิ่มรายได้ให้ครัวเรือน และทำให้พลังงานหมุนเวียนเติบโตได้จริง” รสนาระบุ
ทางด้าน วริศรา ไกรระวี บริษัท อาร์อี เจเนอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ความท้าทายในการดำเนินโครงการก๊วนหิวแสง มีทั้งการแข่งขันด้านราคา ต้นทุนเริ่มต้นของระบบ ระยะเวลาการตัดสินใจของผู้บริโภค ตลอดจนข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง เช่น บ้านที่ใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวันน้อย หรือสภาพหลังคาที่ไม่เหมาะสม ภายใต้นโยบายที่ยังจำกัดการขายไฟฟ้าคืนเข้าสู่ระบบ
ขณะเดียวกัน “ความเชื่อมั่น” ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ เนื่องจากผู้สมัครจำนวนมากเข้าร่วมโครงการจากการแนะนำของคนรู้จัก สะท้อนว่าโซลาร์เซลล์ยังเป็นสินค้าที่ต้องอาศัยความไว้วางใจในการตัดสินใจ
อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “ข้อมูลเชิงปฏิบัติ” มากที่สุด โดยเฉพาะเครื่องคำนวณการติดตั้งโซลาร์ รายละเอียดคุณสมบัติของระบบ และราคา มากกว่าความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับพลังงานแสงอาทิตย์
เสริมแรงหนุนเชิงนโยบาย ดันพลังงานหมุนเวียนไทย
ผศ.ประสาท มีแต้ม อนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค ยืนยันว่า การขยายพลังงานหมุนเวียนสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว หากรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนที่ชัดเจน โดยยกตัวอย่างประเทศปากีสถาน ที่สามารถเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์เป็น ประมาณ 20% พร้อมลดการพึ่งพาก๊าซลงอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามข้อมูลสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของไทยปี 2562 พบว่า ไทยใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพียง 2 – 3% ขณะที่ใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าถึง 65% เปรียบเทียบกับปี 2568 ที่สัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติแทบไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่การใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ขยับขึ้นเพียง 5% เท่านั้น
ขณะที่ ตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ระบุว่า ปัจจุบันการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในไทยกว่า 90% เป็นการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เอง (Self-consumption) โดย กกพ. มีแนวทางอำนวยความสะดวกด้านการจดแจ้งและการขออนุญาตให้รวดเร็วขึ้น
ส่วน ตัวแทนจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ย้ำถึงมาตรการ ลดหย่อนภาษีติดตั้งโซลาร์ไม่เกิน 200,000 บาท และตั้งเป้าให้มีครัวเรือนเข้าร่วมอย่างน้อย 90,000 รายภายใน 3 ปี
เริงชัย ตันสกุล อนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค เสนอทางออกด้านพลังงาน โดยภาครัฐต้องเร่งปรับกฎเกณฑ์ด้านพลังงานเพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น โดยมองว่าหลังคาบ้านเรือนจำนวนมหาศาลทั่วประเทศสามารถกลายเป็นแหล่งผลิตพลังงานสำคัญของประเทศได้ พร้อมเสนอให้เชื่อมโยงนโยบายพลังงานหมุนเวียนเข้ากับมาตรการส่งเสริมการลงทุน เพื่อดึงดูดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) เข้ามาลงทุนในประเทศไทย
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
น้ำมันหมดปั๊ม ต้นทุนชีวิตผู้บริโภคพุ่ง จี้รัฐรื้อโครงสร้างพลังงาน
รื้อ ‘โครงสร้างพลังงาน’ ทางรอดไทย ในวิกฤตสงคราม
เดือด ยิงเรือสินค้า 3 ลำซ้อน ช่องแคบฮอร์มุซ ‘เรือไทย’ หนักสุด ไฟท่วม



