Ribbon

ผนึก อบจ. – ขนส่งฯ ดัน EV Bus อยุธยา เล็งเปิดเส้นทางนำร่องภายในปี 70

Getting your Trinity Audio player ready...
ผนึก อบจ. - ขนส่งฯ ดัน EV Bus อยุธยา เปิด 3 เส้นทางนำร่องปี 70

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นหน่วยงานประจำจังหวัดของสภาผู้บริโภค และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นำคณะผู้แทนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พระนครศรีอยุธยา และสำนักงานขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศึกษาดูงานการบริหารจัดการระบบรถโดยสารไฟฟ้า (EV Bus) ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเรียนรู้แนวทางการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่ตอบโจทย์ประชาชน

บรรณ แก้วฉ่ำ หัวหน้าฝ่ายนิติการ อบจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า การผลักดันระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัดได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะสภาผู้บริโภคที่ทำหน้าที่ประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน และสำนักงานขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่สนับสนุนด้านข้อมูล แม้ที่ผ่านมา อบจ.พระนครศรีอยุธยา จะมีการศึกษางานวิจัยและสำรวจเส้นทางเดินรถที่หมดสัมปทานแล้ว แต่ยังขาดองค์ความรู้จากท้องถิ่นต้นแบบที่มีการดำเนินงานด้านระบบขนส่งสาธารณะอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ การศึกษาดูงานระบบ EV Bus ของ อบจ.กาญจนบุรีครั้งนี้ ทำให้คณะทำงานได้เห็นแนวทางการบริหารจัดการ การให้บริการ และการแก้ไขปัญหาในการดำเนินงานจริง ซึ่งจะนำไปใช้ประกอบการวางแผนพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาต่อไป

บรรณ กล่าวอีกว่า แม้การลงทุนระบบ EV Bus จะใช้งบประมาณสูง แต่ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับมีมากกว่าต้นทุน โดยเฉพาะผู้ป่วย นักเรียน และคนทำงานที่ต้องเดินทางเป็นประจำ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางเหลือเพียง 10 – 20 บาทต่อเที่ยว เป็นการลดภาระค่าครองชีพและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการสาธารณะให้แก่ประชาชน

“การจัดบริการรถโดยสารสาธารณะไม่ใช่การแสวงหากำไร แต่เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน การจัดเก็บค่าโดยสารจึงควรอยู่ในอัตราที่เหมาะสม เพื่อให้ระบบสามารถดำเนินการได้อย่างยั่งยืน” บรรณกล่าว

บรรณ กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางหลังจากนี้ อบจ.พระนครศรีอยุธยา จะสรุปข้อมูลและเสนอทางเลือกต่อผู้บริหาร เพื่อพิจารณารูปแบบการให้บริการที่เหมาะสม ทั้งการเช่ารถหรือการว่าจ้างเอกชนเดินรถแบบครบวงจร โดยเร่งผลักดันเส้นทางนำร่อง ‘สาย 3’ ซึ่งเป็นเส้นทางในเขตเมืองที่ปัจจุบันยังไม่มีผู้รับสัมปทาน สำหรับอัตราค่าโดยสารจะอยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ประชาชานให้มากที่สุด หากโครงการเส้นทางนำร่องประสบผลสำเร็จ จะสามารถขยายการให้บริการไปยังเส้นทางอื่น ๆ เพื่อเชื่อมโยงระบบขนส่งสาธารณะของทั้งจังหวัดในอนาคต

วนิดา ด่านชัยสิทธิ์ ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้รับผิดชอบโครงการ การสนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเมืองมรดกโลกจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อทุกคน’ กล่าวว่า การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญด้านการคุ้มครองผู้บริโภค เพราะการเข้าถึงบริการเดินทางที่มีคุณภาพ เป็นธรรม และมีค่าโดยสารที่เหมาะสม ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน

โดยสภาผู้บริโภคจะเดินหน้าประสานความร่วมมือกับ อบจ.พระนครศรีอยุธยา สำนักงานขนส่งจังหวัดฯ และภาคีเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้เกิด EV Bus ในเส้นทางนำร่องให้สำเร็จภายในปี 2570 เพื่อช่วยยกระดับระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัด ตอบสนองความต้องการของประชาชน และทำให้คนอยุธยาทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการเดินทางได้อย่างเท่าเทียม

สำหรับเส้นทางเดินรถ ‘สาย 3’ ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร เชื่อมโยงสถานที่สำคัญของจังหวัด ทั้งสถานีรถไฟพระนครศรีอยุธยา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา วัดไชยวัฒนาราม โรงเรียนประตูชัย วิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วงเวียนโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย ที่ว่าการอำเภอพระนครศรีอยุธยา ข้ามสะพานปรีดี สิ้นสุดที่สู่สถานีรถไฟพระนครศรีอยุธยา

เส้นทางดังกล่าวได้รับการออกแบบให้รองรับทั้งการเดินทางของประชาชนในชีวิตประจำวัน การเข้าถึงสถานพยาบาลและสถานศึกษา ตลอดจนเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เพื่อยกระดับระบบขนส่งสาธารณะและส่งเสริมการท่องเที่ยวควบคู่กันไป

การศึกษาดูงานครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการนำองค์ความรู้จากพื้นที่ต้นแบบมาประยุกต์ใช้กับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อวางรากฐานการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัย เข้าถึงได้ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบสนองความต้องการในการเดินทางของประชาชน โดยเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความร่วมมือระหว่างสภาผู้บริโภค อปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการผสานพลังผลักดันนโยบายขนส่งสาธารณะของจังหวัด


สิ้นสุดการรอคอย EV Bus กาญจนบุรี มาแล้ว หลังรถเมล์ท้องถิ่นหยุดไปนาน

ดัน EV Bus อยุธยา เชื่อมเมือง – มรดกโลก แก้ปัญหาน้ำมันแพง