Ribbon

ชูบทบาท อบจ. ดัน EV Bus ต่างจังหวัด พัฒนาขนส่งสาธารณะไร้รอยต่อ

Getting your Trinity Audio player ready...
ชูบทบาท อบจ. ดัน EV Bus ต่างจังหวัด พัฒนาขนส่งสาธารณะไร้รอยต่อ

สำหรับคนกรุงเทพฯ การมีรถเมล์ รถไฟฟ้า หรือรถสาธารณะให้เลือกหลายรูปแบบอาจเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับประชาชนในต่างจังหวัดจำนวนมาก การเดินทางยังหมายถึงการรอรถวันละไม่กี่เที่ยว ต้องต่อรถหลายทอด หรือบางพื้นที่ไม่มีรถสาธารณะผ่านเลย ทำให้ผู้สูงอายุ เด็กนักเรียน และคนที่ไม่มีรถส่วนตัวเข้าถึงโรงพยาบาล โรงเรียน หรือสถานที่ราชการได้ยาก

ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดจาก “ไม่มีรถสาธารณะ” เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากระบบขนส่งที่ขาดการวางแผนเชื่อมโยงระหว่างชุมชน อำเภอ และตัวเมือง หลายเส้นทางเดินรถถูกกำหนดตามระบบสัมปทานเดิม ทำให้ปรับเปลี่ยนเส้นทางได้ยาก และไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมการเดินทางของประชาชนในปัจจุบัน

ด้วยเหตุนี้ สภาผู้บริโภคจึงร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ดำเนิน “โครงการสานพลังความร่วมมือท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะไร้รอยต่อที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทุกคนขึ้นได้” ครอบคลุม 12 จังหวัด ได้แก่ น่าน เชียงใหม่ ลำปาง ขอนแก่น สุรินทร์ พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี กรุงเทพฯ ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต สงขลา และปัตตานี

ดัน อบจ. เป็นเจ้าภาพจัดระบบขนส่ง

หนึ่งในเป้าหมายหลักของโครงการ คือการผลักดันให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เข้ามาเป็น “เจ้าภาพ” ด้านขนส่งสาธารณะในระดับจังหวัด โดยใช้รถโดยสารไฟฟ้า (EV Bus) เป็นจุดเริ่มต้นของการจัดระบบใหม่

ชูบทบาท อบจ. ดัน EV Bus ต่างจังหวัด พัฒนาขนส่งสาธารณะไร้รอยต่อ : คงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ

คงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ สภาผู้บริโภค ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการสานพลังความร่วมมือท้องถิ่นฯ ใน 12 จังหวัดทั่วประเทศ เปิดเผยว่า การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในท้องถิ่นจะเกิดขึ้นได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการหนุนเสริมบทบาทของ อปท. ทั้งในด้านกฎหมาย องค์ความรู้ในการจัดบริการขนส่งสาธารณะ มาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทาง และการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมกันออกแบบระบบการเดินทางที่เชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ มีความปลอดภัย ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างเท่าเทียม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ หลายจังหวัดสามารถสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาชน จนสามารถสร้างแนวคิดร่วมและผลักดันให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายแห่งจัดทำแผนขนส่งสาธารณะ เพื่อเตรียมเปิดให้บริการรถโดยสารไฟฟ้า (EV Bus) ได้สำเร็จ อีกทั้งยังครอบคลุมและตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

หลายจังหวัดเริ่มเห็นความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม โดย อบจ.ภูเก็ต และ อบจ.กาญจนบุรี เปิดให้บริการรถโดยสารสาธารณะแล้ว ขณะที่ อบจ.เชียงใหม่ และ อบจ.สงขลา ได้รับใบอนุญาตเส้นทางเดินรถและอยู่ระหว่างเตรียมเปิดบริการ ส่วน อบจ.พระนครศรีอยุธยา และ อบจ.น่าน อยู่ระหว่างวางแผนเส้นทางเดินรถ

คงศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า บทเรียนจากการดำเนินงานใน 12 จังหวัดนี้ จะถูกนำมาสังเคราะห์เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่ตอบโจทย์ประชาชนในทุกมิติ เพื่อนำไปขยายผลสู่พื้นที่อื่นทั่วประเทศ พร้อมทั้งมีแผนที่จะผลักดันการพัฒนาขนส่งสาธารณะร่วมกับสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นแรงสนับสนุนให้ อบจ. มีบทบาทมากขึ้นในการจัดบริการขนส่งสาธารณะ ในฐานะกลไกสำคัญของท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งที่มีคุณภาพ สะดวก ปลอดภัย และสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน

ขยายผลสู่ “การเดินทางปลอดภัยของเด็ก”

นอกจากระบบรถโดยสารสาธารณะ โครงการยังให้ความสำคัญกับการเดินทางของเด็กนักเรียน ซึ่งเป็นอีกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากระบบขนส่งที่ไม่ปลอดภัย

มีการพัฒนา เกณฑ์ประเมินการเดินทางเด็กนักเรียนที่ปลอดภัย และจัดทำ ฐานข้อมูลการเดินทางของนักเรียนในจังหวัดลำปางและน่าน เพื่อใช้วิเคราะห์จุดเสี่ยงและวางแผนแก้ไข ขณะเดียวกัน จังหวัดภูเก็ตยังมีการนำร่อง โครงการเชื่อมต่อการเดินทางจากชุมชนสู่โรงเรียน (Hub to School) เพื่อจัดระบบจุดรับส่งนักเรียนให้ปลอดภัยและเป็นระเบียบมากขึ้น

จากโครงการนำร่อง สู่ข้อเสนอเชิงนโยบาย

หลังดำเนินงานครบ 1 ปี สภาผู้บริโภคและ สสส. ได้จัดเวทีถอดบทเรียนเมื่อวันที่ 15–17 กรกฎาคม 2569 เพื่อรวบรวมทั้งความสำเร็จและอุปสรรคจากทั้ง 12 จังหวัด

ชูบทบาท อบจ. ดัน EV Bus ต่างจังหวัด พัฒนาขนส่งสาธารณะไร้รอยต่อ : ก่องกาญจน์ ทักษ์หิรัญฤทธิ์

ก่องกาญจน์ ทักษ์หิรัญฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. ระบุว่าจากการติดตามผลการดำเนินงานในหลายจังหวัด พบว่าเริ่มเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการพัฒนาระบบรถโดยสารสาธารณะ การยกระดับการจัดการรถรับส่งนักเรียน และการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการทำงานร่วมกับ อบจ. สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้จริง และถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะและความปลอดภัยทางถนนในระดับท้องถิ่น ให้เกิดผลในเชิงนโยบายและสามารถขยายผลได้ในวงกว้าง

“สิ่งสำคัญคือการทำให้ อบจ. เห็นว่าตัวเองสามารถเป็นกลไกหลักด้านขนส่งสาธารณะได้จริง และใช้ข้อมูลจากประชาชนมาวางแผนบริการ ไม่ใช่รอการกำหนดจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว”

ก่องกาญจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การผลักดันบริการรถ EV Bus ของ อบจ. ควรดำเนินควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ พร้อมย้ำว่าเป้าหมายของโครงการไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเพิ่มจำนวนจังหวัดหรือพื้นที่ดำเนินงานเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการถอดบทเรียนทั้งความสำเร็จและอุปสรรค เพื่อนำไปต่อยอดเป็นแนวทางพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัย เชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างไร้รอยต่อ ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงได้ และเป็นประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ บทเรียนจากโครงการจะถูกนำไปสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายร่วมกับสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย เพื่อขยายผลสู่จังหวัดอื่น โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนทุกพื้นที่เข้าถึงระบบขนส่งที่ สะดวก ปลอดภัย เชื่อมต่อได้จริง และมีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม


ผนึก อบจ. – ขนส่งฯ ดัน EV Bus อยุธยา เล็งเปิดเส้นทางนำร่องภายในปี 70

สิ้นสุดการรอคอย EV Bus กาญจนบุรี มาแล้ว หลังรถเมล์ท้องถิ่นหยุดไปนาน