Ribbon

ใช้บัตรเติมเงินเที่ยวนอก รูดไม่ผ่าน – เงินหาย จี้ผู้ประกอบการรับผิดชอบ

จากกรณีที่มีผู้บริโภคจำนวนมากได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อโซเชียล ประสบปัญหาการใช้บัตรยูทริป (YouTrip) ซึ่งเป็นบัตรเติมเงินที่รองรับได้หลายสกุลเงิน สำหรับใช้ชำระค่าสินค้าและบริการในการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยเมื่อใช้งานจริงกลับไม่สามารถทำรายการชำระเงินได้ แต่เงินในบัตรกลับถูกหักออกจากบัญชี ส่งผลให้ผู้บริโภคต้องชำระเงินสดแทน สภาผู้บริโภคชี้เข้าข่ายละเมิดสิทธิผู้บริโภค แนะผู้ประกอบการต้องเร่งเยียวยาผู้เสียหาย

แนวโน้มคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลของสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) คาดการณ์ว่าในปี 2568 ที่ผ่านมา มีคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน สถาบันการเงินหลายแห่งจึงออกบัตรท่องเที่ยว (Travel Card) สำหรับใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ในรูปแบบบัตรเติมเงิน ที่สามารถแลกเป็นสกุลเงินต่างประเทศ และใช้ชื้อสินค้าและถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มในต่างประเทศได้ เหมือนบัตรเอทีเอ็มทั่วไป แต่ผู้บริโภคจำนวนมากกลับพบปัญหาในการใช้บัตรดังกล่าว

นายสุรกิจ สิงหะพล เจ้าหน้าที่กฎหมายและคดี สภาผู้บริโภค กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในกรณีบัตรยูทริป อาจสะท้อนถึงความบกพร่องหรือความขัดข้องของระบบการชำระเงินของผู้ให้บริการ ซึ่งไม่ใช่ความผิดพลาดที่เกิดจากผู้บริโภค ดังนั้น ผู้ให้บริการบัตรท่องเที่ยวแบบเติมเงินจึงต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น หากเงินในบัตรของผู้บริโภคถูกหักไปโดยไม่สามารถใช้บริการได้ตามปกติหรือทำให้ผู้บริโภคประสบปัญหาในการใช้งานบัตร ซึ่งในทางกฎหมาย กรณีนี้อาจเข้าข่ายการละเมิดสิทธิผู้บริโภคในเรื่องความปลอดภัยในการใช้สินค้าหรือบริการ ซึ่งรวมถึงความเสถียรของระบบการให้บริการด้วย

นายสุรกิจ กล่าวต่อว่า ผู้ให้บริการต้องเร่งตรวจสอบการทำธุรกรรมที่เกิดขึ้น เร่งชี้แจงข้อเท็จจริงให้ลูกค้าทราบ และดำเนินการคืนเงินให้แก่ผู้บริโภคโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ หากการขัดข้องของระบบส่งผลให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหาย ผู้บริโภคย่อมมีสิทธิได้รับการชดเชยเยียวยาอย่างเต็มจำนวน อีกทั้งผู้บริโภคที่ใช้บริการบัตรประเภทนี้ต้องมีการการตรวจสอบข้อมูลในเรื่องของรายการชำระสินค้าและยอดการทำธุรกรรมต่างๆ อย่างใกล้ชิด

สำหรับผู้บริโภคที่ประสบปัญหาควรดำเนินการดังนี้ ควรรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น หลักฐานรายการธุรกรรมที่ไม่สามารถดำเนินการได้ หลักฐานยอดเงินที่ถูกหักออกจากบัญชี และหลักฐานการติดต่อกับผู้ให้บริการ  จากนั้นแจ้งผู้ให้บริการผ่านช่องทางที่กำหนด เช่น แอปพลิเคชันหรือศูนย์บริการลูกค้า เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงรวมถึงอาจทำหนังสือขอให้คืนเงินหรือชดใช้ความเสียหายโดยเร็ว  

อย่างไรก็ตาม หากผู้บริโภคหากผู้บริโภคดำเนินการตามขั้นตอนแล้วยังไม่ได้รับการคืนเงิน หรือไม่ได้รับการเยียวยาที่เหมาะสม สามารถร้องเรียนมาที่สภาผู้บริโภค เพื่อดำเนินการคุ้มครองสิทธิ และเรียกร้องความเสียหายต่อไป