ข้อเสนอการพัฒนาระบบและกลไกการคุ้มครองผู้บริโภคต่อการบริการเสริมความงาม

สถานการณ์
กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้เชิญสภาองค์กรของผู้บริโภคเป็นวิทยากรในการประชุมสัมมนาผู้ประกอบการสถานพยาบาล เรื่อง การประกันเสริมความงาม หัวข้ออภิปราย “มุมมองเชิงกฎหมาย โอกาส ความเป็นไปได้ในการส่งเสริมพัฒนาระบบและกลไกประกันเสริมความงามของประเทศไทย” เมื่อวันอังคารที่ 4 กรกฎาคม 2566 นั้น สภาองค์กรของผู้บริโภคได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมเวทีดังกล่าว และได้นำเสนอข้อเท็จจริงการดำเนินงานรับข้อร้องเรียนของผู้บริโภค กรณี ถูกละเมิดสิทธิจากการใช้บริการศัลยกรรมและเสริมความงามจากผู้ประกอบธุรกิจบริการเสริมความงามในหลายกรณี ได้แก่ สถานบริการเสริมความงามเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้าและต่อมาปิดกิจการโดยไม่ได้แจ้งลูกค้าทราบและไม่คืนเงินแก่ผู้บริโภค ได้รับความเสียหายจากการเข้ารับบริการเสริมความงาม มีการใช้บุคลากรที่ไม่ใช่แพทย์มาเป็นผู้ดำเนินการ
ปัญหาดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้บริโภคจำนวนมาก ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมเสริมความงามในประเทศไทย และในการประชุมดังกล่าวกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ มีแนวทางส่งเสริมประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านเสริมความงาม (Aesthetic Medical Hub) โดยการทำประกันภัยคุ้มครองเสริมความนั้น เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ประกอบกับการควบคุมมาตรฐานบริการเสริมความงามยังไม่มีความชัดเจน จากการนำเสนอดังกล่าวมีมติคณะทำงานพัฒนาแนวทางส่งเสริมมาตรฐานและระบบบริการเสริมความงาม กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เห็นด้วยกับขอเสนอของสภาองค์กรของผู้บริโภค จึงขอให้สภาองค์กรของผู้บริโภคทำหนังสือส่งข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบการควบคุมมาตรฐานบริการเสริมความงาม และขอเชิญเข้าร่วมเป็นคณะทำงาน ด้วยนั้น สภาองค์กรของผู้บริโภคจึงขอให้ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาระบบและกลไกการคุ้มครองผู้บริโภคต่อการบริการเสริมความงาม
การดำเนินงาน
จัดทำข้อเสนอต่ออธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (หนังสือสภาองค์กรของผู้บริโภค ที่ TCC.นย.643/2566 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2566)
ข้อเสนอของสภาองค์กรของผู้บริโภค
- ขอให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการออกข้อบังคับหรือกฎกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องมีผลบังคับใช้ในทางกฎหมายต่อ
1.1 ผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาล ซึ่งเป็นนักธุรกิจและหรือนิติบุคคล ต้องมีมาตรฐาน ดังนี้ ต้องรับผิดชอบต่อผู้บริโภคในทุกกรณีที่ผู้บริโภคได้รับความเสียหายจากการใช้บริการเสริมสวย ณ สถานพยาบาลนั้น ๆ และผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาลซึ่งเป็นนักธุรกิจและหรือนิติบุคคลต้องไม่โฆษณาโอ้อวดเกินจริงในการให้บริการด้านการเสริมสวยให้ผู้บริโภคหลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อ ต้องมีบทลงโทษทั้งทางอาญา และทางแพ่งกำหนดไว้ชัดเจนหากผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาลฝ่าฝืน
1.2 ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ซึ่งเป็นแพทย์ต้องปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ในฐานะแพทย์ผู้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด ดังนี้ ต้องมีมาตรฐาน ได้แก่ แพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลต้องเข้าปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามเวลาเปิดจนถึงเวลาปิดสถานพยาบาลที่ได้แจ้งขออนุญาตต่อกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข และแพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลต้องควบคุมและกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพเวชกรรมด้านการเสริมสวยให้เป็นไปตามมาตรฐานต่อผู้บริโภคที่มาขอใช้บริการ และแพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลต้องรับผิดชอบต่อผู้บริโภคในทุก ๆ กรณีที่ผู้บริโภคได้รับความเสียหายจากการใช้บริการเสริมสวย ณ สถานพยาบาลนั้น ๆ และแพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลต้องไม่หรือปล่อยให้มีการการโฆษณาโอ้อวดเกินจริงในการบริการด้านการเสริมสวยให้ผู้บริโภคหลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อ และต้องไม่มีแพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลประเภทแขวนป้ายโดยเด็ดขาด ต้องมีบทลงโทษทั้งทางอาญา และทางแพ่งกำหนดไว้ชัดเจนหากแพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลฝ่าฝืน
1.3 แพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมด้านการเสริมสวย ซึ่งเป็นแพทย์เฉพาะทางที่แพทยสภาให้การรับรองเท่านั้น และเป็นอำนาจหน้าที่ของแพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลต้องรับผิดชอบด้วยการตรวจสอบก่อนจะให้บริการต่อผู้บริโภคทุกๆ ราย และต้องมีบทลงโทษทั้งทางอาญา และทางแพ่งกำหนดไว้ชัดเจนหากแพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลและแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมด้านการเสริมสวยฝ่าฝืน - ให้มีการควบคุมการขออนุญาตให้มีความเข้มข้นมากขึ้น เช่น มีการเรียกเก็บเงินประกัน เข้ากองทุนชดเชยเยียวยาในกรณีที่เกิดความเสียหายทั้งปิดกิจการ หรือความเสียหายจากใช้บริการ เพื่อเป็นการบรรเทาความเสียหายเบื้องต้น และยกมาตรฐานให้เป็นสากล ทั้งในด้านตัวยาที่นำมาใช้ อุปกรณ์มาตรฐานขั้นต่ำ ที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานอาหารและยา
- ให้ความรู้แก่ผู้บริโภคในด้านการรับเข้าบริการ ทราบขั้นตอนในกระบวนการต่างๆเพื่อตรวจสอบว่าแพทย์หรือผู้ให้บริการดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้องได้มาตรฐาน หรือสิทธิผู้บริโภคในการเรียกร้องความรับผิดชอบในกรณีที่เกิดความเสียหาย หรือไม่ปลอดภัยในการใช้บริการ ในกรณีที่ผู้บริโภคได้รับความเสียหายด้านการเสริมสวยจากแพทย์ และเข้าร้องเรียนกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารสุข ด้วยตนเองและหรือร่วมกับสภาองค์กรของผู้บริโภค ข้าราชการประจำของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ต้องรับเรื่องร้องเรียนและตรวจสอบในทางสืบสวนและสวบสวนคดีความให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 3-6 เดือน และแจ้งให้ผู้บริโภคและหรือสภาองค์กรของผู้บริโภครับทราบโดยเร็ว
- สภาองค์กรของผู้บริโภคยินดีเข้าร่วมเป็นคณะทำงานพัฒนาแนวทางส่งเสริมมาตรฐานและระบบบริการเสริมความงาม กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข
ความคืบหน้า
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข จัดส่งหนังสือ ที่ สธ 0706.07/3659 ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 เรื่อง ขอความอนุเคราะห์บุคลากรในสังกัดร่วมเป็นคณะทำงานพัฒนาแนวทางมาตรฐานและระบบบริการเสริมความงาม
สภาผู้บริโภค ตอบกลับ (หนังสือสภาองค์กรของผู้บริโภค ที่ TCC.คพ.790/2566 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2566) ถึง สบส. เรื่อง ส่งรายนามผู้แทนสภาองค์กรของผู้บริโภค



