| Getting your Trinity Audio player ready... |

สภาผู้บริโภคเสนอ 4 มาตรการยกระดับความปลอดภัย ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หลังเหตุรถเสียหลักพุ่งชน แนะปรับอาคาร – พื้นที่กันชน – จราจร และแผนฉุกเฉิน ป้องกันเหตุซ้ำ
จากเหตุการณ์รถเก๋งเสียหลักพุ่งชน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา ส่งผลให้เด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บ 18 ราย แม้ขณะนี้เด็กทั้งหมดปลอดภัยและทยอยกลับบ้านแล้ว แต่เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ตั้งอยู่ติดกับถนน หรืออยู่ในจุดเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ สภาผู้บริโภคเสนอให้ทบทวนมาตรการความปลอดภัยของสถานที่ โดยเฉพาะการออกแบบอาคาร แนวรั้ว สภาพแวดล้อมโดยรอบ และพื้นที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันรถเสียหลักพุ่งเข้าสู่พื้นที่สำหรับเด็ก รวมถึงประเมินความปลอดภัยของห้องเรียนและห้องนอนอย่างเป็นระบบ
อมาวสี หนองพรหมมา ผู้รับผิดชอบโครงการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยและเป็นธรรม จ.กาญจนบุรี ภายใต้ความร่วมมือของสภาผู้บริโภค และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า เตรียมนำกรณีเหตุรถพุ่งชนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเข้าสู่การประชุมคณะอนุกรรมการด้านความปลอดภัยทางถนนในเด็กและเยาวชน จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อหารือแนวทางยกระดับความปลอดภัยของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนในพื้นที่อย่างเป็นระบบ และผลักดันให้เกิดมาตรฐานใหม่ สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดูแลศูนย์เด็กเล็กและสถานศึกษา โดยมีข้อเสนอเชิงนโยบาย ดังนี้
1.การปรับปรุงโครงสร้างทางกายภาพของสถาน ทั้งอาคารและแนวรั้วที่ให้มีความแข็งแรง รวมทั้งให้มีพื้นที่กันชนเพื่อลดแรงปะทะจากยานพาหนะ
2.จัดพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก โดยประเมินความเสี่ยงและจัดผังพื้นที่ให้กิจกรรมของเด็กอยู่ห่างจากจุดสี่ยงมากที่สุด
3.ยกระดับมาตรฐานการจราจร ให้มีการติดป้ายเตือน อุปกรณ์ชะลอความเร็ว และการควบคุมความเร็วรอบศูนย์เด็กเล็กหรือสถานศึกษา
4.จัดทำแผนฉุกเฉิน ให้ทุกศูนย์เด็กเล็กควรมีแผนรับมือแหตุฉุกเฉินและซักซ้อมการอพยพอย่างสม่ำเสมอ
“เด็กเล็กเป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ ความปลอดภัยของศูนย์ฯ จำเป็นต้องมีการจัดการพื้นที่และสภาพแวดล้อมที่ช่วยลดความเสี่ยง ควบคู่ไปกับมาตรการรองรับเพื่อป้องกันการเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก”
ด้าน ศศิธร ใจโปร่ง หัวหน้าสำนักปลัด อบต.แก่งเสี้ยน เปิดเผยว่า ขณะนี้เด็กนักเรียนทุกคนปลอดภัยดี โดยแพทย์อนุญาตให้เด็กที่พักดูอาการกลับบ้านแล้ว และไม่มีรายใดมีอาการน่าเป็นห่วง ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่เยี่ยมเด็กและครอบครัว เพื่อให้กำลังใจ เยียวยา และติดตามสภาพจิตใจอย่างต่อเนื่อง
สำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ได้รับความเสียหาย อบต.แก่งเสี้ยนจะเร่งซ่อมแซมให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน โดยระหว่างนี้จะจัดสถานที่เรียนทดแทนที่มีความเหมาะสมและปลอดภัย และมีแผนให้เด็กเรียนจากที่บ้านเป็นการชั่วคราวระหว่างการปรับปรุงอาคาร
สำหรับเหตุการณ์รถเก๋งเสียหลักพุ่งชนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนั้น เหตุเกิดช่วงบ่ายขณะเด็กกำลังนอนกลางวันโดยมีครูพี่เลี้ยงดูแลอยู่ภายในห้อง รถเก๋งเสียหลักพุ่งชนกำแพงด้านหลังศูนย์ฯ ทำให้เศษปูนกระเด็นใส่เด็กที่อยู่ในห้อง ทำให้ครูพี่เลี้ยงต้องเร่งนำเด็กออกจากพื้นที่และประสานกู้ภัย ก่อนนำส่งโรงพยาบาล โดยแพทย์อนุญาตให้กลับบ้าน 16 ราย และให้นอนพักดูอาการ 2 ราย ส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะและปาก รวมถึงมีรอยฟกช้ำตามร่างกาย ขณะที่คนขับรถได้รับบาดเจ็บและรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล
ทั้งนี้คนขับรถอ้างว่า เกิดอาการวูบขณะขับรถจนเกิดอุบัติเหตุ ขณะที่ตำรวจได้ตรวจหาสารเสพติดในร่างกายและพบผลเป็นสีม่วง และมีการพกพาอาวุธปืนติดตัว โดยมีการดำเนินคดีในข้อหาขับรถขณะมีสารเสพติดในร่างกาย ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน
เหตุการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ตั้งอยู่ติดกับถนน นอกจากการดำเนินคดีกับผู้ขับขี่รถยนต์แล้ว สภาผู้บริโภคเสนอให้ทบทวนมาตรการความปลอดภัยของสถานที่ด้วย โดยเฉพาะการออกแบบอาคาร แนวรั้ว สภาพแวดล้อมโดยรอบ และพื้นที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันรถเสียหลักพุ่งเข้าสู่พื้นที่สำหรับเด็ก รวมถึงประเมินความปลอดภัยของห้องเรียนและห้องนอนอย่างเป็นระบบ



