| Getting your Trinity Audio player ready... |

จากวันที่ถูกมองว่า “ไม่มีทางชนะ” สู่วันที่ศาลสั่งเพิกถอนการจำนองซ้ำซ้อน ตัวแทนผู้บริโภคจากนครนายกเข้าขอบคุณสภาผู้บริโภค หลังได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายจนสามารถรักษาสิทธิในที่ดินของตนได้
เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ตัวแทนผู้บริโภคจังหวัดนครนายกได้เดินทางเข้าพบสภาผู้บริโภคเพื่อกล่าวขอบคุณ หลังได้รับความช่วยเหลือในคดีซื้อที่ดินแต่ไม่ได้กรรมสิทธิ์ จนศาลมีคำพิพากษาคุ้มครองสิทธิ ทำให้พวกเขาได้รับความยุติธรรมที่รอคอยมานานกว่า 19 ปี
“ใครบอกว่าความยุติธรรมไม่มี นี่ไง มีสภาผู้บริโภค แม้หลายคนจะบอกว่าเราไม่มีทางชนะคดี แต่เมื่อได้มาพึ่งสภาผู้บริโภค ก็ทำให้รู้ว่าความยุติธรรมยังมีอยู่จริง” นี่คือความรู้สึกของผู้บริโภครายหนึ่งที่ได้รับการช่วยเหลือจนคดีมีความคืบหน้า
กรณีดังกล่าวเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2549 เมื่อชาวบ้านกลุ่มหนึ่งตกลงซื้อที่ดินจัดสรรในจังหวัดนครนายก ทั้งในรูปแบบผ่อนชำระและชำระเงินสด แต่กลับประสบปัญหา โดยพบว่าผู้ขายนำโฉนดที่ดินที่ยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ไปจดจำนองกับนายทุน เนื่องจากขาดสภาพคล่องทางการเงิน อีกทั้งยังมีบางแปลงที่ถูกนำไปขายซ้ำให้ผู้ซื้อหลายราย ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากไม่ได้รับการโอนกรรมสิทธิ์อย่างถูกต้อง แม้จะชำระเงินครบแล้วก็ตาม
นอกจากปัญหาทางเอกสารสิทธิ ชาวบ้านที่เข้าอยู่อาศัยและปลูกบ้านยังเผชิญกับการคุกคามในพื้นที่ ทั้งการขับไล่ การเผาตอซังข้าว รวมถึงการข่มขู่ใช้อาวุธปืน สร้างความหวาดกลัวและความไม่มั่นคงในการอยู่อาศัย
ในช่วงแรก ชาวบ้านพยายามร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ได้รับคำตอบว่าเป็นข้อพิพาทระหว่างเอกชน อีกทั้งยังเผชิญอุปสรรคจากผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือทางกฎหมายได้อย่างเต็มที่
“ตลอด 19 ปี เราไม่สามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินของตัวเองได้อย่างสบายใจ เพราะกลัวว่าจะถูกไล่ออกเมื่อใดก็ได้ ทั้งที่พื้นที่นั้นเป็นของเรา” ผู้บริโภคสะท้อนความอัดอั้นที่ยาวนาน
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อสภาผู้บริโภคเข้ามาให้ความช่วยเหลือ เมื่อต้นเดือนกันยายน 2568 โดยจัดหาทนายความที่มีความเชี่ยวชาญ ยื่นคำร้อง ร้องสอด เข้าเป็นบุคคลที่สามในคดี เพื่อปกป้องสิทธิของผู้บริโภค หลังจากเดิมเป็นการฟ้องร้องระหว่างเจ้าหนี้ผู้รับจำนองกับผู้ขายที่ดิน ซึ่งอาจทำให้ที่ดินดังกล่าวถูกขายทอดตลาดได้
สภาผู้บริโภคได้นำข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเสนอต่อศาล เพื่อยืนยันว่าผู้บริโภคได้เข้าครอบครองและชำระเงินก่อนการจดจำนอง โดยมีหลักฐานสำคัญ อาทิ ทะเบียนบ้าน เลขที่บ้าน และการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่
ล่าสุด การจดจำนองที่ผู้บริโภคเชื่อว่าไม่สุจริตนั้น ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมการจดจำนอง พร้อมสั่งให้เจ้าของที่ดินดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์แก่ผู้บริโภค หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา และสามารถออกโฉนดฉบับใหม่ได้ในกรณีที่ไม่ได้รับโฉนดเดิมคืน
ความสำเร็จในครั้งนี้ทำให้ผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบสามารถรักษาสิทธิในที่ดินของตนไว้ได้ และเป็นอีกตัวอย่างของการคุ้มครองผู้บริโภคที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์
ทั้งนี้ ตัวแทนผู้บริโภคได้กล่าวขอบคุณสภาผู้บริโภคที่ยืนหยัดช่วยเหลือจนคดีประสบผลสำเร็จ แม้ในวันที่หลายฝ่ายมองว่าแทบไม่มีโอกาสได้ที่ดินคืนก็ตาม สะท้อนบทบาทสำคัญของสภาผู้บริโภคในการเป็นที่พึ่งให้ประชาชนเข้าถึงความเป็นธรรมได้อย่างแท้จริง



