Ribbon

บทเรียน ร้านอาหารโกงชั่งน้ำหนัก จีนลงโทษสั่งหนัก ปรับแรง – เพิกถอนใบอนุญาต

ถอดบทเรียนการคุ้มครองผู้บริโภคในการใช้บริการสินค้าและบริการที่ได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มแข็งจากหน่วยกำกับในต่างประเทศ จากกรณีเมืองซานย่า ประเทศจีน ซึ่งเป็นตัวอย่างของการบังคับใช้กฎหมายด้านราคาสินค้าและบริการอย่างจริงจัง เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจพบร้านอาหารทะเลชั่งน้ำหนักกุ้งไม่ตรงตามจริง จากน้ำหนักที่แจ้งผู้บริโภค 5 กิโลกรัม แต่ตรวจสอบแล้วพบว่าน้ำหนักจริงขาดไปถึง 1 กิโลกรัม

ผลการตรวจสอบนำไปสู่บทลงโทษทันที ร้านอาหารถูกปรับเป็นเงิน 300,000 หยวน หรือประมาณ 1.5 ล้านบาท และได้รับโทษสูงตามมาคือ ถูกเพิกถอนสิทธิในการค้าขายในตลาดดังกล่าวตลอดชีวิต ทางด้านผู้บริหารตลาดถูกปรับ 100,000 หยวน หรือราว 500,000 บาท ฐานละเลยการกำกับดูแล และมีคำสั่งปิดตลาดชั่วคราวเพื่อปรับปรุงระบบทั้งหมด กรณีดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า เมื่อหน่วยงานกำกับดูแลให้น้ำหนักการลงโทษสูงเมื่อผู้บริโภคถูกเอาเปรียบ ทำให้ผู้ประกอบการอื่นๆ ไม่ต้องการทำตามเพราะเป็นความเสี่ยงที่ไม่คุ้มค่า

การคิดราคาอาหารมีได้หลายแบบ แต่ต้องโปร่งใส

ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 68 ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ร้านอาหารสามารถกำหนดราคาได้โดยอาศัยกลไกตลาด แต่มีหน้าที่ต้องแสดงราคาที่ถูกต้อง แนวทางการแสดงราคาที่ถูกต้องประกอบด้วย 1. ต้องแสดงราคาให้เห็นชัดเจน 2. ใช้ตัวเลขอารบิก (มีภาษาอื่นประกอบได้) 3. รายการอาหารต้องเป็นภาษาไทย (อาจมีภาษาต่างประเทศเพิ่มเติม) 4. ต้องระบุค่าบริการและภาษีมูลค่าเพิ่มให้ครบถ้วน และ 5. ราคาที่แสดงต้องตรงกับราคาจำหน่ายจริง

ในทางปฏิบัติ ร้านอาหารจึงมักกำหนดราคาใน 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ การกำหนดราคาคงที่ เช่น ราคาเหมาต่อจาน หรือราคาต่อรายการ และการคิดราคาตามปริมาณหรือหน่วยน้ำหนักของวัตถุดิบ โดยเฉพาะอาหารทะเลหรือเนื้อสัตว์ เช่น กุ้ง ปลา หรือปู ซึ่งอาจมีการชั่งน้ำหนักก่อนนำไปปรุง

แต่หากร้านอาหารที่เลือกใช้การคิดราคาตามน้ำหนักจำเป็นต้องแจ้งข้อมูลให้ผู้บริโภคทราบล่วงหน้าอย่างชัดเจน ทั้งราคาต่อหน่วย หน่วยน้ำหนัก วิธีการชั่ง และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้บริโภคตัดสินใจได้โดยมีข้อมูลครบถ้วน หากร้านอาหารไม่แจ้งรายละเอียดการคิดราคา หรือไม่แสดงราคาที่ชัดเจนทำให้ผู้บริโภครับรู้ราคาจริงเมื่อถึงขั้นตอนชำระเงิน ถือเป็นการให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน และเข้าข่ายละเมิดสิทธิผู้บริโภคหลายด้าน ทั้งสิทธิในการได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเพียงพอ สิทธิในการเลือกสินค้าและบริการอย่างอิสระ สิทธิในการได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา รวมทั้งสิทธิที่จะได้รับการชดเชยเมื่อถูกละเมิดสิทธิผู้บริโภค

เคสในไทยที่เกิดซ้ำ จากกุ้ง 5 ตัว ถึงไข่เจียวปูร้านดัง

ทั้งเมื่อประเมินที่ประเทศไทยปัญหาความไม่โปร่งใสด้านราคาอาหารยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่าง กรณีผู้บริโภคสั่งกุ้งทอดเกลือ 5 ตัว และถูกเรียกเก็บเงิน 5,000 บาท โดยไม่ได้รับแจ้งราคาต่อหน่วยหรือวิธีการคิดราคาก่อนตัดสินใจสั่งซื้อ

ก่อนหน้านี้ สังคมไทยเคยเผชิญกรณีร้านไข่เจียวปูชื่อดัง ซึ่งลูกค้าถูกเรียกเก็บเงินค่าอาหาร 4,000 บาท ทั้งที่เมนูระบุราคาไว้ 1,500 บาท สาเหตุเกิดจากร้านเปลี่ยนวัตถุดิบเป็นเนื้อปูคุณภาพพิเศษโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า กรณีดังกล่าวหน่วยงานรัฐเข้าตรวจสอบและพบการกระทำผิดจริง มีการเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 2,000 บาท พร้อมสั่งให้ปรับปรุงการแสดงเมนูและวิธีคิดราคา

โทษปรับร้านอาหารเอาเปรียบในไทยยังอยู่ในระดับต่ำ

ทั้งนี้ภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 กำหนดให้ร้านค้าต้องแสดงราคาสินค้าและบริการอย่างชัดเจน การไม่แสดงราคาหรือแสดงราคาไม่ตรงกับความจริง มีโทษปรับสูงสุด ตามมาตรา 40 ถึง 10,000 บาท แต่หากมีการตั้งราคาที่เกินควร ร้านมีโทษจำคุกถึง 7 ปี ปรับถึง 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แต่ทางปฏิบัติ หน่วยงานรัฐมักใช้การเปรียบเทียบปรับเป็นพินัย ซึ่งเป็นระบบการลงโทษสำหรับความผิดที่ไม่ร้ายแรง โดยกำหนดอัตราค่าปรับร้านค้าทั่วไปอยู่ที่ 1,000 – 2,000 บาท และนิติบุคคล 3,000 บาท ซึ่งระดับโทษดังกล่าวถูกตั้งคำถามว่ายังไม่สอดคล้องกับรายได้และขนาดธุรกิจร้านอาหารจำนวนมาก รวมถึงไม่สามารถยับยั้งพฤติกรรมเอาเปรียบผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ถึงเวลาทบทวนบทลงโทษเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค

ด้าน โสภณ หนูรัตน์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สภาผู้บริโภค ได้ให้ความเห็นไว้ว่า การแสดงราคาของร้านอาหารอย่างโปร่งใสเป็นความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคและสังคม แต่พบว่าบทลงโทษในปัจจุบันอาจยังไม่เพียงพอ อย่างกรณีร้านไข่เจียวปูที่ถูกปรับเพียง 2,000 บาท เมื่อเทียบกับรายได้หรือชื่อเสียงของร้านอาหารชื่อดัง อาจไม่ใช่แรงจูงใจที่เข้มข้นพอในการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ ดังนั้น ภาครัฐจึงควรพิจารณาทบทวนมาตรการลงโทษให้มีน้ำหนักมากขึ้น ทั้งเชิงจำนวนเงินค่าปรับและมาตรการกำกับดูแลเชิงรุก เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่จริงจังและเป็นธรรมต่อผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคอย่าลืมตรวจสอบใบเสร็จทุกครั้ง หากพบความผิดพลาด สามารถขอให้ร้านยกเลิกและคืนเงินเต็มจำนวน หรือคืนเงินเฉพาะส่วนต่างที่คิดเกิน แจ้งให้ร้านค้าปรับปรุงและติดป้ายราคาให้ถูกต้องตรงกับความจริง เก็บหลักฐาน เช่น ใบเสร็จหรือภาพถ่ายป้ายราคาที่เกี่ยวข้องไว้ หรือหากร้านค้าไม่แก้ไขหรือไม่คืนความเป็นธรรม ผู้บริโภคสามารถร้องเรียนได้ที่ กรมการค้าภายใน โทร. 1569 ตลอด 24 ชั่วโมง สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ หรือสภาผู้บริโภค โทร. 1502 หรือร้องเรียนออนไลน์ที่ https://complaint.tcc.or.th/complaint