Ribbon

เรียนฟรี ไม่ฟรีจริง เปิดวงทบทวนค่าใช้จ่าย ดันแก้ พ.ร.บ.การศึกษาฯ

เรียนฟรี ไม่ฟรีจริง เปิดวงทบทวนค่าใช้จ่าย ดันแก้ พ.ร.บ.การศึกษาฯ

วันที่ 20 เมษายน 2569 พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน เข้าหารือร่วมกับสภาผู้บริโภค ในประเด็น “เรียนฟรีไม่ฟรีจริง” พร้อมแลกเปลี่ยนแนวทางผลักดันการแก้ไขพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ เพื่อให้ระบบการศึกษาของไทยสอดคล้องกับหลักสิทธิผู้บริโภค และลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองได้อย่างเป็นรูปธรรม

การหารือครั้งนี้มุ่งสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับ “สิทธิเรียนฟรี” โดยพิจารณาว่ารายการใดควรเป็นหน้าที่ของรัฐ รายการใดที่สถานศึกษาไม่ควรเรียกเก็บ และรายการใดที่สามารถจัดเก็บเพิ่มเติมได้ภายใต้เงื่อนไขที่โปร่งใสและมีเพดานค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม

พริษฐ์ระบุว่า ปัจจุบันยังพบรูปแบบการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากสถานศึกษาหลายลักษณะ จึงจำเป็นต้องทบทวนเพื่อค้นหาช่องโหว่ของกฎหมายที่ยังไม่ครอบคลุม พร้อมทั้งกำหนดให้ชัดเจนว่าสิ่งใดควรเป็น “สิทธิเรียนฟรี” ที่รัฐต้องสนับสนุนอย่างแท้จริง รวมถึงประเมินตัวเลขค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม เพื่อใช้เป็นฐานในการจัดสรรงบประมาณ

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้กำหนดรายการสิทธิเรียนฟรีให้ชัดเจนยิ่งขึ้นในกฎหมาย โดยรายการที่จำเป็นแต่ยังไม่มีการรองรับ ควรถูกบรรจุไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ขณะที่ค่าใช้จ่ายที่สามารถเรียกเก็บเพิ่มเติมได้ ควรกำหนดเพดานอย่างเป็นธรรม และต้องไม่ขัดต่อประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังหารือถึงการจัดทำแคมเปญเพื่อเปิดรับฟังเสียงจากนักเรียนและผู้ปกครอง เกี่ยวกับ “ค่าใช้จ่ายแอบแฝง” ที่พบในสถานศึกษา รวมถึงรายการค่าใช้จ่ายที่เห็นว่าไม่ควรถูกเรียกเก็บ เพื่อนำข้อมูลไปพัฒนาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาล

ด้าน ผศ.อรรถพล อนันตวรสกุล ประธานอนุกรรมการด้านการศึกษา สภาผู้บริโภค กล่าวว่า แม้รัฐบาลจะมีนโยบายสนับสนุนเรียนฟรี โดยจัดสรรงบประมาณให้สถานศึกษาครอบคลุมค่าใช้จ่ายพื้นฐานถึง 22 รายการ แต่ในทางปฏิบัติพบว่า ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยยังคงถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในรูปแบบของค่าบำรุงการศึกษา และค่าใช้จ่ายแฝงอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นค่าเครื่องแบบ หนังสือ อุปกรณ์เรียน ค่ากิจกรรม หรือแม้แต่ค่าเดินทางและอินเทอร์เน็ต

ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ ระบุชัดว่า สถานศึกษาที่จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่สามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในรายการที่รัฐอุดหนุนได้ โดยงบประมาณดังกล่าวครอบคลุมค่าใช้จ่ายสำคัญ  รวมทั้งสิ้น 22 รายการ เช่น ค่าเล่าเรียน ค่าหนังสือเรียน ค่าบัตรประจําตัวนักเรียน ค่าใช้จ่ายในการให้บริการอินเทอร์เน็ตตามหลักสูตร ค่าสมุดรายงานประจําตัวนักเรียน

สภาผู้บริโภคมีความเห็นว่าปัญหาสำคัญไม่ใช่แค่มีนโยบาย แต่คือ การบังคับใช้ที่ยังไม่ทั่วถึง อีกทั้งประกาศกระทรวงยังมีช่องว่าง เปิดให้สถานศึกษาบางแห่งสามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ปกครองได้ ส่งผลให้ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่าย

ทั้งนี้ สภาผู้บริโภคต้องการเชิญชวนผู้ปกครองให้ร่วมแลกเปลี่ยน ว่าเคยถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในรายการที่ควร “ฟรี” หรือไม่ และมีค่าใช้จ่ายใดที่อยากให้รัฐสนับสนุนเพิ่มเติม เพื่อผลักดันนโยบายการศึกษาให้ตอบโจทย์ภาระค่าครองชีพในปัจจุบันมากขึ้น

การหารือระหว่างสภาผู้บริโภคและพรรคประชาชนในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้เรียนฟรี เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการอุดช่องโหว่ของกฎหมาย ยกระดับการบังคับใช้ และสร้างกลไกตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการเปิดรับฟังเสียงจากผู้ปกครองและนักเรียน เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงนโยบายและกฎหมายการศึกษาให้ตอบโจทย์ภาระค่าครองชีพ และสร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงการศึกษาในระยะยาว

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง