Ribbon

ส่องนโยบายผู้บริโภค ด้านสินค้าฯ เดือน พ.ย. 68

Getting your Trinity Audio player ready...

ในการประชุมคณะอนุกรรมการด้านสินค้าและบริการทั่วไป ครั้งที่ 10/2568 โดยมี สุทธิชัย งามชื่นสุวรรณประธานอนุกรรมการฯ เป็นประธานในที่ประชุม โดยมีการประชุมวางแผนการดำเนินงานขับเคลื่อน ข้อเสนอ และการติดตามการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้

ประเด็นแรก การขับเคลื่อนนโยบายมุ่งเป้าเรื่องการยืนยันตัวตนผู้ขายสินค้าออนไลน์ ได้จัดทำข้อเสนอนโยบายต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

1. สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)

(1) ขอให้พิจารณากำหนดให้ผู้ค้าออนไลน์ที่รายได้มากกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องแสดงหมายเลขการจดทะเบียนขายตรงและตลาดแบบตรงบนแพลตฟอร์มทุกราย เช่น แพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ของ AliExpress ที่มีการแสดงเมนูใบอนุญาตประกอบธุรกิจให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบได้ หรือพิจารณายกเลิกกฎกระทรวงกำหนดการซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยวิธีการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ถือว่าเป็นตลาดแบบตรง พ.ศ. 2561 เพื่อการยกเลิกดังกล่าวจะส่งผลให้ผู้ค้าออนไลน์ที่มีรายได้น้อยกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องดำเนินการจดแจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

(2) ขอให้พิจารณากำหนดให้ธุรกิจการขายสินค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มทุกประเภท เป็นธุรกิจที่ต้องควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน เพิ่มเติมจากประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้าโดยเรียกเก็บเงินปลายทางเป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ. 2567 เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคมีหลักฐานที่ ชัดเจนและเพียงพอ ในการยืนยันการทำธุรกรรมกรณีที่สินค้าไม่เป็นไปตามข้อตกลง สินค้าชำรุด หรือเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับจำนวนเงินที่จ่ายไป

(3) ขอให้พิจารณากำหนดมาตรการให้ผู้ค้าออนไลน์แสดงข้อมูลยืนยันตัวตนและการติดต่อบนแพลตฟอร์มอย่างชัดเจน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและติดตามธุรกรรมต่าง ๆ และอำนวยความสะดวกในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทแก่ผู้บริโภค

(4) ขอให้พิจารณานำข้อเสนอนโยบายการจัดระเบียบซื้อขายออนไลน์ เข้าสู่วาระพิจารณา เพื่อหารือในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีให้มีข้อกำหนดเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคในการซื้อสินค้าและบริการทางออนไลน์ ดังนี้

– การแสดงตัวตนผู้ขายสินค้าและบริการทางออนไลน์บนแพลตฟอร์มทุกราย

– การจัดตั้งกองทุนชดเชยเยียวยาผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงซื้อขายออนไลน์บนแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์

(5) ขอให้พิจารณาบังคับใช้กลไกการเรียกคืนสินค้าที่ไม่ปลอดภัยออกจากตลาดที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุม เพื่อดำเนินการนำสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่พบปัญหาด้านความปลอดภัยต่อชีวิตและสุขภาพของผู้บริโภคออกจากตลาดจำหน่ายสินค้าทุกรายการอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ถุงลมนิรภัยทาคาตะ รถยนต์ไฟฟ้า หรือสินค้ารุ่นอื่น ๆ ที่มีการประกาศเรียกคืนในต่างประเทศ

2. สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.)

(1) กำหนดให้แพลตฟอร์มตรวจสอบและรับรองผู้ขายสินค้าและบริการทางออนไลน์ทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา พร้อมทั้งแสดงข้อมูลสำคัญเพื่อยืนยันตัวตนและการติดต่ออย่างชัดเจนบนหน้าหลักของร้านค้าบนแพลตฟอร์ม ได้แก่ ชื่อ ที่อยู่ ตำแหน่งร้านค้า เบอร์โทรศัพท์ของผู้ขายสินค้าหรือบริการ และบัญชีธนาคารที่ใช้เป็นช่องทางรับเงินของผู้ขายสินค้าหรือบริการทางออนไลน์เป็นอย่างน้อย

(2) กำหนดให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ผ่านตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และโซเชียลคอมเมิร์ซ ตรวจสอบเอกสารยืนยันตัวตน เช่น บัตรประชาชน หนังสือรับรองนิติบุคคล หรือเอกสารแสดงบัญชีธนาคารก่อนอนุญาตให้ขายสินค้า และแสดงป้ายรับรองผู้ขายให้กับร้านที่ผ่านการตรวจสอบไว้บนหน้าแรกของร้านค้า

(3) กำหนดให้แพลตฟอร์มมีการแสดงเครื่องหมายการรับรองโดยหน่วยงานภาครัฐ คือ DBD Registered เครื่องหมายรับรองผู้ประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือหมายเลขการจดทะเบียนขายตรงและตลาดแบบตรง

(4) กำหนดให้แพลตฟอร์มสร้างพื้นที่ให้มีการแสดงฉลากสินค้า ตรามาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และตรา อย.

(5) พิจารณาดำเนินการเสนอให้คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) พิจารณากำหนดหน้าที่ของแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ที่มีพื้นที่จำหน่ายสินค้าเพิ่มเติมในรูปแบบประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Social Commerce)