Ribbon

ผนึก สปน. ปักธง ตัวแทนผู้บริโภค 77 จว. รุกแก้ของแพง – สกัดภัยไซเบอร์

สภาผู้บริโภค ผนึก สปน. ปักธง ตัวแทนผู้บริโภค 77 จว. รุกแก้ของแพง - สกัดภัยไซเบอร์

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ได้ประชุมหารือร่วมกับ พิฆเนศ ต๊ะปวง หัวหน้าผู้ตรวจราชการ ผู้บริหารส่วนกิจการองค์กรของผู้บริโภค สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) เพื่อวางกรอบความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานคุ้มครองผู้บริโภคเชิงรุก โดยมีวาระสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อผู้บริโภค คือ การเร่งขยายเครือข่ายองค์กรของผู้บริโภค ตัวแทนผู้บริโภค ให้ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด จากปัจจุบันที่มีอยู่ 62 จังหวัด เพื่ออุดช่องโหว่ในพื้นที่ที่ยังไม่มีตัวแทนคอยดูแล โดยเฉพาะใน 15 จังหวัดเป้าหมาย อาทิ หนองคาย บึงกาฬ นครศรีธรรมราช  และพัทลุง ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้ผู้บริโภคในพื้นที่ดังกล่าวมีกลไกช่วยเหลือและรับเรื่องร้องเรียนที่เข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นเมื่อถูกละเมิดสิทธิ

สืบเนื่องจากการที่ประชาชนเผชิญปัญหาวิกฤติค่าครองชีพที่รุมเร้า ทั้งค่าอุปโภคบริโภค ค่าไฟตามที่อยู่อาศัยพุ่งสูง ในขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญภัยไซเบอร์ สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค กล่าวถึงความสำคัญของการหารือครั้งนี้ว่า เป้าหมายสำคัญของสภาผู้บริโภคคือการสร้างหลักประกันพื้นฐานให้คนไทยทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใด ต้องมีที่พึ่งและมีตัวแทนช่วยพิทักษ์สิทธิเมื่อถูกเอาเปรียบ โดยเฉพาะการเร่งสร้างความเข้มแข็งให้เครือข่ายครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด ควบคู่ไปกับการเสนอขอรับจัดสรรงบประมาณให้ได้รับงบประมาณที่เพียงพอต่อเนื่องไปกับการบริหารจัดการงบประมาณที่คุ้มค่า เพื่อให้การทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเดินหน้าไปได้อย่างต่อเนื่อง

“เป้าหมายของสภาผู้บริโภคไม่ใช่แค่ตัวเลข 77 จังหวัด แต่คือการสร้างความมั่นใจว่าผู้บริโภคจะมีเพื่อนคอยช่วยเหลือในทุกพื้นที่ ซึ่งหวังว่ากลไกความร่วมมือนี้จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยไขทางออกของปัญหาใหญ่ ๆ ระดับประเทศ ทั้งเรื่องค่าครองชีพด้านพลังงานหรือภัยออนไลน์ ให้ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบและยั่งยืน” สารี กล่าว

ทั้งนี้มิติของการบริหารจัดการ ทั้งสองหน่วยงานเห็นพ้องต้องกันในการปรับกระบวนการทำงานเพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพทั้งในกระบวนการเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณการใช้งบประมาณแผ่นดิน โดย สปน. พร้อมสนับสนุนสภาผู้บริโภคในการเข้าชี้แจงความจำเป็นด้านงบประมาณต่อสำนักงบประมาณโดยตรง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันว่าภารกิจของสภาผู้บริโภคนั้นแตกต่างและหนุนเสริมการทำงานของภาครัฐ ไม่ใช่การทำงานซ้ำซ้อน คาดหวังว่าจะช่วยปลดล็อกปัญหางบประมาณ โดยเฉพาะการขออนุมัติงบกลางอย่างเร่งด่วน เพื่อทำให้การช่วยเหลือผู้บริโภคที่เดือดร้อนจากปัญหาต่าง ๆ ไม่ต้องสะดุดหยุดลงในช่วงรอยต่อทางการเมืองหรือการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือแนวทางการวางระบบธรรมาภิบาลในการตรวจสอบการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้กับสังคม กรณีที่มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการบริหารงานของสภาผู้บริโภคไปยัง สปน. ทาง สปน. จะทำหน้าที่เป็นคนกลางในการกลั่นกรองและเปิดโอกาสให้สภาผู้บริโภคได้ชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยพยานหลักฐาน ซึ่งถือเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐและองค์กรภาคประชาสังคมที่เน้นความรับผิดชอบและตรวจสอบได้

สำหรับประเด็นสำคัญอีกเรื่องที่สภาผู้บริโภคได้ผลักดันในการหารือครั้งนี้ คือ การฝากประเด็นผ่านหัวหน้าผู้ตรวจราชการ นำเรียนปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อช่วยประสานงานขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะที่เร่งด่วนและกระทบต่อปากท้องของประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)  ได้แก่ การจัดการปัญหาค่าน้ำค่าไฟฟ้า ในกลุ่มผู้อยู่อาศัยห้องให้เป็นธรรม การจัดการภัยคุกคามทางไซเบอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่สร้างความเสียหายมหาศาล รวมถึงการคุ้มครองสิทธิผู้ใช้บริการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งหากได้รับความร่วมมือจาก สปน. ในการเชื่อมประสานไปยังกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้การแก้ปัญหาเหล่านี้มีความคืบหน้าและเห็นผลเป็นรูปธรรมรวดเร็วยิ่งขึ้น

ด้าน พิฆเนศ ต๊ะปวง หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กล่าวถึงบทบาทของภาครัฐในการสนับสนุนภาคประชาสังคมว่า สปน. พร้อมที่จะเป็นพี่เลี้ยงและสนับสนุนการทำงานของสภาผู้บริโภคอย่างเต็มที่ ทั้งในมิติของการขึ้นทะเบียนองค์กรสมาชิกและการประสานงานด้านงบประมาณ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ

“สิ่งสำคัญที่สุดคือการบูรณาการข้อมูลและการทำงานร่วมกันไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น เพื่อให้งบประมาณทุกบาทที่ลงไปเกิดความคุ้มค่าสูงสุดและถึงมือประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่ง สปน. ยินดีที่จะช่วยสื่อสารให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าใจถึงบทบาทและภารกิจของสภาผู้บริโภค” พิฆเนศ กล่าว

ทั้งนี้ สภาผู้บริโภค และ สปน. ได้มีการจัดประชุมหารือร่วมกันอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกสิ้นไตรมาส เพื่อติดตามความคืบหน้าของแผนงานแผนเงิน แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และร่วมกันแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ให้ทันท่วงที โดยมุ่งหวังให้ความร่วมมือดังกล่าวเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับงานคุ้มครองผู้บริโภคของไทยให้มีความเข้มแข็ง ยั่งยืน และเป็นที่พึ่งของผู้บริโภคได้ในทุกสถานการณ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง