ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้กระทบเพียงค่าเดินทางหรือค่าขนส่งเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงราคาสินค้า ค่าครองชีพ และภาพรวมเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ ทำให้หลายประเทศอาเซียนต้องเร่งออกมาตรการรับมืออย่างเร่งด่วน

แม้จะอยู่ในภูมิภาคเดียวกัน แต่แนวทางรับมือ ของแต่ละประเทศแตกต่างกันไป ตามโครงสร้างเศรษฐกิจ ความพร้อมด้านพลังงาน และงบประมาณของรัฐ แต่ส่วนใหญ่ใช้หลายมาตรการควบคู่กัน ทั้งการลดการใช้พลังงาน ควบคุมราคา และสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ผันผวน และเตรียมพร้อมสำหรับความไม่แน่นอนในอนาคต
มาตรการรับมือประเทศไทย
ไทยใช้มาตรการผสมผสานทั้งการ “ลดใช้” และ “คุมตลาด” โดยสนับสนุนการทำงานจากที่บ้านเพื่อลดการเดินทาง ควบคู่กับการสั่งห้ามกักตุนและจำหน่ายสินค้าเกินราคา รวมถึงการตรึงราคาน้ำมันเพื่อช่วยพยุงค่าครองชีพ นอกจากนี้ยังเร่งนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และเพิ่มการสำรองพลังงาน เพื่อเสริมความมั่นคงในระยะยาว
มาตรการรับมือประเทศเวียดนาม
เวียดนามเน้นลดการใช้พลังงานและรักษาเสถียรภาพราคา โดยสนับสนุนการทำงานจากที่บ้านเช่นกัน พร้อมทั้งลดภาษีนำเข้าน้ำมัน และใช้กองทุนรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเข้ามาช่วยพยุงราคาไม่ให้ผันผวนมากเกินไป
มาตรการรับมือประเทศอินโดนีเซีย
อินโดนีเซียมุ่งไปที่การลดการพึ่งพาน้ำมันฟอสซิล ด้วยการผลักดันการใช้ไบโอดีเซลเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันยังตรึงราคาน้ำมันโดยให้รัฐรับภาระต้นทุน และกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันไปยังประเทศอื่น เช่น สหรัฐอเมริกา เพื่อลดความเสี่ยงด้านอุปทาน
มาตรการรับมือประเทศเมียนมา
เมียนมาใช้มาตรการควบคุมการใช้น้ำมันโดยตรง ผ่านระบบจำกัดการใช้รถยนต์แบบวันคู่–วันคี่ เพื่อลดความต้องการใช้น้ำมันในภาพรวม พร้อมออกคำสั่งห้ามกักตุนและจำหน่ายน้ำมันเกินราคาอย่างเข้มงวด
มาตรการรับมือประเทศฟิลิปปินส์
ฟิลิปปินส์เน้นลดการใช้พลังงานและช่วยเหลือประชาชน โดยกำหนดให้หน่วยงานภาครัฐทำงานสัปดาห์ละ 4 วัน เพื่อลดการเดินทาง พร้อมทั้งขยายเงินอุดหนุนเชื้อเพลิงให้กลุ่มเปราะบาง รวมถึงเตรียมควบคุมค่าไฟฟ้า และเพิ่มสัดส่วนการใช้ถ่านหินในการผลิตไฟฟ้าเพื่อลดต้นทุนพลังงาน
มาตรการรับมือประเทศมาเลเซีย
มาเลเซียเลือกใช้มาตรการตรึงราคาน้ำมันเป็นหลัก โดยให้ภาครัฐรับภาระต้นทุน เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาพลังงานส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง
มาตรการรับมือประเทศลาว
ลาวมุ่งลดการใช้น้ำมันและส่งเสริมพลังงานทางเลือก โดยสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียน ควบคู่กับการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันในระยะยาว
มาตรการรับมือประเทศสิงคโปร์
สิงคโปร์เน้นมาตรการเชิงโครงสร้าง โดยใช้กลไกสำรองพลังงานและบริหารจัดการอุปทาน เพื่อให้มีพลังงานเพียงพอในช่วงวิกฤติ พร้อมทั้งวางระบบรองรับวิกฤติพลังงานในระยะยาวอย่างเป็นระบบ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
- รวมมาตรการชาติอาเซียนประหยัดพลังงาน รับมือน้ำมันแพงศึกตะวันออกกลาง
- ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีมาตรการรับมือน้ำมันขาดแคลนอย่างไร
- จี้รัฐเร่งลดค่าครองชีพประชาชน อุดหนุนค่าโดยสาร 50% รับมือน้ำมันขึ้นราคา
- จี้รัฐคุม ราคาสินค้า หวั่นน้ำมันดันค่าครองชีพพุ่ง
- แก้วิกฤตน้ำมัน เร่งลดภาษีคุมราคา กันกักตุนเก็งกำไร



