| Getting your Trinity Audio player ready... |

ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ สั่งเดินหน้า รถสองแถว EV ผนึกกำลังทุกภาคส่วนสู่เมืองต้นแบบขนส่งสาธารณะ คาดเปิดบริการเส้นทางแรกใน 3 เดือน
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ประกาศเดินหน้าพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะครั้งสำคัญหลังสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมผลักดันโครงการรถสองแถวไฟฟ้าเส้นทางแรก (รถไฟฟ้า EV) สาย 8555 เส้นทาง ประจวบคีรีขันธ์ – อุทยานวิทยาศาสตร์ ณ หว้ากอ โดยย้ำให้ทุกภาคส่วนบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดบริการขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และทุกคนเข้าถึงได้ เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชน

สิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า จังหวัดให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่ตอบโจทย์การเดินทางของประชาชน และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ “ประจวบต้องไปต่อ (Next Move)” โดยมีเป้าหมายสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ 1.การพัฒนาเส้นทางเดินรถเชื่อมต่อเส้นทางเดินรถกับสถานที่สำคัญ เช่น สถานีรถไฟ โรงพยาบาล ตลาด และแหล่งท่องเที่ยว 2.การลดภาระค่าครองชีพ กำหนดอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสมไม่เกิน 10 – 20 บาท พร้อมตารางเดินรถที่แน่นอน และ 3.การผลักดันการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะสู่แผนพัฒนาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งโครงการสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดประจวบฯ แห่งใหม่ ควบคู่กับการพัฒนารถสองแถวไฟฟ้าให้เป็นระบบขนส่งสาธารณะที่เชื่อมการเดินทางภายในจังหวัด
“วันนี้ทุกภาคส่วนเห็นตรงกันว่าเราต้องเดินหน้า รถสองแถว EV ให้เกิดขึ้นจริง ทางจังหวัดพร้อมสนับสนุนและบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นก้าวแรกให้เกิดขึ้น เพราะเมื่อเริ่มแล้วก้าวต่อไปก็จะตามมา และผมเชื่อว่าประจวบฯ จะเป็นต้นแบบระบบขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาดของประเทศได้” สิทธิชัย กล่าว
การประกาศนโยบายดังกล่าวเกิดขึ้นในเวทีคืนข้อมูลงานศึกษาวิจัยเรื่อง “โครงสร้างการเดินทางด้วยบริการขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” ซึ่งหน่วยงานประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สภาผู้บริโภค ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่ายจัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เพื่อใช้ข้อมูลจากงานวิจัยเป็นฐานกำหนดทิศทางการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัด
ทั้งนี้ ผลการศึกษาพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนการพัฒนารถสองแถวไฟฟ้า ต้องการระบบขนส่งสาธารณะที่ดี ค่าโดยสารเหมาะสม เชื่อมต่อสถานที่สำคัญ และรองรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ซึ่งสะท้อนว่าการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเป็นความต้องการร่วมของคนในพื้นที่

สุรัติ มัจฉา ผู้รับผิดชอบโครงการประจวบพัฒนาเมือง ระบบขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า สภาผู้บริโภคได้ผลักดันการศึกษาระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัดมาตั้งแต่ปี 2566 เพื่อนำข้อมูลความต้องการของประชาชนมาใช้ประกอบการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์การเดินทางของคนในพื้นที่ โดยผลจากการศึกษาที่มีการเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นว่า ประชาชนต้องการรถสองแถวไฟฟ้า และต้องการสถานีขนส่งผู้โดยสารประจำจังหวัด จึงนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ผลักดันร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาโครงการเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริง
“หลังโควิด-19 รถสองแถวในตัวเมืองประจวบฯ ยุติการให้บริการ ทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวต้องพึ่งพารถรับจ้างที่มีราคาสูง นักท่องเที่ยวสะท้อนว่า มาเที่ยวประจวบฯ แต่ไม่มีรถโดยสารสาธารณะให้เดินทางต่อ หากมีรถสองแถวไฟฟ้าที่คิดค่าโดยสารที่ทุกคนเข้าถึงได้ ก็จะช่วยเพิ่มทางเลือกการเดินทาง ลดค่าใช้จ่าย และทำให้คนอยากกลับมาเที่ยวประจวบฯ มากขึ้น ส่วนสถานีขนส่งผู้โดยสารประจำจังหวัด อยากให้ทุกหน่วยงานร่วมกันผลักดันการขอใช้พื้นที่กับการรถไฟฯ เพื่อให้สามารถพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัดได้อย่างยั่งยืน” สุรัติกล่าว
ขณะเดียวกันในช่วงของการเสวนาหัวข้อ “ก้าวต่อไปของการนำข้อมูลสู่แผนแม่บท เพื่อยกระดับระบบขนส่งสาธารณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์” มีการสะท้อนทิศทางที่ชัดเจนจากทุกภาคส่วนว่า จะร่วมกันผลักดันให้โครงการรถสองแถวไฟฟ้าให้เกิดขึ้นจริง โดยสำนักงานขนส่งจังหวัดประจวบฯ ยืนยันว่ากฎหมายและระเบียบด้านการขนส่งไม่เป็นอุปสรรค และท้องถิ่นสามารถจัดบริการขนส่งสาธารณะได้ โดยขณะนี้มีผู้ประกอบการยื่นขออนุญาตเดินรถสองแถวไฟฟ้าแล้ว และหากดำเนินการตามขั้นตอน คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการในเส้นทางแรกได้ภายใน 3 เดือน
ด้าน อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ ยืนยันความพร้อมสนับสนุนงบประมาณด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งศาลาพักคอย ป้ายหยุดรถ และการบรรจุโครงการไว้ในแผนพัฒนาท้องถิ่น ขณะที่เทศบาลนครหัวหินพร้อมบูรณาการรถสองแถวไฟฟ้าเข้ากับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยืนยันว่าระบบไฟฟ้าและสถานีชาร์จมีศักยภาพรองรับการให้บริการได้อย่างเพียงพอ
ขณะที่ภาคเอกชนผู้ยื่นขอใบอนุญาตเดินรถสายแรก ยืนยันความพร้อมในการลงทุนและให้บริการรถสองแถวไฟฟ้า โดยเห็นว่าความสำเร็จของโครงการจะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ท้องถิ่น ภาคธุรกิจ และประชาชน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
สิ้นสุดการรอคอย EV Bus กาญจนบุรี มาแล้ว หลังรถเมล์ท้องถิ่นหยุดไปนาน



