Ribbon

ไฟไหม้อู่รถ…ลามถึงคอนโด เมื่อ ‘ระยะร่นอาคาร’ ถูกละเลย ผู้บริโภคจึงต้องเสี่ยง

Getting your Trinity Audio player ready...

เหตุการณ์ไฟไหม้อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งในซอยรัชดาภิเษก 36 ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจึงควบคุมเพลิงได้ แต่สิ่งที่หลายคนตั้งคำถามไม่ใช่แค่สาเหตุของไฟไหม้ หากคือเหตุใดเปลวเพลิงจึงลุกลามไปถึงคอนโดที่อยู่ติดกัน ทั้งที่กฎหมายควบคุมอาคารกำหนดให้มี “ระยะร่น” และ “ที่ว่างรอบอาคาร” เพื่อป้องกันเหตุลักษณะนี้โดยตรง

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียง “อุบัติเหตุไฟไหม้” แต่สะท้อนปัญหาที่ฝังรากอยู่ในเมืองไทยมานาน นั่นคือ การละเมิดกฎหมายควบคุมอาคาร ทำให้ผู้อยู่อาศัยไม่ตระหนักถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้น จนเมื่อสายไป

มี “ระยะร่นอาคาร” เพื่อช่วยชีวิต

หลายคนอาจมองว่า “ระยะร่น” รอบอาคาร เป็นเพียงรายละเอียดทางเทคนิคในการออกแบบอาคาร แต่ในความเป็นจริง นี่คือมาตรการสำคัญที่กฎหมายกำหนดขึ้นเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้คน

ไฟไหม้อู่รถ...ลามถึงคอนโด เมื่อ 'ระยะร่นอาคาร' ถูกละเลย ผู้บริโภคจึงต้องเสี่ยง

ก้องศักดิ์ สหะศักดิ์มนตรี อนุกรรมการด้านอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัย สภาผู้บริโภค อธิบายว่า เจตนารมณ์ของกฎหมายเรื่องระยะร่นและที่ว่างรอบอาคาร ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อให้เมืองดูเป็นระเบียบ แต่เพื่อให้เกิดการระบายอากาศ ลดความแออัด คุ้มครองความเป็นส่วนตัว และโดยเฉพาะการลดความเสี่ยงจากอัคคีภัย

เมื่ออาคารเว้นระยะห่างอย่างเหมาะสม เปลวไฟ ความร้อน หรือเศษวัสดุที่ตกลงมาจะลุกลามไปยังอาคารข้างเคียงได้ยากขึ้น ขณะเดียวกัน รถดับเพลิงและเจ้าหน้าที่กู้ภัยก็สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่เมื่อการก่อสร้างรุกล้ำพื้นที่ว่าง หรือปล่อยให้มีการละเมิดกฎหมายโดยไม่มีการบังคับใช้อย่างจริงจัง ช่องว่างที่ควรช่วยป้องกันภัยก็หายไปพร้อมกับความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย

บ้าน อู่ซ่อมรถ คอนโด ฯลฯ ทุกอาคารต้องมี “ระยะร่น”

ก้องศักดิ์ระบุว่า การละเมิดระยะร่นไม่ได้เกิดเฉพาะอาคารสูง แต่พบได้ตั้งแต่บ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ ไปจนถึงคอนโดมิเนียม

ภาพที่เห็นจนชินตาคือการต่อเติมครัว โรงจอดรถ หรือห้องเก็บของจนชิดรั้ว ทั้งที่กฎหมายกำหนดระยะห่างไว้อย่างชัดเจน หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงการใช้พื้นที่ให้คุ้มค่า แต่เมื่อเกิดขึ้นแทบทุกหลัง ผลกระทบก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่เจ้าของบ้าน หากลามไปถึงเพื่อนบ้านและทั้งชุมชน

นอกจากความเสี่ยงที่ไฟจะลุกลามได้ง่ายขึ้น การต่อเติมจนไม่มีช่องว่างยังส่งผลต่อความเป็นส่วนตัว เพิ่มปัญหากลิ่น ควัน และเสียงรบกวน รวมถึงเปิดช่องให้ผู้ไม่หวังดีสามารถปีนข้ามหลังคาหรือกำแพงเข้าสู่อีกบ้านได้ง่ายกว่าเดิม

ระยะร่นจึงไม่ใช่เรื่องของความสวยงาม แต่คือหลักประกันพื้นฐานของการอยู่อาศัยอย่างปลอดภัย

ปัญหาไม่ใช่กฎหมาย แต่คือการไม่บังคับใช้

ก้องศักดิ์มองว่า ต้นตอของปัญหาไม่ได้อยู่ที่กฎหมาย เพราะกฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ชัดเจน แต่อยู่ที่การบังคับใช้ที่ไม่จริงจัง เมื่อการต่อเติมหรือก่อสร้างผิดกฎหมายไม่ถูกตรวจสอบหรือสั่งแก้ไข ผู้คนจึงค่อย ๆ เข้าใจว่า “ทำแบบนี้ก็ได้”

จากบ้านหนึ่งหลัง กลายเป็นทั้งหมู่บ้าน จากอาคารหนึ่งหลัง กลายเป็นทั้งเมือง จนเมื่อเกิดเหตุ ความเสียหายไม่ได้หยุดอยู่ที่ต้นเพลิง แต่ลุกลามไปถึงผู้บริสุทธิ์ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง

สิ่งที่น่ากังวลจึงไม่ใช่การพบอาคารที่ทำผิดกฎหมายเพียงไม่กี่แห่ง หากคือการที่สังคมเริ่มคุ้นชินกับการละเมิดกฎหมาย จนต้องตั้งคำถามว่า ทุกวันนี้ยังมีอาคารที่ปฏิบัติตามกฎหมายครบถ้วนอยู่มากน้อยเพียงใด


คอนโดสูง กทม. ตรวจซ้ำยังผิด กระทบความปลอดภัย

อัปเดต ไฟไหม้อู่ซ่อมรถ รัชดา 36 ล่าสุด กทม.เร่งตั้งศูนย์ช่วยเหลือ