| Getting your Trinity Audio player ready... |

อนุกรรมการด้านสินค้าและบริการทั่วไป สภาผู้บริโภค พิจารณาแนวทางการผลักดันนโยบายให้ผู้ขายสินค้าทางออนไลน์มีการยืนยันตัวตนเพื่อสร้างความปลอดภัยและความั่นใจแก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อเลือกใช้สินค้าบนแพลทฟอร์มออนไลน์
ในการประชุมคณะอนุกรรมการด้านสินค้าและบริการทั่วไป ครั้งที่ 10/2567 ซึ่งมี ดร.ไพบูลย์ ช่วงทอง กรรมการนโยบายสภาผู้บริโภค เป็นประธานที่ประชุม ได้พิจารณาแนวทางการจัดทำข้อเสนอต่อสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ. หรือ ETDA) ให้แพลตฟอร์มที่มีการซื้อขายสินค้าและบริการทางออนไลน์ทุกแพลทฟอร์มมีระบบตรวจสอบยืนยันตัวตนผู้ขายสินค้า เพื่อให้สร้างความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อเลือกใช้สินค้าและบริการทางออนไลน์
เนื่องจากได้เกิดปัญหาสินค้าไม่ได้มาตรฐานจำหน่ายในตลาดทั้งช่องทางออนไลน์และช่องทางจำหน่ายในตลาดแบบเดิม รวมถึงปัญหาที่ผู้บริโภคไม่ได้รับการช่วยเหลือ ชดเชยเยียวยาได้อย่างรวดเร็ว คณะอนุกรรมการฯ เห็นควาควรมีข้อเสนอให้แพลตฟอร์มมีการตรวจสอบยืนยันตัวตนผู้ขายอย่างรัดกุม ทั้งนี้มีรูปแบบของระดับการยืนยันตัวตนที่ทาง สพธอ. วางแนวทางไว้ เช่น การตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างบุคคลกับอัตลักษณ์ โดยตรวจสอบข้อมูลบัตรประชาชนและสถานะบัตร และตรวจสอบความมีอยู่จริงของเจ้าของบัตรจากแหล่งข้อมูลของหน่วยงานรัฐเพิ่มเติม โดยใช้การยืนยันตัวตนด้วย Biometric Comparison หรือใช้เทคโนโลยีเปรียบเทียบข้อมูลชีวมิติจากชิปของหลักฐานแสดงตน หรือใช้ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าทางดิจิทัล (Face Verification Service – FVS)
ที่ประชุมอนุกรรมการฯ เห็นว่าการแบ่งระดับการยืนยันตัวตนของแพลตฟอร์มเป็นเรื่องที่ดี แต่เห็นว่าควรมีมาตรการกำกับร้านค้าให้สามารถจำแนกผู้ค้าที่สุจริตและทุจริตหรือมิจฉาชีพ รวมถึงตรวจสอบจริยธรรมผู้ขายได้ ในระหว่างที่ยังไม่มีการกำหนดให้มีการยืนยันตัวตนร้านค้าให้เป็นข้อบังคับทางกฎหมายเดียวกันควรมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนตระหนักว่า การซื้อสินค้าทางออนไลน์ควรจะซื้อจากที่ไหนแล้วปลอดภัย เช่น แพลตฟอร์มที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานรัฐแล้วมีการยืนยันตัวตน ส่วนการซื้อสินค้าบนเพจเฟซบุ๊กจะเป็นการตลาดที่ร้านค้าไม่ได้ยืนยันตัวตน มีโอกาสที่ขายสินค้าได้แล้วปิดเพจหนี รวมถึงมีความเสี่ยงจากการซื้อสินค้าชนิดใดก็ตามที่ผู้ขายให้โอนเงินก่อน
ทางคณะอนุกรรมการเห็นว่า สภาผู้บริโภคควรประชุมหารือร่วมกับ สพธอ. ก่อน เพื่อพิจารณาในปัญหาที่เกิดขึ้น และกำหนดมาตรการติดตามร่วมกัน เพื่อดูว่าเกณฑ์ที่จะกำหนดนั้นสามารถช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้หรือไม่ จากนั้นให้ยกระดับการประชุมเป็นการทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแพลทฟอร์มต่างๆ ซึ่งรวมทั้ง Meta Platform Inc.หรือเฟสบุ๊ค และสภาผู้บริโภค
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาเรื่องแนวทางการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ โดยที่ประชุมให้ความสำคัญเกี่ยวกับมาตรฐานเฉพาะความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันเป็นเครื่องหมายตัวเอสของ มอก. ที่ใช้รับรองคุณสมบัติความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าของสินค้านั้น ๆ ซึ่งเป็นสินค้าที่สามารถทำงานร่วมกับสินค้าอื่นได้ โดยที่ไม่ส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเกินกว่าที่กำหนดไว้ อย่างเช่น ผลิตภัณฑ์จำพวกเทคโนโลยีสารสนเทศโทรศัพท์มือถือ โดยเห็นชอบให้สำนักงานสภาผู้บริโภคศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการยกระดับมาตรฐานเฉพาะด้านความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นมาตรฐานบังคับ (TIS-S-EMC) และจัดทำร่างหนังสือถึง สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อพิจารณาให้มาตรฐานด้านความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นมาตรฐานบังคับ



