Ribbon

ยกระดับเกณฑ์ ความปลอดภัยการเดินทางเด็กนักเรียน ขยายผลทั่วประเทศ ปี 70

Getting your Trinity Audio player ready...
ขยายเกณฑ์ประเมิน ความปลอดภัยการเดินทางเด็กนักเรียน

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 สภาผู้บริโภค ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เข้าร่วมการประชุมหารือเรื่อง “การพัฒนาเกณฑ์ประเมิน ความปลอดภัยการเดินทางเด็กนักเรียน” ซึ่งจัดโดยสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยมีนายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นประธานการประชุม พร้อมทั้งมีผู้แทนจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรมการขนส่งทางบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกำหนดแนวทางพัฒนาเกณฑ์ประเมินผ่านระบบออนไลน์ เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทางของเด็กนักเรียนให้ครอบคลุมและเป็นรูปธรรม

ทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นควรให้ขยายกรอบการประเมินจากรถรับส่งนักเรียน ไปสู่การสร้างความปลอดภัยในการเดินทางไปโรงเรียนและสถานศึกษาให้ครอบคลุมการเดินทางรูปแบบต่าง ๆ ทั้งรถรับส่งนักเรียน รถทัศนศึกษา รถจักรยานยนต์และการใช้หมวกกันน็อก รวมถึงการเดินทางรูปแบบอื่นๆ โดยมีเด็กและเยาวชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมมุ่งสร้างวัฒนธรรมการเดินทางให้ปลอดภัย ทั้งนี้จะนำเกณฑ์ประเมินดังกล่าวไปทดลองใช้กับโรงเรียนนำร่อง ก่อนปรับปรุงแบบประเมินให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน เพื่อผลักดันให้สามารถใช้เป็นมาตรฐานและขยายผลการดำเนินงานได้สำเร็จในปี 2570

นอกจากนี้ แนวทางสำคัญที่ทุกฝ่ายเห็นพ้อง คือ การเสนอให้ กองบูรณาการความปลอดภัยทางถนน กรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย (ปภ.) พิจารณาจัดตั้งคณะทำงานระดับจังหวัดภายใต้กลไกศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) โดยเปิดให้ภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้การขับเคลื่อนเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมพัฒนามาตรการสร้างแรงจูงใจหรือให้รางวัลแก่สถานศึกษาและผู้ประกอบการที่ดำเนินงานตามมาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงพิจารณาทางเลือกการเดินทางที่ปลอดภัย เช่น รถโดยสารสาธารณะและรถโดยสารไฟฟ้า (EV Bus) ตลอดจนส่งเสริมหลักสูตรความปลอดภัยทางถนนสำหรับนักเรียนตามความพร้อมของแต่ละโรงเรียน และหาแหล่งทุนสนับสนุนการปรับปรุงความปลอดภัยของรถและยานพาหนะ เช่น ภาษีล้อเลื่อน และ กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เป็นต้น

รวมถึงมีการเสนอให้หน่วยงานภาคีร่วมจัดกิจกรรมรณรงค์สร้างการรับรู้เรื่องความปลอดภัยในการเดินทางของเด็กนักเรียน โดยเริ่มต้นในจังหวัดนำร่องเพื่อให้ประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจจากสาธารณะมากขึ้น และเชื่อมโยงการทำงานทั้งระดับจังหวัดและระดับชาติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ทั้งนี้ การพัฒนาเกณฑ์การประเมินการเดินทางที่ปลอดภัยของเด็กนักเรียน จัดทำขึ้นเพื่อให้เกิดการยกระดับมาตรการความปลอดภัยในการเดินทางของเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ โดยมุ่งหารือแนวทางปรับปรุงเครื่องมือประเมินให้มีความยืดหยุ่น เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา และไม่เพิ่มภาระงานด้านเอกสารแก่ครูหรือบุคลากรทางการศึกษา

พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานและภาคีเครือข่ายในระดับพื้นที่ ผลักดันเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางของเด็กนักเรียนเป็นวาระสำคัญของจังหวัด ตลอดจนพัฒนามาตรการสร้างแรงจูงใจให้สถานศึกษาและผู้ประกอบการรถรับส่งนักเรียนปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อ 7 พฤศจิกายน 2566 เพื่อขยายผลให้เกิดการดำเนินการในระดับประเทศ

คงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ สภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า สภาผู้บริโภคร่วมกับ สสส. และสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พัฒนาแบบประเมินการเดินทางที่ปลอดภัยของเด็กนักเรียนให้เป็นระบบออนไลน์ ซึ่งไม่เป็นการเพิ่มภาระให้ครู เพื่อช่วยให้โรงเรียนมีข้อมูลและเป็นเครื่องมือค้นหาความเสี่ยง เชื่อมโยมโยงการสนับสนุน และนำไปสู่การวางแผนแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยงานพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งประเมิน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ รถรับส่งนักเรียน รถทัศนศึกษา และการใช้รถจักรยานยนต์พร้อมหมวกนิรภัย

สำหรับปัจจุบันมีโรงเรียนต่าง ๆ ใน 12 จังหวัดทั่วประเทศ ทดลองใช้เครื่องมือแบบประเมินดังกล่าว และเริ่มขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลและพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยพบว่าความเสี่ยงด้านรถรับส่งนักเรียนยังเป็นประเด็นสำคัญ ทั้งนี้สภาผู้บริโภคคาดหวังให้เกณฑ์ประเมินเป็นเครื่องมือช่วยให้โรงเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นช่องว่างด้านความปลอดภัย นำไปสู่การกำหนดมาตรการป้องกันและสนับสนุนให้เด็กเดินทางได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น

บุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า การยกระดับความปลอดภัยในการเดินทางของเด็กนักเรียนต้องไม่มุ่งแก้ปัญหาเฉพาะผู้ประกอบการรถรับส่งนักเรียน แต่ควรส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดบริการขนส่งสาธารณะ ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานส่วนกลาง ก่อนขับเคลื่อนสู่ระดับจังหวัดให้สอดคล้องกับบริบทแต่ละพื้นที่

บุญยืนกว่าเพิ่มเติมว่า การที่เด็กใช้รถจักรยานยนต์มากขึ้นสะท้อนถึงข้อจำกัดของระบบขนส่งสาธารณะที่ยังไม่ตอบโจทย์ จึงจำเป็นต้องพัฒนาบริการที่ทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมผลักดันให้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นกลไกประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เด็กเดินทางไปโรงเรียนได้อย่างปลอดภัยและเติบโตเป็นอนาคตของประเทศอย่างมีศักยภาพ

ก่องกาญจน์ ทักษ์หิรัญฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า สสส. ให้ความสำคัญกับการยกระดับความปลอดภัยในการเดินทางของเด็กนักเรียน โดยเห็นว่าการจัดการเรื่องนี้มีความซับซ้อน และเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย ดังนั้นการพัฒนาเกณฑ์ประเมินความปลอดภัยในการเดินทางของเด็กนักเรียน ควรคำนึงถึงความสะดวกในการใช้งานของโรงเรียนและครู เพื่อลดข้อจำกัดในการนำไปปฏิบัติจริง

พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายผลสู่โรงเรียนทั่วประเทศ รวมถึงพิจารณาใช้มาตรการจูงใจเชิงบวก เช่น การมอบรางวัลหรือเกียรติบัตรให้แก่โรงเรียนที่ดำเนินงานได้ดี เพื่อสนับสนุนให้สถานศึกษาพัฒนาระบบดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของเด็กนักเรียนอย่างต่อเนื่อง และร่วมสร้างความปลอดภัยให้แก่เด็กและเยาวชนอย่างยั่งยืน