| Getting your Trinity Audio player ready... |

สภาผู้บริโภค เรียกร้องบริษัทวอลโว่ คืนเงิน – เยียวยาผู้บริโภค ตามกฎหมายสินค้าไม่ปลอดภัย พร้อมเตรียมส่งหนังสือถึง สคบ. ออกประกาศห้ามจำหน่าย “วอลโว่ EX30” ชั่วคราว
สภาผู้บริโภค เตรียมยื่นหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อพิจารณาออกมาตรการเร่งด่วน “ระงับการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า วอลโว่ (Volvo) รุ่น EX30 เป็นการชั่วคราว” หลังพบปัญหาการใช้งานและข้อกังวลด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับแบตเตอรี พร้อมเรียกร้องบริษัทเยียวยาผู้เสียหาย โดยเฉพาะกรณีผู้บริโภคที่ร้องเรียนและขอคืนเงิน แต่บริษัทผู้จำหน่ายยังไม่ดำเนินการคืนเงิน

ผศ.ดร.วีระพันธ์ รังสีวิจิตรประภา อนุกรรมการด้านสินค้าและบริการทั่วไป สภาผู้บริโภค เรียกร้องบริษัทผู้จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า วอลโว่ รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภคอย่างเหมาะสม ทั้งในรูปแบบการคืนเงิน การเปลี่ยนสินค้า หรือการชดเชยความเสียหาย ตามหลักกฎหมายความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดจากสินค้าไม่ปลอดภัย (Product Liability Law) โดยหากพบว่าสินค้ามีข้อบกพร่องที่กระทบต่อความปลอดภัย บริษัทผู้ผลิตและผู้จำหน่ายมีหน้าที่ต้องพิสูจน์ความปลอดภัยของสินค้า และต้องเยียวยาผู้บริโภคโดยไม่ผลักภาระให้ผู้บริโภคเป็นฝ่ายรับความเสี่ยง
นอกจากนี้ สภาผู้บริโภคเตรียมทำหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ออกประกาศห้ามจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า รุ่นดังกล่าวเป็นการชั่วคราว จากกรณีที่มีผู้บริโภคซื้อรถยนต์รุ่นดังกล่าวและประสบปัญหาการใช้งาน และให้ดำเนินการตามกฎหมาย พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 ทำให้ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นทันทีโดยไม่ต้องพิสูจน์ เพราะเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความบกพร่องของสินค้า
“แม้เรื่องนี้อยู่ในกระบวนการของ สคบ. แล้ว และสภาผู้บริโภคเตรียมเสนอให้มีมาตรการเร่งด่วน หากพบว่าสินค้ามีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย ควรพิจารณาห้ามจำหน่ายชั่วคราว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติมกับผู้บริโภค” ผศ.ดร.วีระพันธ์ กล่าว
ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญในกรณีของ วอลโว่ EX30 คือ “ความปลอดภัยของแบตเตอรี่ลิเธียม” ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดความร้อนสูงและการลุกไหม้ หากอุณหภูมิเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในต่างประเทศ มีการระบุว่าเงื่อนไขการใช้งานที่ปลอดภัยควรอยู่ที่ประมาณ 25 องศาเซลเซียส ขณะที่สภาพอากาศในประเทศไทยที่มีลักษณะร้อนชื้น อาจไม่เหมาะสมต่อการใช้งานจริง รวมถึงการนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย
“การกำหนดเงื่อนไขให้ผู้บริโภคชาร์จไฟเพียง 70% ไม่ใช่คำตอบของปัญหา หากสินค้าไม่สามารถรองรับสภาพแวดล้อมในประเทศไทยได้ ควรต้องมีการทดสอบและพิสูจน์อย่างชัดเจนในอุณหภูมิจริง เช่น สภาพอากาศที่ร้อนชื้นของบ้านเรา เพื่อยืนยันความปลอดภัยก่อนจำหน่าย” ผศ.ดร.วีระพันธ์ กล่าว

ด้าน นิสรา แก้วสุข ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการด้านสินค้าและบริการทั่วไป สภาผู้บริโภค ระบุว่า สภาผู้บริโภคได้เสนอแนวทางคุ้มครองผู้บริโภคในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไว้แล้ว โดยเฉพาะ “มาตรการด้านบริการหลังการขาย” ที่กำหนดให้ผู้ประกอบการต้องมีความพร้อมในการซ่อมบำรุง การจัดหาอะไหล่ และระบบรองรับกรณีสินค้าเกิดความบกพร่อง รวมถึงต้องมีมาตรการเรียกคืนสินค้า (Recall) อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของผู้บริโภค
นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการกำหนดมาตรฐาน “สิทธิในการซ่อม” (Right to Repair) เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการซ่อมได้อย่างเป็นธรรม ลดการผูกขาดจากผู้ผลิต และเพิ่มความมั่นใจในการใช้งานในระยะยาว
ข้อมูลจากต่างประเทศพบว่า มีการเรียกคืน (Recall) รถยนต์ไฟฟ้าวอลโว่รุ่น EX30 ในหลายประเทศ ตั้งแต่ปี 2567 ต่อเนื่องถึงปี 2569 โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับปัญหาระบบซอฟต์แวร์และความเสี่ยงจากแบตเตอรี่แรงดันสูงที่อาจเกิดความร้อนสะสมจนลุกไหม้ได้ และช่วงต้นปี 2569 มีการเรียกคืนครั้งใหญ่ โดยสำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า วอลโว่เรียกคืนรถ EX30 มากกว่า 40,000 คันทั่วโลก เนื่องจากโมดูลแบตเตอรี่มีความเสี่ยง “โอเวอร์ฮีต” และอาจก่อให้เกิดไฟไหม้
สำหรับมาตรการเยียวยาในต่างประเทศ ส่วนใหญ่บริษัทใช้แนวทาง เช่น เปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่โดยไม่มีค่าใช้จ่าย อัปเดตซอฟต์แวร์ฟรี ให้รถใช้ชั่วคราวระหว่างซ่อม ขยายระยะรับประกัน มอบเครดิตค่าชาร์จไฟหรือค่าเดินทางเพิ่มเติมแก่ลูกค้า กรณีในประเทศไทยยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคที่เหมาะสม ซึ่งสภาผู้บริโภคเห็นว่าควรมีการดำเนินการเชิงรุกเพื่อป้องกันความเสี่ยงก่อนเกิดความเสียหายในวงกว้างต่อไป
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
เปิดไทม์ไลน์ วิกฤต “EX30” พร้อมสรุปแนวทางแก้ไขของ “Volvo”
ไฟไหม้ Volvo EX30 ลูกค้านับร้อยหวั่นซ้ำรอย จี้บริษัทซื้อรถคืน หรือ เปลี่ยนรุ่นรถ



