Ribbon

สภาผู้บริโภค ประจวบฯ ดัน รถสองแถวไฟฟ้า คาดเปิดสายแรกปี 70

Getting your Trinity Audio player ready...
สภาผู้บริโภค ประจวบฯ ดัน รถสองแถวไฟฟ้า คาดเปิดสายแรกปี 70

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ศูนย์ประสานหลักประกันสุขภาพภาคประชาชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หน่วยงานประจำจังหวัดของสภาผู้บริโภค พร้อมผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ประจวบคีรีขันธ์ เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ เทศบาลนครหัวหิน สำนักงานขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้ประกอบการรถโดยสาร และสื่อมวลชน เข้าศึกษาดูงานระบบรถโดยสารไฟฟ้า (EV Bus) ของ อบจ.กาญจนบุรี เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และนำแนวทางไปพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยคาดว่า รถสองแถวไฟฟ้า เส้นทางแรก (เมืองประจวบฯ – หว้ากอ) จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2570

การศึกษาดูงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ประจวบพัฒนาเมือง ระบบขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์” ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสภาผู้บริโภคและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยมุ่งส่งเสริมบทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาและจัดบริการขนส่งสาธารณะที่ตอบสนองความต้องการของประชาชน ครอบคลุมทั้งการบริหารจัดการ การวางแผนเส้นทาง ตารางเดินรถ จุดจอด ป้ายรถโดยสาร ศาลาพักคอย และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้โดยสาร

สุรัติ มัจฉา ผู้รับผิดชอบโครงการประจวบพัฒนาเมืองฯ กล่าวว่า สภาผู้บริโภคผลักดันการศึกษาระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มาตั้งแต่ปี 2566 ควบคู่กับการสื่อสารข้อมูลต่อสาธารณะผ่านช่องทางสื่อโซเซียลมีเดีย เพื่อสร้างการรับรู้และเร่งให้เกิดการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่ตอบโจทย์คนในพื้นที่ โดยได้รวบรวมความต้องการของประชาชนมาใช้ประกอบการออกแบบบริการ ซึ่งพบว่าประชาชนต้องการรถโดยสารที่ทันสมัย ค่าโดยสารเข้าถึงได้ และรองรับทั้งการเดินทางของคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว

ข้อมูลดังกล่าวนำไปสู่การผลักดันร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนเกิดเส้นทางรถสองแถวไฟฟ้า หมวด 4 สาย 8555 เส้นทางเมืองประจวบฯ - หว้ากอ ระยะทางไป - กลับ 32 กิโลเมตร ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อเดือนเมษายน 2569 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมขั้นสุดท้ายของ บริษัท สรวีย์คอนสตรัคชั่น (1999) จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถสองแถวไฟฟ้าสายนี้ และเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2570

นอกจากนี้ คณะศึกษาดูงานยังได้ทดลองใช้บริการรถ EV Bus ของ อบจ.กาญจนบุรี เส้นทางลาดหญ้า – ท่าม่วง ระยะทาง 35 กิโลเมตร เพื่อเรียนรู้รูปแบบการเดินรถและการให้บริการจริง พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ให้บริการเกี่ยวกับความท้าทายในการดำเนินงาน ทั้งการวางโครงข่ายเส้นทางให้ครอบคลุมพื้นที่ การจัดตารางเดินรถ การบริหารระยะทางและพลังงานไฟฟ้าต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตลอดจนการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้โดยสาร เพื่อให้ระบบขนส่งสาธารณะสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

สุรัติกล่าวว่า เป้าหมายของการศึกษาดูงานคือการเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เรียนรู้จาก อบจ.กาญจนบุรี ซึ่งมีประสบการณ์ในการจัดบริการขนส่งสาธารณะ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับการบริหารจัดการรถสองแถวไฟฟ้าเส้นทางแรก รวมถึงการพัฒนาเส้นทาง EV Bus อื่นๆ ในอนาคต ให้สามารถเชื่อมโยงการเดินทางภายในจังหวัดได้อย่างครอบคลุมและตอบสนองความต้องการของประชาชนทุกกลุ่ม

ทั้งนี้ การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการ และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันวางแผนและออกแบบบริการอย่างเป็นรูปธรรมทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพิ่มทางเลือกในการเดินทาง ยกระดับความปลอดภัย และส่งเสริมระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม