Ribbon

จี้รัฐเร่งลดค่าครองชีพประชาชน อุดหนุนค่าโดยสาร50% รับมือน้ำมันปรับราคา

จากปัญหาความตึงเครียดสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นราว 40% เมื่อเทียบกับช่วงต้นปีที่ผ่านมา ขณะที่รัฐบาลสุดอั้นประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลและเบนซิน เริ่ม 18 มี.ค. สภาผู้บริโภคเสนอให้รัฐเร่งออกมาตรการบรรเทาผลกระทบ ทั้งการอุดหนุนค่าโดยสารสาธารณะอย่างน้อย 50% และยกเว้นค่าเช่าแผงตลาดสดเป็นเวลา 3 เดือน ร่วมตรึงราคาสินค้าและลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

นายอดิศักดิ์ สายประเสริฐ หัวหน้าหน่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย สภาผู้บริโภค กล่าวว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้กระทรวงพลังงานทยอยปรับขึ้นราคาน้ำมัน เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ส่งผลต่อต้นทุนของผู้ประกอบการ จึงอาจนำมาเป็นข้ออ้างในการปรับขึ้นราคาสินค้า ทำให้มีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ดังนี้

1. มาตรการด้านการเดินทางและขนส่งสาธารณะ เนื่องจากเดือนเมษายนเป็นช่วงที่มีการใช้พลังงานสูงที่สุดในรอบปีจากเทศกาลวันหยุดยาว ดังนั้นภาครัฐควรมีนโยบายอุดหนุนเงินช่วยค่าโดยสารอย่างน้อย 50% หรือให้ขึ้นฟรีในบางเส้นทาง ทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ และเรือ เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้รถสาธารณะ ทั้งในเส้นทางในเมืองและต่างจังหวัด ทั้งนี้ ช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญสถานการณ์วิกฤตฝุ่น PM2.5 ภาครัฐจึงมีมาตรการส่งเสริมการใช้รถสาธารณะไฟฟ้า ด้วยการเปิดให้ประชาชนได้ขึ้นรถไฟฟ้าฟรี

ขณะเดียวกันองค์กรขนาดใหญ่ที่มีงบประมาณควรจัดรถฟีดเดอร์ เพื่อรับส่งพนักงานจากสถานีขนส่งสาธารณะร่วมลดต้นทุนการเดินทางให้กับพนักงาน รวมทั้งเสนอให้รัฐสำรวจข้อมูลการเดินทางของประชาชน เพื่อนำมาวางแผนจัดการการเดินทาง และทรัพยากรในช่วงวิกฤตพลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

“ผลกระทบจากปัญหาราคาน้ำมันขณะนี้ได้สะท้อนมายังค่าโดยสารสายการบิน เช่น ตั๋วสายการบินโลว์คอสต์ เส้นทางกรุงเทพฯ–เชียงใหม่ ในปัจจุบันมีราคาสูงขึ้นเท่าตัว รวมถึงรถทัวร์และเรือ ที่บางส่วนมีการทยอยขึ้นราคาเช่นกัน” นายอดิศักดิ์ กล่าว

2. มาตรการตรึงราคาสินค้า เสนอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ภายใต้กระทรวงมหาดไทย งดเก็บค่าเช่าแผงตลาดสดทั่วประเทศ ซึ่งมีจำนวน 1,401 แห่ง เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อช่วยลดภาระผู้ค้าและขอความร่วมมือตรึงราคาสินค้า ไม่ให้กระทบผู้บริโภค  ซึ่งเป็นมาตรการระยะสั้นที่ภาครัฐสามารถดำเนินการได้ทันที ผ่านการสั่งการของกระทรวงมหาดไทยที่ดูแล อปท. ซึ่งแนวทางนี้เคยดำเนินการมาแล้ว ในช่วงโควิด-19 ปี 2564 ผ่านการสั่งการจากกระทรวงมหาดไทย

“การเว้นค่าเช่าถึง 3 เดือนว่าเป็นการ ชดเชยรายได้ที่ผู้ค้าต้องสูญเสียไป จากต้นทุนอื่นที่เพิ่มขึ้นในช่วงวิกฤตตัวอย่างคำนวณ หากค่าแผงเดือนละ 1,000 บาท การเว้น 3 เดือนเท่ากับช่วยลดต้นทุนไป 3,000 บาท ซึ่งเงินส่วนนี้จะไปชดเชยส่วนต่างต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ค้าสามารถขายสินค้าในราคาเดิมได้โดยไม่ขาดทุน เพื่อให้ราคาสินค้าถึงมือผู้บริโภคไม่ขยับตัว ผู้บริโภคจึงไม่มีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น” นายอดิศักดิ์ กล่าว

นายอดิศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสินค้าที่ได้รับผลกระทบทันทีหากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น มีทั้งสินค้าที่ต้องพึ่งพาการขนส่งรวดเร็วและระบบความเย็น เช่น ผัก ผลไม้ และเนื้อสด ซึ่งหากค่าไฟฟ้าผันแปร (FT) มีปรับเพิ่มขึ้นในเดือนเมษายน จะยิ่งเพิ่มต้นทุนการเก็บรักษา รวมถึงบรรจุภัณฑ์พลาสติก ก็ได้รับผลกระทบเนื่องจากเม็ดพลาสติกเป็นผลพลอยได้จากน้ำมันดิบ ราคาที่สูงขึ้นย่อมส่งผ่านไปยังต้นทุนสินค้า ทางด้านปุ๋ยเคมีมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากผลกระทบของความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน

ทั้งนี้ ต้นทุนขนส่ง โดยเฉลี่ยคิดเป็นประมาณ 10% ของมูลค่าสินค้า หากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น 10% จะมีผลให้ราคาสินค้าเพิ่มราว 1% ดังนั้นภาครัฐควรเข้มงวดตรวจสอบการขึ้นราคาที่เกินต้นทุนจริง พร้อมเฝ้าระวังพฤติกรรมเอาเปรียบผู้บริโภค เช่น ปรับขึ้นราคาโดยไม่เพิ่มปริมาณ ลดปริมาณแต่คงราคาเดิม และกักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไร

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์และกรมการค้าภายในควรส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาจริงแบบไม่แจ้งล่วงหน้า เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาและกักตุนสินค้า โดยสภาผู้บริโภคได้รับการร้องเรียนลักษณะดังกล่าวจากประชาชนอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา

“ในยามวิกฤตฉุกเฉินเช่นนี้ หน่วยงานรัฐมีการสื่อสารให้ข้อมูลแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องทั้งเรื่องราคาน้ำมันและราคาสินค้า พร้อมให้ข้อมูลความจริงอย่างสม่ำเสมอว่าสินค้าชนิดใดแพงเพราะอะไร เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคา” นายอดิศักดิ์ กล่าวย้ำ

อย่างไรก็ตาม มาตรการระยะยาวที่ภาครัฐควรดำเนินการเพื่อร่วมลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชนคือ ปฏิรูปโครงสร้างพลังงานของประเทศใหม่ ทำให้มีความโปร่งใสมากขึ้น ลดค่าใช้จ่ายแฝง ทั้งค่าการกลั่น ค่าการตลาด ภาษีต่าง ๆ รวมถึงตัวกองทุนน้ำมัน ที่มีผลทำให้ราคาน้ำมันในประเทศลดลงและลดผลกระทบต้นทุนราคาสินค้าต่าง ๆ ในระยะยาว