Ribbon

ถูกหลอกโอนเงิน ทำอย่างไรให้ได้เงินคืน? ปปง. เปิดช่องผู้เสียหายยื่นขอคืนได้

ถูกหลอกโอนเงิน ทำอย่างไรให้ได้เงินคืน? ปปง. เปิดช่องผู้เสียหายยื่นขอคืนได้

เมื่อผู้บริโภค ถูกหลอกโอนเงิน ไม่ว่าจะจากการซื้อสินค้าแล้วไม่ได้รับของ การจองบริการที่ไม่ได้รับบริการจริง การถูกชักชวนลงทุน หรือรูปแบบการฉ้อโกงใดก็ตาม เงินที่สูญไปไม่จำเป็นต้องหายไปตลอดกาล เพราะปัจจุบันกฎหมายของสำนักงาน ปปง. เปิดให้ผู้เสียหายมีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนเงินได้ หากบัญชีที่รับโอนเงินของคู่กรณีถูกประกาศว่าเป็นบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ตามอำนาจตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งกำหนดให้สามารถรวบรวมข้อเท็จจริงความเสียหาย เพื่อเสนอศาลให้มีคำสั่งนำทรัพย์สินคืนให้แก่ผู้เสียหายได้

ขั้นตอนเริ่มจากการเข้าไปตรวจสอบว่าบัญชีที่โอนไปนั้นถูกประกาศเป็นบัญชีเกี่ยวข้องกับความผิดหรือยัง ผ่านเว็บไซต์คุ้มครองสิทธิ์ของสำนักงาน ปปง. (คลิกที่นี่) หากพบว่ามีประกาศ ผู้เสียหายสามารถเข้าสู่กระบวนการยื่นคำร้องได้ทันที ไม่ว่าจะถูกหลอกผ่านช่องทางออนไลน์ โทรศัพท์ การซื้อขายพบหน้า หรือธุรกรรมรูปแบบอื่น ๆ ที่มีการโอนเงินเป็นหลักฐานสำคัญ เมื่อเข้าสู่กระบวนการแล้ว ผู้เสียหายต้องรวบรวมเอกสาร เช่น สลิปโอนเงิน บันทึกการสนทนา หลักฐานการซื้อขาย หรืออื่น ๆ ที่แสดงความเสียหาย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตามขั้นตอนทางกฎหมาย

เมื่อข้อมูลทั้งหมดถูกส่งเข้าสู่ศาล หากศาลพิจารณาเห็นว่าทรัพย์สินที่ถูกโอนไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ศาลมีอำนาจตาม มาตรา 51 ในการกำหนดให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดิน แต่ให้กันส่วนที่เป็นของผู้เสียหายคืนให้แก่ผู้เสียหาย ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ กระบวนการนี้ทำให้ผู้บริโภคมีช่องทางตามกฎหมายเพื่อนำเงินที่สูญไปกลับคืนมาได้ และที่สำคัญคือ ไม่มีค่าใช้จ่าย ในการยื่นคำร้องแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม สิทธิในการยื่นคำร้องนี้มีกรอบเวลาชัดเจน ผู้เสียหายต้องยื่นเรื่องให้ครบถ้วน ภายใน 90 วัน นับจากวันที่สำนักงาน ปปง. ประกาศรายชื่อบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด หากเกินกำหนดอาจไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการคืนเงินได้ ดังนั้น เมื่อพบว่าตนเองเสียหาย เช่น ถูกหลอกโอนเงิน ควรรีบตรวจสอบประกาศบัญชีทันที เก็บหลักฐานให้ครบ และเร่งยื่นเรื่องโดยไม่รอช้า เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับเงินคืนตามสิทธิที่กฎหมายกำหนดไว้