Ribbon

ส่องนโยบายผู้บริโภค ด้านบริการสุขภาพ เดือน พ.ย. 68

Getting your Trinity Audio player ready...

ในการประชุมคณะอนุกรรมการด้านบริการสุขภาพ ครั้งที่ 10/2568 โดยมี สุรีรัตน์ ตรีมรรคา ประธานอนุกรรมการฯ เป็นประธานในที่ประชุม โดยมีการประชุมวางแผนการดำเนินงานขับเคลื่อน ข้อเสนอ และการติดตามการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้

ประเด็นเรื่องค่ารักษาพยาบาลแพง ได้มีรายงานผลการพิจารณาศึกษาแนวทางและข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขปัญหาการจัดเก็บค่ารักษาพยาบาลแพงในโรงพยาบาลเอกชน ของคณะกรรมธิการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร ได้มีข้อเสนอแนะดังนี้

1. สำนักงานประกันสังคมควรมีการเผยแพร่ข้อมูล รายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิต่าง ๆ ของผู้ประกันตนในการได้รับการรักษาพยาบาลที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เช่น แนวทางเกี่ยวกับการรับการรักษาพยาบาลของผู้ประกันตน การกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับราคายาและเวชภัณฑ์ เป็นต้น

2. โรงพยาบาลเอกชนควรมีการเสนอหรือแจ้งราคาคายา เวชภัณฑ์ ค่าบริการ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถขใบเสร็จ รายละเอียด ราคาค่ายา เวชภัณฑ์ต่าง ๆ ตลอดจนค่าบริการจากโรงพยาบาลเอกชนเพื่อเป็นประโยชน์ในการร้องเรียนต่อสภาองค์กรของผู้บริโภคเพื่อประโยชน์ในการสิทธิของผู้บริโภคได้ต่อไป

3. รัฐควรมีส่วนช่วยค่าใช้จ่ายของประชาชนในการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนในกรณีที่ภาครัฐไม่มีการให้บริการดังกล่าวหรือบริการไม่เพียงพอ โดยมีหลักเกณฑ์ วิธีการในการควบคุมราคายาเวชภัณฑ์ บริการอื่นๆ เพื่อไม่เป็นการผลักภาระให้กับประชาชนที่ต้องรับผิดขอบค่าใช้จ่ายในการเข้ารับ

4. กรมการค้าภายในควรมีการดำเนินการ ดังนี้

4.1 กำกับดูแลค่าบริการของโรงพยาบาลเอกขน โดยนำหลักการวิเคราะห์ตามหลัก 3E มาใช้ (หลักEconomy ซึ่งจะคิดงบประมาณใหม่ทุกปีโดยพิจารณาตามความจำเป็น ไม่ซ้ำช้อน และประหยัด หลัก Effciency ซึ่งจะพิจารณาถึงผลสำเร็จในการดำเนินการ โดยพิจารณาดันทุนที่ใกล้เคียงความจริง และมีประสิทธิภาพ และหลัก Effectiveness ซึ่งจะมีการประเมินและคาดการณ์ไปข้างหน้า และพิจารณาผลลัพธ์ในการดำเนินการ) เพื่อกำหนดราคาสินค้าบางตัวให้มีราคาลดลง หากกำหนดราคาสินค้าเป็นราคาแน่นอนไม่ได้ควรมีการกำหนดราคาสินค้าเป็นเพดานสูงสุดว่าไม่เกินเท่าใด แต่ค่ายาควรมีการกำหนดราคาแน่นอนเพื่อมีให้มีการเรียกเก็บคำรักษาพยาบาลที่สูงเกินควร

4.2 ควรนำรูปแบบการออกใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลของข้าราราชการมาใช้กับการออกใบเสร็จของโรงพยาบาลเอกชน ทำให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบว่ารายการที่กรมการค้าภายในหรือกรมบัญชีกลางได้กำหนดราคาไว้ และรายการที่โรงพยาบาลเอกชนเก็บค่าใช้จ่ายจริงจากผู้บรีโภค

4.3 พิจารณาแนวทางในการกำหนดให้โรงพยาบาลเอกชนเปิดเผยราคายา เวชภัณฑ์ และค่าบริการอื่น ๆ โดยละเอียด เพื่อเป็นข้อมูลให้กับผู้บริโภคใต้ตรวจสอบราคายา เวชภัณฑ์ และค่าบริการอื่น ๆ ก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการโรงพยาบาลเอกชน และพิจารณาแนวทางการเปิดเผยข้อมูลราคาที่โรงพยาบาลเอกชนเรียกเก็บเพื่อแจ้งข้อมูลเข้ามาที่กรมการค้าภายใน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถคันหาข้อมูลรายการได้ โดยอาจจัดทำข้อมูลเป็นประเภทรายโรงพยาบาล และมีข้อมูลรายการยา เวชภัณฑ์ และค่าบริการอื่น ๆ แต่ละรายการตามที่โรงพยาบาลได้นำส่งข้อมูลให้กับกรมการค้าภายใน ตลอดจนขอให้พิจารณาศึกษาสาเหตุการเฟ้อของค่ารักษาพยาบาลโดยพิจารณาจากภาพรวมเศรษฐกิจปัจจุบัน

5. ผู้ป่วยควรรับรู้ รับทราบ ขั้นตอนการรักษาของแพทย์ตามมาตรฐานวิชาชีพในแต่จะกลุ่มโรคเพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม และแพทยสภาควรกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการกำหนด “แนวทางปฏิบัติ” และ “หลักเกณฑ์” ทางวิชาชีพและจริยธรรมให้แก่แพทย์เพื่อให้แพทย์อ้างอิงได้หากเกิดปัญหาและให้ความคุ้มครองตามหลักวิชาการและจริยธรรมมากกว่า

6. กรมพัฒนาธุรกิจการค้าควรพัฒนาระบบคลังข้อมูล โดยกำหนดให้โรงพยาบาลเอกชนมีการแสดงรายละเอียดของรายการที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนค่าบริการรักษาพยาบาลในรายงานงบดุลผลกำไรขาดทุนของโรงพยาบาลเอกชนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

มติที่สำคัญเห็นว่าปัญหาอยู่ที่กรมการค้าภายในที่ไม่สามารถดำเนินการควบคุมที่จริงจัง ถึงแม้กฎหมายที่มีอยู่จะให้อำนาจควบคุมราคาได้ แต่การดำเนินการล่าช้า ถ้าหากไม่มีการควบคุมราคาที่ชัดเจน ผู้ประกอบธุรกิจประกันภัยจะแก้ไขปัญหาค่าใช้จ่ายสูงโดยการ ผลักภาระให้ประชาชน ในรูปแบบของ การร่วมจ่าย (Co-payment) ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน จึงเสนอนโยบายการควบคุมราคาค่าบริการโรงพยาบาลเอกชนทุกประเภทเป็น นโยบายหลัก ในการนำเสนอต่อพรรคการเมือง เพื่อให้พรรคการเมืองที่มีความจริงจังนำไปเป็นนโยบายหลักในการหาเสียง