| Getting your Trinity Audio player ready... |

สภาผู้บริโภค จับมือ สสส. จัดอบรมเสริมศักยภาพเครือข่ายท้องถิ่น หนุน อบจ. พัฒนาขนส่งสาธารณะ พร้อมสร้างความร่วมมือทุกฝ่าย
วันที่ 13 -14 มกราคม 2569 สภาผู้บริโภค จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “ขนส่งสาธารณะ 101” ณ โรงแรม ทีเค.พาเลซ แอนด์ คอนเวนชัน กรุงเทพฯ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจพื้นฐานด้านระบบขนส่งสาธารณะให้แก่ผู้ปฏิบัติงานระดับจังหวัดและภาคีเครือข่ายผู้บริโภคจากทั่วประเทศ เพื่อร่วมเรียนรู้แนวคิด หลักการ และโครงสร้างการบริหารจัดการระบบขนส่งสาธารณะให้เท่าทันสถานการณ์ปัจจุบัน
โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “ขนส่งสาธารณะ 101” มียุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนงาน คือ การเสริมสร้างบทบาทท้องถิ่นในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในระดับจังหวัด มุ่งเป้าการทำงานร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และการสร้างการมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน ตามแผน 3 ล. คือ ลดการใช้รถส่วนบุคคล ลดอุบัติเหตุ ลดมลพิษ รวมถึงการพัฒนาการเดินทางที่ปลอดภัยของเด็ก
การจัดกิจกรรมครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์และปัญหาระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่ของตน ผ่านกระบวนการอบรมเชิงปฏิบัติการและกรณีศึกษา พร้อมเรียนรู้สิทธิผู้ใช้บริการระบบขนส่งโดยสารสาธารณะ การวิเคราะห์บทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระบบนิเวศ (Eco System) ด้านขนส่งสาธารณะ ตลอดจนการออกแบบแนวทางพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ และพร้อมรับฟังการบรรยายหัวข้อสถานการณ์ระบบขนส่งสาธารณะของประเทศไทย

คงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ สภาผู้บริโภค ระบุว่า ปัจจุบันคนต่างจังหวัดต้องแบกรับภาระค่าเดินทางที่สูงเกินจริง และระบบขนส่งที่ไม่ทั่วถึง เนื่องจากนโยบายมักรวมศูนย์อยู่ที่กรุงเทพฯ โดยข้อมูลของจังหวัดนำร่อง เช่น เชียงใหม่ และ สุรินทร์ พบปัญหาสำคัญคือการขาดงบประมาณและการสนับสนุนจากส่วนกลาง สภาผู้บริโภคมองเห็นว่า อบจ. คือกลไกหลักที่มีศักยภาพที่สุด เพราะมีอำนาจตาม พรบ.กระจายอำนาจ และสามารถใช้งบประมาณภาษีจากภาษีล้อเลื่อน นำมาบริหารและจัดตั้ง “กองทุนขนส่งสาธารณะของจังหวัด” ได้
“บริการขนส่งสาธารณะคือ สิทธิขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่สวัสดิการที่ต้องร้องขอ ซึ่งต้องมีราคาเป็นธรรมไม่เกิน 10% ของรายได้ขั้นต่ำ มีการเชื่อมต่อการเดินทางด้วยตั๋วร่วม และทุกคนเข้าถึง โดยสภาผู้บริโภคเตรียมขยายผลความร่วมมือสู่จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อผลักดันให้ท้องถิ่นกลายเป็นต้นแบบการจัดการขนส่งที่ยั่งยืน ปลอดภัย และเท่าเทียมอย่างแท้จริง” คงศักดิ์ กล่าว
ผู้เข้าร่วมอบรมยังได้เรียนรู้สิทธิผู้ใช้บริการระบบขนส่งโดยสารสาธารณะ การวิเคราะห์บทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระบบนิเวศ (Eco System) ด้านขนส่งสาธารณะ ตลอดจนการออกแบบแนวทางพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่ตอบโจทย์บริบทพื้นที่ ลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคล ลดอุบัติเหตุทางถนน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
วัชรภัทร ธรรมจักร หน่วยประจำจังหวัดเชียงใหม่ สภาผู้บริโภค กล่าวว่า ปัจจุบันระบบขนส่งสาธารณะเชียงใหม่ยังไม่ครอบคลุมทั้งในเขตเมืองและระหว่างอำเภอ จากการขาดการสนับสนุนเชิงนโยบายจากท้องถิ่นและรัฐบาลกลาง ซึ่งยังให้ความสำคัญกับกรุงเทพฯ เป็นหลัก พร้อมเสนอให้ อบจ.เชียงใหม่ มีบทบาทเชิงรุกในการจัดสรรงบประมาณ ปรับแผนเดินรถ และแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับระบบขนส่งสาธารณะให้เข้าถึงได้ เป็นธรรม และปลอดภัย
“การอบรมครั้งนี้ช่วยเสริมความรู้ให้กับคนทำงาน ที่ต้องกลับไปสร้างความความเข้าใจต่อกับคนเชียงใหม่ ซึ่งการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาเมือง ทั้งการลดรถติด ลดคาร์บอน และการวางผังเมืองอย่างยั่งยืน โดยเมื่อประชาชนตระหนักถึงความสำคัญ จะกลายเป็นพลังหนุนการผลักดันนโยบายในระดับท้องถิ่นควบคู่กับนโยบายเชิงรุกของสภาผู้บริโภค” วัชรภัทร กล่าว
ด้าน วริศราลี แก้วปลั่ง ประธานศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนอำเภอเมืองสุรินทร์ ระบุว่า จังหวัดสุรินทร์มีปัญหาระบบขนส่งสาธารณะในทุกด้าน โดยเฉพาะการประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นในระดับจังหวัด แม้ท้องถิ่นขนาดเล็กส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการพัฒนาขนส่งสาธารณะ แต่การขับเคลื่อนในภาพรวมยังมีข้อจำกัด
สำหรับการเข้าร่วมอบรมช่วยเพิ่มความรู้และความเข้าใจเรื่องทิศทางการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งสามารถนำไปถ่ายทอดต่อในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมองว่า อบจ. ควรมีบทบาทสำคัญในการลงทุนและบรรจุนโยบายขนส่งสาธารณะไว้ในแผนพัฒนาจังหวัด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
ส่วน อมาวสี หนองพรหมมา ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคกาญจนบุรี ระบุว่า จังหวัดกาญจนบุรียังประสบปัญหาระบบขนส่งสาธารณะที่ไม่เพียงพอ หลายพื้นที่ไม่มีรถโดยสาร ขณะที่บางเส้นทางมีรถสภาพเก่าและคุณภาพต่ำ ประชาชนขาดอำนาจต่อรองและไม่กล้าเรียกร้อง เนื่องจากเกรงว่าจะไม่มีรถให้บริการ โดยเฉพาะการเดินทางเข้าตัวเมืองหรือเข้ารับบริการสาธารณสุข
อมาวลี ระบุอีกว่า การเข้าร่วมอบรมช่วยให้เห็นแนวทางการทำงานที่ชัดเจนขึ้น โดยเน้นการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรง เพื่อนำองค์ความรู้ไปสนับสนุนการจัดบริการขนส่งสาธารณะในจังหวัดอย่างมีคุณภาพ พร้อมกันนี้เห็นว่า อบจ. เป็นหน่วยงานหลักในการจัดบริการสาธารณะตามกฎหมาย จึงควรมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาขนส่งสาธารณะ โดยองค์กรผู้บริโภคจะทำหน้าที่สนับสนุนด้านวิชาการ สร้างการรับรู้ และสะท้อนเสียงผู้บริโภค เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงได้ เป็นธรรม และปลอดภัย
การอบรม “ขนส่งสาธารณะ 101” ครั้งนี้ มุ่งเน้นการเสริมพลังเครือข่ายผู้บริโภคระดับจังหวัด และเชื่อมพลังเครือข่ายท้องถิ่น เพื่อร่วมผลักดันการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัย เข้าถึงได้ เป็นธรรม เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยกระดับคุณภาพชีวิต และการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน
การอบรมครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง สภาผู้บริโภค และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ (สสส.) ภายใต้โครงการสานพลังความร่วมมือท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาขนส่งสาธารณะไร้รอยต่อที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทุกคนขึ้นได้ โดยมีพื้นที่ดำเนินงานครอบคลุม 22 จังหวัด แบ่งเป็น พื้นที่นำร่อง 12 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ น่าน ลำปาง ขอนแก่น สุรินทร์ สงขลา ภูเก็ต ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ กรุงเทพมหานคร และ พื้นที่หลัก 10 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา ลำพูน ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ สตูล สุราษฎร์ธานี สมุทรสงคราม นครปฐม เพชรบุรี



