
สภาผู้บริโภค จับมือ กสม. ลงนามร่วมมือยกระดับกลไกคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค เร่งแก้กฎหมาย คุมค่าไฟฟ้าและค่ารักษาพยาบาล
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และสภาผู้บริโภค ร่วมลงนามใน “บันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและสิทธิผู้บริโภค” เพื่อสร้างกลไกคุ้มครองสิทธิ แก้ไขกฎหมาย และดูแลปัญหาค่าไฟแพงและค่ารักษาพยาบาลอย่างเป็นระบบและยั่งยืน พิธีลงนามจัดขึ้น ณ สำนักงาน กสม. โดยมี นางสาวหรรษา หอมหวล เลขาธิการ กสม. และนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค ร่วมลงนาม พร้อมด้วยนายจุมพล ขุนอ่อน รองเลขาธิการ กสม. และรศ.ภญ.ดร.ยุพดี ศิริสินสุข รองเลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค ร่วมเป็นพยาน

นางสาวหรรษา หอมหวน เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่า การร่วมลงนามกับสภาผู้บริโภคในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญ ทั้งร่วมมือในการส่งต่อเรื่องร้องเรียน การเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการและการแลกเปลี่ยนข้อมูล ส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิอย่างเป็นระบบ และพัฒนาศักยภาพบุคลากรร่วมกัน
“ชื่นชมการทำงานที่ผ่านมาของสภาผู้บริโภค และยินดีที่สภาผู้บริโภคมีกฎหมายรองรับให้สามารถฟ้องร้องแทนผู้บริโภคได้ ซึ่งจะช่วยเสริมพลังการคุ้มครองสิทธิให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น โดย กสม. พร้อมประสานความร่วมมือเพื่อให้สภาผู้บริโภคเป็นกลไกสะท้อนเสียงของประชาชน และผลักดันการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง” นางสาวหรรษา กล่าว
สำหรับความร่วมมือกำหนดกรอบดำเนินงาน 5 ด้าน ได้แก่ 1. การผลักดันกฎหมายและนโยบาย แก้ไขกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคให้สอดคล้องกับสิทธิสากล 8 ประการ พร้อมขับเคลื่อนนโยบายด้านค่าสาธารณูปโภค บริการรัฐที่เป็นธรรม และการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง 2. การพัฒนาระบบรับเรื่องร้องเรียน วางกลไกแลกเปลี่ยนข้อมูลและส่งต่อกรณีละเมิดสิทธิที่ซับซ้อนผ่านช่องทางที่ปลอดภัยและต่อเนื่อง 3. การสนับสนุนทางวิชาการ แลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบประเด็นซับซ้อน เช่น บริการทางการแพทย์ การเข้าถึงข้อมูล และบริการสาธารณะที่ไม่เป็นธรรม 4. การพัฒนาบุคลากร จัดสัมมนาและเวทีวิชาการในประเด็นร่วมสมัย เช่น ความเป็นธรรมในสังคมดิจิทัล และการคุ้มครองสิทธิในภาวะวิกฤต และ 5. การคุ้มครองและเฝ้าระวังสิทธิ บูรณาการการทำงานผ่านกลไก “คลินิกสิทธิมนุษยชน” และสำนักงาน กสม. ภูมิภาค ร่วมกับเครือข่ายสภาผู้บริโภคทั่วประเทศ
ขณะเดียวกันทั้งสองหน่วยงานได้กำหนดประเด็นเร่งด่วนเรื่องค่าสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ทั้ง 1. บริการสุขภาพ เร่งแก้ปัญหาค่ารักษาพยาบาลและค่าเวชภัณฑ์ของโรงพยาบาลเอกชนที่สูงเกินจริง รวมถึงการคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต (UCEP) และ 2. ค่าสาธารณูปโภค แก้ปัญหาค่าไฟแพง โดยผลักดันอัตราค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อครัวเรือน พร้อมกันนี้ได้กำหนดกลไกการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อใช้จัดทำข้อเสนอแนะหรือรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศ รวมถึงจัดทำกลไกการประสานคุ้มครองสิทธิ เมื่อได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งสองหน่วยงานร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง และประสานหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อระงับการละเมิดสิทธิอย่างเร่งด่วน และกลไกการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย ด้วยการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาล เช่น การควบคุมราคาค่ารักษาพยาบาลและค่าเวชภัณฑ์ของโรงพยาบาลเอกชน และกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อครัวเรือน

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค ระบุว่า ความสำคัญของการร่วมมือกับ กสม. เป็นก้าวสำคัญในการรวมพลังคุ้มครองสิทธิ เนื่องจากสิทธิผู้บริโภคคือส่วนหนึ่งของสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีแนวทางผลักดันร่วมกันทั้งการแก้ไขปัญหาค่าไฟแพง ต้องมุ่งสร้างความเข้าใจให้สาธารณะเห็นว่า โครงสร้างค่าไฟฟ้าในปัจจุบันคือการจ่ายเพื่อการสำรองไฟเกินความจำเป็น ซึ่งควรมีการออกแบบใหม่ตามหลักสิทธิมนุษยชน ประการต่อมายกระดับบริการสุขภาพ โดยมุ่งแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและหลายมาตรฐานของค่ารักษาพยาบาล โดยยกตัวอย่าง “โมเดลโรงพยาบาลบ้านแพ้ว” ที่ประชาชนไม่ต้องรอคิวนาน ไม่ต้องจ่ายส่วนต่าง และได้รับบริการที่ดี
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสภาผู้บริโภคมีเรื่องร้องเรียนสะสมกว่า 80,000 เรื่อง จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะใช้ข้อมูลเหล่านี้ผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อไป และเชื่อมั่นว่าหวังว่าความร่วมมือนี้จะช่วยยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศไทยให้เทียบเท่ากับมาตรฐานระหว่างประเทศ





