Ribbon

ไม่ว่าในบิล หรือภาษี ‘ค่าไฟสาธารณะ’ ปชช. แบกอยู่ดี ถ้ารัฐจริงใจต้องแก้ที่ “ต้นทุน”

Getting your Trinity Audio player ready...
ไม่ว่าในบิล หรือภาษี ‘ค่าไฟสาธารณะ’ ปชช. แบกอยู่ดี ถ้ารัฐจริงใจต้องแก้ที่ “ต้นทุน”

ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้ตัด “ค่าไฟสาธารณะ” ออกจากบิลค่าไฟ เพื่อบรรเทาภาระประชาชน คำถามสำคัญคือ นี่คือปัญหาที่แท้จริงของค่าไฟไทยหรือไม่? รศ.ดร.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ อนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม ของสภาผู้บริโภค ชี้ว่า การหยิบประเด็นนี้ขึ้นมาอาจเป็นเพียงการย้ายภาระจาก “กระเป๋าหนึ่ง” ไปสู่อีก “กระเป๋าหนึ่ง” ขณะที่ต้นตอสำคัญของค่าไฟแพงยังรอการแก้ไขอย่างจริงจัง

ใช้ภาษีจ่าย “ค่าไฟสาธารณะ” รายใหญ่ได้ประโยชน์

รศ.ดร.ชาลีอธิบายว่า การนำค่าไฟสาธารณะมารวมอยู่ในค่าไฟฟ้าของประชาชนไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นแนวทางที่ใช้มาอย่างต่อเนื่องนานกว่าสิบปีแล้ว หลักการสำคัญของระบบนี้คือการเฉลี่ยภาระค่าใช้จ่ายร่วมกันของสังคม คล้ายกับ “ค่าส่วนกลาง” ในอาคารชุดหรือหมู่บ้านจัดสรร เพราะไฟสาธารณะเป็นบริการที่ทุกคนได้รับประโยชน์ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นไฟถนน ทางเดินสาธารณะ หรือระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ

หากนำค่าไฟสาธารณะออกจากบิลค่าไฟ หน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบดูแลไฟสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรุงเทพมหานคร หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็จำเป็นต้องใช้งบประมาณมาชำระค่าใช้จ่ายส่วนนี้แทน ซึ่งงบประมาณดังกล่าวก็มาจากภาษีของประชาชนอยู่ดี

“สิ่งที่รัฐกำลังพยายามจะทำคือ การย้ายค่าไฟสาธารณะ จากบิลค่าไฟไปอยู่ในระบบภาษี ซึ่งเปรียบเสมือน ‘ย้ายการจ่ายเงินจากกระเป๋าซ้ายไปกระเป๋าขวา’ เพราะสุดท้ายแล้วประชาชนก็เป็นคนที่ต้องจ่ายเงินอยู่ดี” รศ.ดร.ชาลี ระบุ

ยิ่งไปกว่านั้น การนำค่าไฟสาธารณะออกจากบิลอาจไม่ได้ช่วยเหลือประชาชนรายย่อยมากอย่างที่หลายคนคาดหวัง เพราะภาระค่าไฟสาธารณะที่ถูกรวมอยู่ในบิลค่าไฟในปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 5 – 6 สตางค์ต่อหน่วยไฟฟ้าเท่านั้น

เมื่อคำนวณในทางปฏิบัติ ผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไปที่ใช้ไฟประมาณ 1,000 หน่วยต่อเดือน อาจประหยัดค่าไฟได้เพียงราว 50 – 60 บาทต่อเดือน ขณะที่ผู้ใช้ไฟรายใหญ่ เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงงาน หรืออาคารขนาดใหญ่ ซึ่งใช้ไฟฟ้าหลายล้านหน่วยต่อเดือน จะได้รับประโยชน์เป็นเงินจำนวนมากกว่าหลายเท่า

นั่นหมายความว่า หากตัดค่าไฟสาธารณะออกจากบิล ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุดอาจไม่ใช่ครัวเรือนทั่วไป แต่กลับเป็นผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่

ในอีกมุมหนึ่ง การคงระบบเดิมไว้จึงยังมีความเป็นธรรมในระดับหนึ่ง เพราะผู้ที่ใช้ไฟมากจะร่วมรับภาระมากกว่าผู้ใช้ไฟน้อย แม้จะไม่ใช่ระบบที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่ก็ยังไม่มีกลไกอื่นที่สามารถทดแทนได้อย่างชัดเจนในเวลานี้

รศ.ดร.ชาลี ย้ำว่า การหยิบประเด็นค่าไฟสาธารณะขึ้นมาเป็นวาระสำคัญในเวลานี้ จึงอาจเป็นการมุ่งแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ มากกว่าการจัดการต้นทุนที่เป็นต้นตอของค่าไฟแพง

ย้ำรัฐ แก้ปัญหาค่าไฟที่ต้นเหตุ

รศ.ดร.ชาลี ให้ความเห็นว่า หากต้องการแก้ปัญฟาค่าไฟอย่างยั่งยืนรัฐควรให้ความสำคัญกับประเด็นที่ส่งผลต่อค่าไฟในวงกว้างมากกว่า โดยเฉพาะต้นทุนที่ฝังอยู่ในโครงสร้างค่าไฟฟ้ามาเป็นเวลานาน

หนึ่งในนั้นคือการทบทวนสัญญารับซื้อไฟฟ้า ที่มีการจ่ายเงินสนับสนุนพิเศษแก่โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน หรือที่เรียกว่า ค่าแอดเดอร์ (Adder) ซึ่งเป็นมาตรการในอดีตเพื่อจูงใจและส่งเสริมให้เอกชนหันมาลงทุนผลิต ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เนื่องจากในอดีตการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมีต้นทุนค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนลดลง หลายโครงการหมดอายุสัญญาไปแล้ว แต่กลับมีการต่ออายุสัญญาแบบอัตโนมัติทุก ๆ 5 ปี โดยไม่มีการทบทวนสัญญา ทั้งที่การต่อสัญญาในอัตราเดิมย่อมสร้างภาระต้นทุนที่ไม่จำเป็นต่อระบบไฟฟ้าในระยะยาว

อีกประเด็นสำคัญคือ “ค่าความพร้อมจ่าย” ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เกิดจากการวางแผนกำลังผลิตไฟฟ้าที่สูงเกินความต้องการจริงในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดการทำสัญญากับโรงไฟฟ้าในลักษณะที่เรียกว่าไม่ใช้ก็ต้องจ่าย ทั้งที่ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณไฟฟ้าสำรองสูงถึง 50.18% (ข้อมูลเดือนมิถุนายน 2568) ขณะที่ ปริมาณสำรองไฟฟ้าตาม มาตรฐานสากลที่หลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินความมั่นคงด้านพลังงาน เพื่อรองรับเหตุฉุกเฉินอยู่ที่ 15% เท่านั้น แต่ประชาชนกลับต้องจ่ายเงินให้โรงไฟฟ้า แม้โรงไฟฟ้านั้นจะไม่ได้เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าก็ตาม

หากภาครัฐสามารถเจรจาปรับเงื่อนไขการจ่ายค่าพร้อมจ่าย หรือขยายระยะเวลาการชำระออกไป ก็จะช่วยลดภาระที่สะท้อนอยู่ในค่าไฟได้อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัจจัยที่รัฐต้องเร่งจัดการ คือ “ก๊าซธรรมชาติ” ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย โดยเฉพาะการบริหารจัดการโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมมากขึ้น

สำหรับระยะยาว สิ่งที่ควรดำเนินการอย่างจริงจังคือการทบทวนแผนการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่อาจก่อให้เกิดภาระค่าพร้อมจ่ายเพิ่มขึ้นในอนาคต หากไม่มีความจำเป็นรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่แท้จริง

สิ่งสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาค่าไฟแพงอย่างแท้จริง ไม่ใช่ “การตัดค่าไฟสาธารณะออกจากบิลค่าไฟ” แต่คือการ “จัดการต้นทุนที่แท้จริง”


สรุปใครต้องจ่าย? กกพ. แจงปม “ค่าไฟสาธารณะ” โยนรัฐบาลเคาะปรับเกณฑ์ลดภาระประชาชน

สูตรค่าไฟใหม่ ไม่ตอบโจทย์ แนะรัฐรื้อโครงสร้างพลังงาน