Ribbon

แม้แต่แมว ก็ไม่รอด! เปิดปี 2569 ทลายโกดัง สินค้าปลอม พบแล้วอย่างน้อย 4 แห่ง

แม้แต่แมว ก็ไม่รอด! เปิดปี 2569 ทลายโกดังสินค้าปลอม พบแล้วอย่างน้อย 4 แห่ง

เพียงช่วงต้นปี 2569 ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 9 มีนาคม เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นและทลายโกดัง สินค้าปลอม อย่างน้อย 4 แห่ง ในหลายพื้นที่ ทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาสินค้าผิดกฎหมายยังคงแพร่กระจายอยู่ในตลาด

สินค้าที่ถูกตรวจพบไม่ได้มีเพียงสินค้าแบรนด์เนมหรือสินค้าแฟชั่นเท่านั้น แต่ยังรวมถึง สินค้าในชีวิตประจำวัน ที่ผู้บริโภคใช้เป็นประจำ ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย สินค้าอนามัย ไปจนถึงอาหารสัตว์เลี้ยง

หนึ่งในคดีที่ถูกตรวจพบช่วงต้นปี คือการบุกทลายโกดัง อาหารแมวเถื่อนในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งมีการสวมเลขทะเบียนบริษัทของผู้อื่น นอกจากนี้ ยังมีการตรวจพบ ยาสระผมและยาสีฟันปลอมในจังหวัดสมุทรสาคร รวมถึงการยึด ผ้าอนามัยที่ไม่มีเลขจดแจ้ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและสมุทรสาคร

ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นโกดังในอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พบยาสีฟันและเครื่องสำอางปลอมแบรนด์ดังจำนวนมาก เตรียมกระจายขายในตลาด

ทลายโกดัง สินค้าปลอม

ปัญหา สินค้าปลอม ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อน

ปัญหา สินค้าปลอม ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในปีนี้เท่านั้น เพราะตลอดปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นและทลายเครือข่ายของปลอมหลายครั้ง เช่น การบุกค้นโกดังในจังหวัดสมุทรสาครที่ตรวจยึดของกลางได้มากกว่า 78,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 52 ล้านบาท รวมถึงการตรวจค้นโกดังในกรุงเทพมหานครที่พบ เครื่องสำอางปลอมหลายหมื่นชิ้น เตรียมกระจายจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์

นอกจากนี้ ยังมีการตรวจยึดของปลอมหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม เครื่องสำอาง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าแบรนด์เนม ซึ่งถูกลักลอบนำมาจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาของปลอมในปัจจุบันครอบคลุมสินค้าหลายกลุ่มและยังคงเป็นภัยใกล้ตัวผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคโดยตรง

สภาผู้บริโภคเสนอ “รู้จักตัวตนผู้ขาย”

เพื่อลดปัญหาการหลอกขายของปลอมในโลกออนไลน์ สภาผู้บริโภคเสนอให้ผลักดันกลไก e-KYM (Know Your Merchant) หรือแนวคิด “รู้จักตัวตนผู้ขาย” เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

แนวคิดดังกล่าวเสนอให้ผู้ขายต้องเปิดเผยข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และบัญชีธนาคาร บนหน้าร้านออนไลน์ ขณะเดียวกันแพลตฟอร์มควรมีบทบาทในการ ตรวจสอบตัวตนผู้ขายก่อนอนุญาตให้จำหน่ายสินค้า

นอกจากนี้ สินค้าควบคุมควรแสดงข้อมูลสำคัญ เช่น เลข อย. หรือเครื่องหมาย มอก. ให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้า

ในระหว่างที่มาตรการเชิงนโยบายกำลังถูกผลักดัน ผู้บริโภคสามารถลดความเสี่ยงจากสินค้าปลอมได้ด้วยการตรวจสอบข้อมูลผู้ขายก่อนตัดสินใจซื้อ ระมัดระวังสินค้าที่มีราคาถูกผิดปกติ และตรวจสอบเครื่องหมายรับรองมาตรฐานของสินค้า เช่น เครื่องสำอาง อาหาร ควรมี เลข อย. เครื่องใช้ไฟฟ้า ควรมี เครื่องหมาย มอก. ควบคู่ QR Code

ในยุคที่ของปลอมสามารถเลียนแบบได้แทบทุกอย่าง ตั้งแต่ เครื่องสำอางไปจนถึงอาหารสัตว์เลี้ยง การรู้จักตัวตนผู้ขาย เป็นหนึ่งในวิธีสำคัญที่จะช่วยให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

ทั้งนี้ หากตรวจพบของปลอมสามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ผ่านสายด่วน อย. โทร. 1556 หรือหากเป็นสินค้าจำพวกเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือที่ต้องมีมาตรฐาน มอก. หากพบปัญหาสามารถร้องเรียนได้ที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ผ่านเว็บไซต์ service.tisi.go.th/tisi-webboard/

รวมถึง สามารถร้องเรียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของสภาผู้บริโภค  หรือร้องเรียนกับหน่วยงานประจำจังหวัดใกล้บ้านได้ที่ https://www.tcc.or.th/tcc-agency/

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง