Ribbon

เปิดสถิติร้องเรียน 5 เดือนยุติได้แล้ว 45.87%พร้อม 52 คดีคุ้มครองผู้บริโภค

Getting your Trinity Audio player ready...

วันที่ 13 มีนาคม 2569 สภาผู้บริโภคจัดประชุมสภาองค์กรของผู้บริโภค (สมัยสามัญ) ครั้งที่ 1/2569 ผ่านระบบออนไลน์ โดยมีองค์กรสมาชิกเข้าร่วม 302 องค์กร จากทั้งหมด 365 องค์กร พร้อมด้วยคณะกรรมการนโยบายและที่ปรึกษา เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการดำเนินงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศ เผย 5 เดือนแรก รับเรื่องร้องเรียนรวม 8,834 เรื่อง และสามารถยุติปัญหาได้แล้ว 45.87% หน่วยงานประจำจังหวัดสามารถรับเรื่องร้องเรียนได้เกินเป้าหมายที่กำหนด รวมถึงยังมีคดีคุ้มครองผู้บริโภคอีก 52 คดี

สถิติร้องเรียน 5 เดือน กว่า 8,800 เรื่อง

สภาผู้บริโภคได้รายงานสถิติการรับเรื่องร้องเรียนระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่ามีเรื่องร้องเรียนรวม 8,834 เรื่อง และสามารถยุติปัญหาได้แล้ว 45.87% โดยหน่วยงานประจำจังหวัดสามารถรับเรื่องร้องเรียนได้เกินเป้าหมายที่กำหนด 

ปัญหาที่พบมากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ ด้านสินค้าและบริการ เช่น ปัญหาคุณภาพสินค้าและการรับประกัน รองลงมาคือด้านการเงินและธนาคาร โดยเฉพาะแอปเงินกู้ และด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม เช่น ปัญหาสายสื่อสาร นอกจากนี้ยังพบแนวโน้มปัญหาที่เพิ่มขึ้น เช่น การคิดดอกเบี้ยเกินกฎหมาย การทวงหนี้คุกคาม ค่าน้ำค่าไฟในหอพักหรือบ้านเช่าที่เกินอัตราที่กำหนด รวมถึงกรณีสินค้าชำรุดหรือสูญหายระหว่างการขนส่งแต่ประกันไม่ครอบคลุม

เดินหน้าคดีคุ้มครองผู้บริโภค 52 คดี

ด้านการดำเนินคดีเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้บริโภคได้ดำเนินคดีรวม 52 คดี ครอบคลุมทั้งการฟ้องคดีแทนผู้บริโภค การสนับสนุนทนายความ และการช่วยเหลือผู้บริโภคที่ถูกฟ้องร้อง โดยประเด็นคดีส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับภัยทุจริตทางการเงิน การผิดสัญญาเช่าซื้อรถ การผิดสัญญาเงินกู้ สัญญาบริการเสริมความงาม และสัญญาอสังหาริมทรัพย์

ตัวอย่างคดีสำคัญ เช่น คดีบริษัทสินเชื่อไม่คืนเล่มทะเบียนรถ ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้เยียวยาผู้บริโภคเป็นเงิน 1.04 ล้านบาท และกรณีคลินิกเสริมความงามเสนอขายคอร์สเกินความจำเป็นจนเกิดความเสียหายกว่า 6 ล้านบาท ซึ่งสามารถเจรจาให้ผู้ประกอบการคืนเงินแก่ผู้บริโภคได้ 5 ล้านบาท

อีกหนึ่งคดีสำคัญคือคดีแบบกลุ่มกรณีรถยนต์ไฟฟ้าเนต้า หลังมีผู้ร้องเรียนเกือบ 300 ราย และคาดว่าผู้เสียหายทั่วประเทศอาจสูงถึง 20,000 – 30,000 ราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 12,000 ล้านบาท จากปัญหาการส่งมอบทะเบียนล่าช้า การขาดแคลนอะไหล่ และความไม่พร้อมของศูนย์บริการ โดยศาลแพ่งกรุงเทพใต้นัดไต่สวนคดีแบบกลุ่มระหว่างวันที่ 7 – 9 เมษายนนี้

นอกจากนี้ สภาผู้บริโภคยังได้ยื่นฟ้องศาลปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนกระบวนการจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) เนื่องจากเห็นว่าขั้นตอนการจัดทำไม่เป็นไปตามกฎหมาย โดยสภาผู้บริโภคย้ำว่าจะเดินหน้าทำหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้บริโภคไทยอย่างเข้มแข็ง ทั้งการผลักดันนโยบายสาธารณะ การแก้ไขปัญหาเชิงระบบ และการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค เพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคในระยะยาว

ทั้งนี้ หนึ่งในวาระสำคัญของการประชุม คือการนำเสนอผลสำรวจการรับรู้สิทธิของผู้บริโภค เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงแนวทางการทำงานของสภาผู้บริโภคในปี 2569 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาที่เครือข่ายสมาชิกและประชาชนสะท้อนเข้ามา เพื่อให้การคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคสามารถเข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อผู้บริโภคที่นำเสนอต่อพรรคการเมือง เพื่อผลักดันให้การคุ้มครองผู้บริโภคเป็นนโยบายสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ การรับมือภัยมิจฉาชีพออนไลน์ เช่น การจัดตั้งกองทุนเยียวยาผู้เสียหายจากภัยออนไลน์ และกำหนดให้แพลตฟอร์มมีระบบยืนยันตัวตนผู้ขาย (e-KYM) รวมถึงข้อเสนอแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตพื้นฐานราคาไม่เกิน 100 บาท 

กลุ่มเมืองที่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค เช่น การจัดตั้งกองทุนขนส่งสาธารณะในทุกจังหวัด กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นบริหาร ยกเลิกรถโดยสารสองชั้นเพื่อความปลอดภัย และควบคุมค่าเดินทางไม่ให้เกิน 10% ของค่าแรงขั้นต่ำ พร้อมเสนอเปิดเสรีโซลาร์เซลล์ภาคประชาชนเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และกลุ่มคุณภาพชีวิต เช่น การปฏิรูปกฎหมายอาหาร เพิ่มอำนาจเรียกคืนสินค้าไม่ปลอดภัย สร้างความเท่าเทียมใน 3 กองทุนสุขภาพ และผลักดันนโยบาย “เรียนฟรีต้องฟรีจริง”