Ribbon

นิวยอร์กออกกฎ “กดเพื่อยกเลิก” คุมบริการออนไลน์ ต่ออายุสมาชิกอัตโนมัติ

นิวยอร์กออกกฎ "กดเพื่อยกเลิก" คุมบริการออนไลน์ ต่ออายุสมาชิกอัตโนมัติ

การสมัครบริการออนไลน์ทั้งดูหนัง ฟังเพลง แอปแต่งรูป ตัดต่อวิดีโอ หรือการซื้อพื้นที่บนคลาวด์ ฯลฯ ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที กรอกข้อมูล ผูกบัตร กดยอมรับเงื่อนไข แล้วเริ่มใช้งานได้ทันที แต่เมื่อผู้ซื้อไม่ต้องการใช้บริการต่อ ความสะดวกในวันสมัครอาจหายไป กลายเป็นการค้นหาปุ่มยกเลิกที่ซ่อนอยู่หลายชั้น ถ้าโทรศัพท์แจ้งก็ต้องรอสาย หรือต้องเดินทางไปติดต่อด้วยตัวเอง ระหว่างที่ยังยกเลิกไม่สำเร็จ ค่าบริการรายเดือนหรือรายปีก็อาจถูกเรียกเก็บต่อไปโดยอัตโนมัติ

ปัญหา “สมัครง่าย แต่ยกเลิกยาก” กำลังถูกจัดการอย่างเป็นรูปธรรมในนครนิวยอร์ก หลังกรมคุ้มครองผู้บริโภคและแรงงานนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ DCWP ประกาศกฎ “Click to Cancel” หรือ “คลิกเพื่อยกเลิก” ฉบับสมบูรณ์ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ตุลาคม 2569 กำหนดให้ธุรกิจเปิดเผยเงื่อนไขสมาชิกอย่างชัดเจน และจัดกระบวนการยกเลิกที่ตรงไปตรงมาและง่ายไม่ต่างจากตอนสมัคร

ทดลองใช้บริการที่ต่ออายุหรือเรียกเก็บเงินต่อเนื่อง สบายใจได้

กฎหมายดังกล่าวครอบคลุมข้อเสนอที่มีลักษณะ 2 แบบ ได้แก่ 1) การต่ออายุอัตโนมัติ ซึ่งหมายถึง การสมัครหรือข้อตกลงซื้อสินค้าที่มีกำหนดระยะเวลา และจะต่ออายุเป็นรอบใหม่โดยอัตโนมัติเมื่อครบกำหนด และ 2) บริการต่อเนื่อง คือ การสมัครหรือข้อตกลงซื้อสินค้าที่ดำเนินต่อไปจนกว่าผู้บริโภคจะเป็นฝ่ายยกเลิก กฎหมายนี้จะใช้กับสินค้าหรือบริการทุกประเภทที่เข้าตามลักษณะดังกล่าว แต่มีข้อยกเว้นสำหรับธุรกิจและบริการบางกลุ่มที่อยู่ภายใต้การกำกับเฉพาะ

ดังนั้น บริการที่กฎหมายนี้จะครอบคลุมถึง  ได้แก่ บริการดูภาพยนตร์หรือฟังเพลงที่ตัดเงินทุกเดือน สมาชิกฟิตเนส ซอฟต์แวร์หรือพื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ที่ต่ออายุรายปี ตลอดจนบริการส่งกาแฟ อาหารสัตว์ เครื่องสำอาง ที่เป็นลักษณะการส่งเป็นประจำ รวมถึงบริการ “ทดลองใช้ฟรี” เมื่อครบกำหนดแล้วจะเปลี่ยนเป็นเรียก ต่ออายุสมาชิกอัตโนมัติ ด้วย

ในทางกลับกัน หากเป็นการซื้อสินค้าครั้งเดียว หรือซื้อบริการที่สิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดโดยไม่มีการต่ออายุหรือเรียกเก็บเงินต่อ ธุรกรรมนั้นไม่เข้าลักษณะเป้าหมายของกฎนี้

สมัครออนไลน์ แต่บังคับให้โทรยกเลิกหรือต้องไปหน้าร้านไม่ได้

หัวใจของกฎหมายนี้คือ ผู้บริโภคต้องยกเลิกได้ตลอดเวลา ผ่านวิธีที่ง่ายพอ ๆ กับวิธีที่ใช้สมัคร และผ่านช่องทางประเภทเดียวกัน โดยหากสมัครผ่านเว็บไซต์ ผู้ประกอบธุรกิจต้องมีช่องทางยกเลิกออนไลน์ ไม่สามารถกำหนดให้ผู้บริโภคโทรศัพท์หรือเดินทางไปยกเลิกที่หน้าร้านเพียงอย่างเดียว หากผู้ประกอบธุรกิจเปิดรับสมัครผ่านหลายช่องทาง ก็ต้องเปิดให้ยกเลิกผ่านช่องทางเหล่านั้นด้วย

แม้ผู้บริโภคจะสมัครต่อหน้าพนักงาน ผู้ประกอบธุรกิจก็ต้องจัดให้มีช่องทางออนไลน์ เช่น เว็บไซต์หรืออีเมล เพิ่มเติม หากสามารถดำเนินการได้ในทางปฏิบัติ ตัวอย่างเช่น ผู้บริโภคสมัครแอปออกกำลังกายทางเว็บไซต์และถูกตัดเงินทุกเดือน หากต้องการยกเลิก ผู้ประกอบธุรกิจต้องเปิดทางให้ดำเนินการออนไลน์ได้ ไม่ควรบังคับให้โทรศัพท์ในเวลาทำการเพียงช่องทางเดียว หรือหากสมัครซอฟต์แวร์รายปีผ่านเว็บไซต์ และระบบจะต่ออายุพร้อมตัดเงินในปีถัดไป ธุรกิจต้องไม่ซ่อนช่องทางยกเลิกไว้หลังเมนูจำนวนมาก หรือตั้งขั้นตอนให้ยุ่งยากกว่าตอนสมัคร

อย่างไรก็ตาม กฎดังกล่าวนี้ไม่ได้ห้ามผู้ประกอบธุรกิจเสนอส่วนลดหรือสิทธิประโยชน์เพื่อชวนให้ลูกค้าใช้บริการต่อ แต่ข้อเสนอนั้นต้องไม่ขัดขวางหรือประวิงเวลาการยกเลิกอย่างไม่สมเหตุสมผล ตัวบทกฎยกตัวอย่างพฤติกรรมต้องห้าม เช่น ตัดสายผู้บริโภคที่โทรมายกเลิก ปกปิดหรือให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับวิธียกเลิก และให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายหรือผลที่จะเกิดจากการยกเลิก

ต้องบอกราคาให้ชัด และเตือนก่อนตัดเงิน

ในกฎหมายยังระบุอีกว่า ก่อนขอความยินยอมหรือข้อมูลสำหรับเรียกเก็บเงิน ธุรกิจต้องแจ้งสาระสำคัญให้ผู้บริโภคเห็นอย่างชัดเจน ทั้งสินค้าหรือบริการที่จะได้รับ จำนวนเงิน ความถี่ในการเรียกเก็บ กำหนดเวลาที่ต้องยกเลิกเพื่อหยุดการตัดเงินครั้งต่อไป และช่องทางยกเลิก

หากเป็นข้อเสนอทดลองใช้ฟรีหรือราคาพิเศษชั่วคราว ต้องบอกด้วยว่าราคาจะเปลี่ยนเมื่อใด และหลังจากนั้นจะเรียกเก็บเงินเท่าไร ตัวอย่างเช่น ข้อเสนอ “ทดลองใช้ฟรีสองเดือน” ที่จะเปลี่ยนเป็นค่าบริการเดือนละ 400 บาท ไม่ควรแสดงเฉพาะคำว่า “ทดลองใช้ฟรี” แต่ต้องแจ้งให้เห็นชัดว่า เมื่อครบสองเดือนจะเริ่มเก็บเงินเท่าไร และต้องยกเลิกภายในวันใดจึงจะไม่ถูกตัดเงิน ทั้งนี้ กฎข้างต้นยังกำหนดให้แจ้งเตือนก่อนต่ออายุสัญญาระยะยาว ก่อนเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสำคัญหรือขึ้นราคา และก่อนช่วงทดลองใช้ฟรีที่นานกว่าหนึ่งเดือนจะเปลี่ยนเป็นบริการเสียเงิน

หากธุรกิจฝ่าฝืน อาจต้องคืนเงินที่เรียกเก็บหลังจากผู้บริโภคพยายามยกเลิกเป็นครั้งแรก และถูกลงโทษทางแพ่งเริ่มต้นที่ 525 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 17,400 บาท ต่อการกระทำผิดหนึ่งครั้ง โดยกฎนี้คาดว่าจะช่วยชาวนิวยอร์กประหยัดเงินได้ระหว่าง 21.5 – 162.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือคิดเป็นเงินไทยราว 714.2 – 5,398 ล้านบาท

ไทยมีกติกาคุ้มครอง แต่ยังไม่ครอบคลุม

ประเทศไทยก็มีสิทธิในการเลิกสัญญา แต่กติกาที่มีอยู่กระจายตามประเภทกิจการและลักษณะธุรกรรม และยังไม่ครอบคลุมตัวอย่างเช่น การซื้อสินค้าหรือบริการที่อยู่ภายใต้กฎหมายขายตรงและตลาดแบบตรง ผู้บริโภคมีสิทธิส่งหนังสือแสดงเจตนาเลิกสัญญาภายใน 7 วันนับจากวันที่ได้รับสินค้าหรือบริการ และผู้ประกอบธุรกิจต้องคืนเงินภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือเลิกสัญญา ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าการซื้อออนไลน์ทุกกรณีจะคืนสินค้าได้ภายใน 7 วันโดยไม่มีเงื่อนไข

ด้านบริการโทรคมนาคมก็มีกติกาเฉพาะให้ผู้ใช้บริการบอกเลิกสัญญาได้ แต่ในทางปฏิบัติ ผู้บริโภคอาจยังเผชิญอุปสรรคระหว่างการใช้สิทธิ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 สภาผู้บริโภคเผยแพร่กรณีผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านรายหนึ่ง ซึ่งพยายามโทรศัพท์เพื่อยกเลิกบริการแต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงต้องเดินทางไปยังศูนย์บริการด้วยตัวเอง ก่อนจะได้รับแจ้งว่าต้องชำระค่าปรับจากการยกเลิกสัญญา 2,000 บาท และค่าติดตั้งอุปกรณ์ 2,600 บาท รวม 4,600 บาท ซึ่งภายหลังสภาผู้บริโภคประสานให้บริษัทตรวจสอบ ผู้บริโภคสามารถคืนอุปกรณ์และยกเลิกสัญญาได้โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย กรณีนี้เป็นผลการดำเนินการเฉพาะเรื่องร้องเรียนดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่าการยกเลิกบริการทุกกรณีจะไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะยังต้องพิจารณาค่าบริการที่ใช้จริง การคืนอุปกรณ์ และข้อเท็จจริงของแต่ละสัญญา

กรณีนี้สะท้อนว่า แม้มีกฎหมายรับรองสิทธิ แต่กระบวนการใช้สิทธิจริงอาจยังต้องแลกกับเวลา ค่าเดินทาง การติดต่อหลายครั้ง หรือการร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม แม้ไทยมีกติกาเรื่องการเลิกสัญญาและการเปิดเผยเงื่อนไขอยู่ในบางธุรกิจ แต่ยังไม่พบมาตรฐานกลางที่ใช้กับการสมัครสินค้าและบริการแบบต่ออายุอัตโนมัติอย่างครอบคลุมและกำหนดชัดเช่นเดียวกับในนิวยอร์กว่า หากสมัครผ่านช่องทางใด ต้องสามารถยกเลิกผ่านช่องทางประเภทเดียวกันด้วยกระบวนการที่ง่ายพอ ๆ กัน

กฎ Click to Cancel ย้ำให้เห็นว่า ถ้าสมัครบริการได้ง่าย การยกเลิกก็ควรง่ายเหมือนกัน ไม่ควรต้องค้นหาหลายเมนู โทรตามหลายครั้ง หรือปล่อยให้ถูกตัดเงินต่อเพราะยกเลิกไม่ทัน เนื่องจากทุกวันนี้บริการรายเดือน ทดลองใช้ฟรี และการต่ออายุอัตโนมัติอยู่ใกล้ตัวมากขึ้น ไทยจึงต้องมองให้ไกลกว่าการมีสิทธิยกเลิก แต่ควรเป็นประเด็นที่ว่าสิ่งที่ผู้บริโภคเจอจริงคือ จะยกเลิกได้ง่ายเพียงใด และสามารถหยุดการเรียกเก็บเงินแบบอัตโนมัติได้ทันหรือไม่