| Getting your Trinity Audio player ready... |

คืบหน้า คดีฟ้องเฟซบุ๊ก และแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงออนไลน์ ศาลแพ่งกรุงเทพใต้เปิดโอกาสให้คู่ความยื่นคำคัดค้านเพิ่มเติม สภาผู้บริโภคเตรียมต่อสู้ทุกประเด็น ชวนจับตานัดพร้อมอีก 2 รอบ วันที่ 9 และ 23 พ.ย. นี้
วันนี้ (2 พฤศจิกายน 2569) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ นัดพร้อมครั้งที่ 2 ในคดีที่ สภาผู้บริโภค ยื่นฟ้องบริษัทเมตา (Meta) เจ้าของแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก รวมถึงผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ แอปพลิเคชัน และสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงผู้บริโภคผ่านช่องทางออนไลน์ โดยศาลขยายเวลาให้ฝ่ายจำเลยยื่นคำคัดค้านเพิ่มเติม และจะส่งคำร้องและคำคัดค้านของคู่ความทุกฝ่ายให้ศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษวินิจฉัยก่อน จากนั้นจึงแจ้งกำหนดนัดหมายให้ทราบอีกครั้ง พร้อมจับตานัดพร้อมรอบ 2 วันที่ 9 และ 23 พ.ย. นี้ อีก 9 คดี สภาผู้บริโภคเตรียมต่อสู้ทุกประเด็น เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค

พิเชษฐ์ เคยอาษา ทนายความ เปิดเผยว่า การพิจารณาวันนี้ เป็นการนัดพร้อมครั้งที่ 2 ของ คดีฟ้องเฟซบุ๊ก คดีแรกที่สภาผู้บริโภคฟ้องเฟซบุ๊ก รวม 10 คดี ซึ่งจากการพิจารณาครั้งก่อน ศาลได้เปิดโอกาสให้คู่ความทุกฝ่ายยื่นคำร้องหรือคำคัดค้านตามสิทธิของตนเอง โดยในการพิจารณาครั้งนี้มีจำเลยบางรายยื่นคำคัดค้านเพิ่มเติมเข้ามา โดยเฉพาะประเด็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับสถานะของคดีว่าเป็นคดีผู้บริโภค หรืออยู่ในอำนาจทรัพย์สินทางปัญญาหรือไม่ ศาลจึงเปิดโอกาสให้ฝ่ายโจทก์ยื่นเอกสารและคำชี้แจงเพิ่มเติมตามความเหมาะสม ก่อนส่งคำร้องและคำคัดค้านทั้งหมดให้ศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษพิจารณาวินิจฉัย เมื่อศาลมีคำวินิจฉัยแล้ว จะมีหมายแจ้งไปยังสภาผู้บริโภคและทนายความ เพื่อกำหนดวันนัดพิจารณาคดีครั้งต่อไป
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
จับตาคืบหน้า ฟ้องเฟซบุ๊ก ลุ้นศาลฯ ชี้คดีผู้บริโภค พร้อมเดินหน้าเอาผิดแพลตฟอร์ม
ระวังตัว ก็ยังโดน! ชวนส่อง วิธีป้องกันภัยออนไลน์ จากนานาประเทศ

โสภณ หนูรัตน์ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและคดี สภาผู้บริโภค กล่าวว่า หลังจากนี้ 2569 ยังมีนัดหมายที่ผู้บริโภคสามารถติดตามได้อีก 2 นัด ได้แก่ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2569 ณ ศาลแพ่งรัชดา และวันที่ 23 พฤศจิกายน 2569 ณ ศาลแพ่งกรุงเทพ โดยทั้งสองนัด รวม 9 คดี เป็นการฟังคำสั่งศาลเกี่ยวกับประเด็นที่มีการยื่นคำร้องไว้ รวมถึงติดตามว่าฝ่ายจำเลยจะมีการยื่นเอกสารหรือคำคัดค้านเพิ่มเติมหรือไม่
สภาผู้บริโภคเตรียมใช้ข้อมูลจากการพิจารณาในแต่ละครั้งแถลงต่อศาล เพื่อเสนอแนวทางกำหนดกรอบเวลาและกระบวนการพิจารณาคดีให้กระชับและมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมยืนยันว่าจะใช้สิทธิคัดค้านในทุกประเด็นที่ฝ่ายจำเลยยื่นต่อสู้คดี โดยมีเป้าหมายให้กระบวนการดำเนินคดีเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหาย
ทั้งนี้ การดำเนินคดีครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการเรียกร้องให้เกิดการเยียวยาความเสียหายแก่ผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังต้องการผลักดันให้เกิดระบบนิเวศการคุ้มครองผู้บริโภค (Consumer Protection Ecosystem) ที่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มมีส่วนรับผิดชอบต่อปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการป้องกันและการเยียวยา
ที่ผ่านมา ผู้บริโภคยังคงเผชิญปัญหาโฆษณาหลอกลวงและเพจปลอมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยในคดีนี้มีจุดเริ่มต้นจากการพบเห็นโฆษณาบนแพลตฟอร์ม ก่อนที่ผู้บริโภคจะเข้าไปติดต่อพูดคุยกับมิจฉาชีพผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และถูกชักชวนให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันผ่านโทรศัพท์มือถือ ทั้งระบบแอนดรอยด์ (Android) และแอปสโตร์ (App Store) จนนำไปสู่ความเสียหาย
โสภณกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้การฟ้องคดีจะเป็นแนวทางหนึ่งในการผลักดันให้เกิดการเยียวยาผู้บริโภค แต่สภาผู้บริโภคยังเดินหน้าทำงานเชิงป้องกันควบคู่กันไป ทั้งการเสนอแนะนโยบายและผลักดันมาตรการที่ทำให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต้องรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคมากขึ้น เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากโฆษณาหลอกลวงและอาชญากรรมออนไลน์ซ้ำอีก



