
“รอดตายเพราะ บัตรทอง ” เรื่องของชายหนุ่มวัย 21 ปีที่สะท้อนความสำคัญของสิทธิบัตรทอง และหลักประกันสุขภาพ ที่ช่วยให้คนเข้าถึงการรักษาและมีโอกาสเติบโต
“เขารอดตายมาได้เพราะบัตรทองตอนนี้เขาเติบโตมามีอายุได้ 21 ปีแล้ว”
ประโยคสั้น ๆ จากผู้เป็นแม่อธิบายความหมายของ “หลักประกันสุขภาพ” ได้มากกว่าตัวเลขงบประมาณหลายบรรทัด
ลูกชายของเธอเกิดมาพร้อมโรคในกลุ่มต่อมไร้ท่อ จากความผิดปกติของฮอร์โมนและการทำงานของต่อมหมวกไต โรคที่พบได้ไม่บ่อย แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องตั้งแตวั่นแรกชองชีวิต ทั้งการกินยาทุกวัน เช้า – เย็น การได้รับฮอร์โมนตามแผนการรักษา และต้องรักษาอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ
สำหรับครอบครัวหนึ่งที่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย นี่จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการรักษาโรค แต่คือคำถามว่า ครอบครัวหนึ่งจะสามารถแบกรับต้นทุนของการมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหน
เพราะโรคนี้รอไม่ได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ความพิการ หรือแม้กระทั่งการเสียชีวิต
“เขารอดตายมาได้เพราะบัตรทอง” สำหรับคนเป็นแม่ นี่ไม่ใช่คำเปรียบเปรย แต่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับครอบครัวของเธอ เพราะบัตรทองไม่ได้เพียงช่วยให้ครอบครัวจ่ายค่ารักษาน้อยลง แต่มันช่วยให้เด็กคนหนึ่ง มีชีวิตรอดและมีโอกาสได้เติบโต
จากต้นทุนการรักษา สู่โอกาสในการมีชีวิต
เด็กน้อยในวันนั้นเติบโตขึ้นมาเป็นชายหนุ่มวัย 21 ปี ที่กำลังเรียนอยู่ระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 3 แม้ปัจจุบันลูกชายของเธอยังคงต้องรักษาอย่างต่อเนื่องที่โรงพยาบาลราชวิถี แต่ในอีกด้านหนึ่ง เขาก็มีชีวิตไม่ต่างจากคนหนุ่มทั่วไป ตั้งใจเรียน ออกกำลังกาย เลือกกินอาหารที่ดี และพยายามดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างดีที่สุด เพราะรู้ดีว่าชีวิตที่มีอยู่วันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ
“แม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ทรัพยากรทุกอย่างในประเทศนี้ ในโลกนี้ ที่ผมได้ใช้ไป ผมจะไม่ใช้ให้มันสูญเปล่า ผมจะตอบแทนคืนให้อย่างแน่นอน” นี่คือสิ่งที่ลูกชายพูดกับเธอ
คำพูดของเด็กคนหนึ่งที่เคยต้องพึ่งพาระบบสาธารณสุขตั้งแต่เกิด อาจเป็นคำตอบที่ดีที่สุดว่า ทำไมสังคมจึงต้องมีหลักประกันสุขภาพ เพราะเงินที่สังคมใช้เพื่อรักษาเด็กคนหนึ่ง ไม่ได้สิ้นสุดลงที่ใบเสร็จหรือบัญชีค่าใช้จ่าย แต่ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็น เวลา โอกาส การศึกษา และอนาคตของคนหนึ่งคน
นี่อาจเป็นอีกวิธีหนึ่งในการมองระบบหลักประกันสุขภาพ ไม่ใช่เพียงในฐานะ “รายจ่ายของรัฐ” แต่ในฐานะ การลงทุนทางสังคมที่ผลตอบแทนอาจเกิดขึ้นตลอดช่วงชีวิตของประชาชน
เงินที่รัฐและสังคมลงทุนกับการรักษาเด็กคนหนึ่ง ไม่ได้หายไปไหน มันคือ “โอกาส” ที่เปลี่ยนเป็นชีวิตของคนหนึ่งคน และวันหนึ่งอาจกลายเป็นกำลังสำคัญที่กลับมาสร้างประโยชน์ให้กับสังคม
คนไข้ไม่ได้อยากเป็นภาระของใคร
ตลอดเวลาที่ลูกชายรักษาตัว แม่ของเด็กเห็นและเข้าใจข้อจำกัดของระบบมาตลอด เธอรู้ว่าบุคลากรทางการแพทย์ต้องทำงานหนัก ต้องรอคิวนานแค่ไหน เธอก็ไม่เคยบ่น ถ้าอาการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ และสามารถซื้อยาดูแลตัวเองได้ เธอก็เลือกที่จะไม่ไปโรงพยาบาล เพราะอยากเปิดพื้นที่ให้คนที่จำเป็นกว่า
สิ่งที่เธอต้องการจึงไม่ใช่ระบบที่ “ให้ทุกอย่างโดยไม่มีขอบเขต” แต่คือการรักษาหลักประกันสำคัญที่ทำให้คนซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษา ไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังเพียงเพราะไม่มีเงินจ่าย
ท่ามกลางการพูดถึงการแก้ไขกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่องนี้อาจถูกมองผ่านภาษาของนโยบาย เช่น งบประมาณ โครงสร้างการบริหาร สิทธิประโยชน์ หรือกลไกทางการเงิน
แต่สำหรับครอบครัวหนึ่ง มันเรียบง่ายกว่านั้นมาก
บัตรทอง คือสิ่งที่ทำให้ลูกของเธอมีวันนี้
เพราะถ้าไม่มีบัตรทองในวันที่ลูกชายเกิด เรื่องราวของชายหนุ่มวัย 21 ปีที่กำลังเรียนมหาวิทยาลัย ออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ และวางแผนอนาคต อาจไม่มีวันเกิดขึ้น
คุณแม่รายนี้ฝากถึงผู้มีอำนาจหรือผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงระบบหลักประกันสุขภาพว่า ทุกการเปลี่ยนแปลงควรเริ่มจากคำถามสำคัญ คือ จะทำอย่างไรให้ระบบดีขึ้น โดยไม่ทำลายหลักการที่ทำให้คนเข้าถึงการรักษาได้เมื่อจำเป็น
เพราะเราไม่มีทางรู้ว่า วันหนึ่งใครบ้างที่จะต้องพึ่งพาบัตรทอง หนึ่งชีวิตที่ได้รับโอกาสในวันนี้ จะเติบโตไปสร้างคุณค่าให้สังคมได้มากแค่ไหนในวันข้างหน้า บัตรทองจึงไม่ใช่แค่การรักษาคนหนึ่งคนให้รอด แต่คือการรักษาอนาคตของคนคนนั้นไว้ด้วย
ขณะนี้สภาผู้บริโภคและเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคทั่วประเทศ กำลังรวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านร่างแก้ไข พ.ร.บ.บัตรทอง ภายใต้แคมเปญ “สิทธิสุขภาพ ห้ามถอยหลัง” ชวนร่วมลงชื่อปกป้องสิทธิการรักษาพยาบาลของคนไทยกว่า 47 ล้านคนได้ที่ลิงก์ https://forms.gle/JtjagA7Awe4LgCHDA
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

