Ribbon

ภัยใกล้ตัว! เก็บพาวเวอร์แบงก์ในรถ ตากแดด สุดท้ายระเบิด

ภัยใกล้ตัว! เก็บพาวเวอร์แบงก์ในรถ ตากแดด สุดท้ายระเบิด

“โชคดีมากๆ ที่วันนั้นผมอยู่บ้าน และไม่ได้พกมันไว้กับตัว ไม่อย่างนั้นวันนั้นผมคงเจ็บหนักแน่ ๆ”

ผู้บริโภคหลายคนอาจจะมีพฤติกรรมเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว คือ “ชอบทิ้งพาวเวอร์แบงก์ไว้ในรถยนต์” เพราะคิดว่าสะดวก เวลาเดินทางจะได้มีแบตสำรองใช้ตลอดเวลา แต่ใครจะไปคิดว่า พฤติกรรมที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรนี้ กำลังเปลี่ยนแบตเตอรี่สำรองธรรมดาๆ ให้กลายเป็น “ระเบิดเวลา” โดยที่เราไม่รู้ตัว

เรื่องนี้เกิดขึ้นกับผู้บริโภครายหนึ่ง เขาใช้พาวเวอร์แบงก์ขนาด 10,000 mAh ชนิดลิเธียมพอลิเมอร์ (Lithium Polymer) ก่อนซื้อเขาก็ตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งยี่ห้อ คุณภาพ เครื่องหมาย มอก. และตัววัสดุและอุปกรณ์ข้างใน เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นสินค้าที่ได้มาตรฐาน ใช้มาได้ประมาณ 4 – 5 เดือนก็ไม่มีปัญหาอะไร

แต่จุดที่เขาไม่ทันระวัง กลับไม่ใช่ตัวสินค้า หากเป็น “พฤติกรรมการใช้งาน”

เขาเล่าว่า เกือบทุกวันเขาต้องจอดรถตากแดดที่ทำงานเป็นประจำตั้งแต่ 08:00 – 16:00 น. ซึ่งทุกคนน่าจะทราบดีว่าแดดเมืองไทยช่วงบ่ายแรงขนาดไหน อุณหภูมิสะสมภายในรถพุ่งสูงมาก แต่เขาก็ยังคงเก็บพาวเวอร์แบงก์ไว้ในรถตลอด เพื่อความสะดวก

จนกระทั่งวันเกิดเหตุ เขาหยิบพาวเวอร์แบงก์ที่แบตหมดลงมาจากรถเพื่อเอามาชาร์จไฟที่บ้านจนเต็ม หลังจากชาร์จเสร็จ ก็ถอดปลั๊กออก แล้วนำไปวางไว้บนโต๊ะภายในบ้าน ซึ่งเป็นห้องอุณหภูมิปกติประมาณ 26 – 27 องศาเซลเซียส เพื่อเตรียมจะหยิบกลับไปไว้ในรถ

ตอนที่วางไว้ สภาพภายนอกยังดูดี 100% ไม่บวม ไม่เบี้ยว ไม่มีอุณหภูมิร้อนผิดปกติ ให้สงสัยเลยสักนิด แต่หลังจากนั้นไม่นาน จู่ ๆ เขาก็ได้ยินเสียง “ฟี้…” ดังขึ้นมาจากโต๊ะ และพาวเวอร์แบงก์ระเบิด พร้อมประกายไฟพุ่งออกมา ควันและกลิ่นสารเคมีคละคลุ้งไปทั่วบ้านนานถึง 2 – 3 ชั่วโมงเต็ม ๆ

ผู้บริโภครายนี้คาดว่า สาเหตุอาจเกิดจากการนำพาวเวอร์แบงก์ไปเก็บไว้ในรถที่จอดตากแดดเป็นเวลานาน จนความร้อนสะสมทำให้อุปกรณ์ภายในเสื่อมสภาพ แม้ว่าผลิตภัณฑ์จะได้รับมาตรฐาน มอก. ก็ตาม

เมื่อเหตุการณ์ผ่านไป เขากลับมาคิดว่าโชคดีที่เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะเขาอยู่บ้าน จึงสามารถจัดการสถานการณ์ได้ทัน หากเหตุการณ์เดียวกันเกิดขึ้นระหว่างพกติดตัว หรืออยู่ภายในรถ ผลลัพธ์อาจรุนแรงกว่านี้มาก

“ถ้าวันนั้นมันระเบิดตอนอยู่ในรถ หรืออยู่ในกระเป๋าที่กำลังพกติดตัว ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร” นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาอยากนำเรื่องของตัวเองมาเตือนทุกคน

ทำไมไม่ควร เก็บพาวเวอร์แบงก์ในรถ ?

เมื่อรถจอดตากแดด อุณหภูมิภายในรถสามารถสูงถึง 60 – 70 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าช่วงอุณหภูมิที่แบตเตอรี่ลิเธียมถูกออกแบบให้ใช้งาน เมื่อได้รับความร้อนสะสมเป็นเวลานาน แบตเตอรี่ลิเธียมอาจเสื่อมสภาพ เกิดการลัดวงจร แบตเตอรี่บวม หรือรุนแรงถึงขั้นเกิดไฟไหม้และระเบิดได้ แม้ภายนอกตัวเครื่องจะยังดูปกติก็ตาม

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เขาอยากเตือนทุกคนว่า อย่าทิ้งพาวเวอร์แบงก์ไว้ในรถยนต์ โดยเฉพาะรถที่ต้องจอดตากแดดเป็นเวลานาน ควรนำติดตัวลงจากรถทุกครั้ง และเก็บไว้ในที่อุณหภูมิปกติ

ทั้งนี้ หากสังเกตเห็นพาวเวอร์แบงก์มีอาการบวม ผิดรูป ร้อนผิดปกติ หรือมีกลิ่นไหม้ ควรหยุดใช้งานทันที และนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี

มาตรฐาน มอก. ช่วยป้องกันเราจากระบบไฟฟ้าที่ไม่ได้คุณภาพได้ แต่ไม่สามารถปกป้องเราจากความประมาทจากการใช้งานผิดวิธีได้ อย่าแลกความสะดวกสบายเพียงเล็กน้อย กับความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง