Ribbon

เตือนภัยมิจฉาชีพ เปิดบัญชีเฟซบุ๊ก อ้างชื่อ “สภาผู้บริโภค”

สภาองค์กรของผู้บริโภค (สภาผู้บริโภค) ได้รับแจ้งเบาะแสกรณีพบบัญชีเฟซบุ๊กปลอม แอบอ้างใช้ชื่อและตราสัญลักษณ์ของสภาผู้บริโภค เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและอาจนำไปสู่การหลอกลวงประชาชน

สภาผู้บริโภคจึงขอเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการติดต่อขอคำปรึกษาหรือความช่วยเหลือด้านปัญหาผู้บริโภค เนื่องจากมิจฉาชีพสามารถคัดลอกชื่อ รูปโปรไฟล์ และตราสัญลักษณ์ของหน่วยงานมาใช้สร้างเพจหรือบัญชีเฟซบุ๊กเลียนแบบได้

เปิดจุดสังเกต ตรวจสอบว่าเป็นเพจจริงของสภาผู้บริโภค

เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อ สภาผู้บริโภคแนะนำให้ประชาชนตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเพจก่อนติดต่อหรือส่งข้อมูลส่วนบุคคล โดยพิจารณาจากจุดสังเกตสำคัญ ดังนี้

1. ตรวจสอบเครื่องหมายยืนยันตัวตน (Verified Badge) เพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของสภาผู้บริโภคใช้ชื่อว่า “สภาองค์กรของผู้บริโภค” และมีเครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้าแสดงอยู่ด้านหลังชื่อเพจ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเฟซบุ๊กมีบริการยืนยันตัวตนแบบชำระเงิน จึงไม่ควรใช้เครื่องหมายดังกล่าวเป็นหลักฐานยืนยันความน่าเชื่อถือเพียงอย่างเดียว แต่ต้องตรวจสอบข้อมูลอื่นประกอบด้วย

2. สังเกตจำนวนผู้ติดตาม (Followers) เพจจริงของสภาผู้บริโภคมีผู้ติดตามมากกว่าหนึ่งแสนคน ขณะที่เพจปลอมที่เพิ่งสร้างขึ้นอาจมีผู้ติดตามเพียงไม่กี่คนหรือมีจำนวนค่อนข้างน้อย อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ติดตามไม่ใช่หลักประกันว่าเพจนั้นเป็นเพจจริง เพราะอาจมีการสร้างยอดผู้ติดตามเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือได้เช่นกัน

3. ตรวจสอบประวัติเพจและความเคลื่อนไหว เพจจริงของสภาผู้บริโภคมีการเผยแพร่ข่าวสารด้านการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีประวัติการโพสต์และการมีส่วนร่วมของผู้ติดตาม สามารถตรวจสอบเพิ่มเติมได้ที่เมนู “ความโปร่งใสของเพจ” (Page Transparency) เพื่อดูวันที่สร้างเพจและประวัติการเปลี่ยนชื่อ โดยเพจจะสร้างสามารถดูว่าข้อมูลเชิงลึกได้ เช่น ใครเป็นผู้ดูแลเพจ อยู่ประเทศไหนบ้าง หรือประวัติการเปลี่ยนชื่อ ส่วนบัญชีคนธรรมดาจะไม่สามารถดูในส่วนนี้ได้

ทั้งนี้ เพจจริงของสภาผู้บริโภคสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 ขณะที่เฟซบุ๊กปลอมที่ได้รับแจ้งเบาะแสสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569

4. ตรวจสอบที่อยู่ URL ของเพจให้ตรงกับช่องทางทางการ จุดสำคัญที่ควรตรวจสอบทุกครั้งคือที่อยู่เว็บไซต์หรือ URL ของเพจ โดยเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของสภาผู้บริโภคใช้ที่อยู่ https://www.facebook.com/tccthailand หากพบเพจที่ใช้ชื่อคล้ายกัน แต่มี URL แตกต่างจากช่องทางของสภาผู้บริโภค ควรหลีกเลี่ยงการส่งข้อมูลส่วนตัวหรือดำเนินธุรกรรมผ่านเพจนั้น

ย้ำไม่มีเพจ-บัญชีสำรอง

สภาผู้บริโภคยืนยันว่า องค์กรมีเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการเพียงเพจเดียว คือ “สภาองค์กรของผู้บริโภค” และไม่มีเพจสำรอง รวมทั้งไม่มีนโยบายเรียกเก็บค่าบริการหรือค่าดำเนินการจากผู้บริโภคที่ติดต่อขอความช่วยเหลือทุกกรณี ดังนั้น หากมีบุคคลหรือเพจใดแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สภาผู้บริโภค พร้อมเรียกร้องให้โอนเงินเพื่อเป็นค่าธรรมเนียม ค่าดำเนินการ หรือค่าใช้จ่ายในการรับความช่วยเหลือ ขอให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นมิจฉาชีพ และอย่าหลงเชื่อหรือโอนเงินโดยเด็ดขาด

นอกจากนี้ ต้องระวังการหลอกขอข้อมูลส่วนบุคคล รหัสผ่าน หรือรหัสผ่านใช้ครั้งเดียว (OTP) รวมถึงการส่งลิงก์หรือชักชวนให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันโดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับการรับความช่วยเหลือ เพราะอาจนำไปสู่การขโมยข้อมูลหรือเข้าถึงบัญชีทางการเงินของผู้เสียหายได้

พบเพจหรือบัญชีเฟซบุ๊กปลอมต้องทำอย่างไร

กรณีพบเพจหรือบัญชีเฟซบุ๊กที่แอบอ้างชื่อหรือตราสัญลักษณ์ของสภาผู้บริโภค ขอให้หลีกเลี่ยงการสนทนาต่อ ไม่กดลิงก์ที่ไม่รู้จัก ไม่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน และไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว โดยควรบันทึกหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาพหน้าจอการสนทนา ชื่อเพจ URL ของเพจ และข้อความที่มีการเรียกร้องให้โอนเงิน ก่อนบล็อกบัญชีหรือรายงานเพจปลอมต่อเฟซบุ๊ก

หากหลงเชื่อและโอนเงินไปแล้ว ให้รีบติดต่อธนาคารที่ใช้โอนเงินทันที พร้อมโทรสายด่วน 1441 ของสายด่วนตำรวจไซเบอร์ เพื่อแจ้งเหตุและประสานการระงับธุรกรรมโดยเร็วที่สุด รวมถึงดำเนินการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเก็บหลักฐานการโอนเงินและการติดต่อกับมิจฉาชีพไว้ประกอบการดำเนินการ

ทั้งนี้ สภาผู้บริโภคขอให้ประชาชนตรวจสอบช่องทางติดต่อขององค์กรให้แน่ชัดก่อนทุกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อมีเพจหรือบุคคลที่อ้างว่าสามารถช่วยดำเนินการเรื่องร้องเรียนหรือเรียกเงินคืนให้ได้ แต่กำหนดเงื่อนไขให้จ่ายเงินหรือส่งข้อมูลสำคัญก่อน เพราะอาจเป็นกลอุบายที่ทำให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหายซ้ำเติมจากปัญหาเดิม

ประชาชนที่พบเบาะแสเพจหรือบัญชีปลอมแอบอ้างสภาผู้บริโภค หรือได้รับความเสียหาย สามารถแจ้งข้อมูลและขอคำปรึกษาผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ ได้แก่ เว็บไซต์สภาผู้บริโภค ที่ลิงก์ https://complaint.tcc.or.th/complaint หรือสายด่วนสภาผู้บริโภค 1502 ในวันและเวลาทำการ